งานด้านไอที กับทักษะการเอาตัวรอดในการทำงานและสามารถเพิ่มฐานเงินเดือน

งานด้านไอที กับทักษะการเอาตัวรอดในการทำงานและสามารถเพิ่มฐานเงินเดือน

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ว่าตำแหน่งงานด้านไอที เป็นตำแหน่งงานสุดฮ็อตที่เป็นที่ต้องการของตลาดงานเกือบทุกสายอาชีพรวมถึง Freelance โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ต้องการเพิ่มความสามารถ และพัฒนาประสิทธิภาพการเข้าถึง รวมไปถึงการเก็บข้อมูลของลูกค้าซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทในอนาคต หากแผนกไอทีมีเพียงแค่คนที่เก่งด้าน Hardware และ Software ทั่วๆ ไปก็คงไม่พอแล้ว ทำให้คนไอทีต้องอัพเดทความสามารถของตนเองด้วยทักษะเหล่านี้ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น งานด้านไอที เงินเดือน ที่สูงตามความยากของงาน ทำให้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น

ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)
Data Science/ Data Analysis
เทคโนโลยี Cloud และ Software as a Service (SaaS)
เทคโนโลยีภาพแสดงผลเสมือนจริง (Augmented Reality: AR/Virtual Reality: VR)
ความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber Security)
ทั้ง 5 ทักษะนี้ส่งผลต่อการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน ที่เกิดจาก Digital Disruption และการเปลี่ยนแปลงทางการตลาดจากเป็นการตลาดเชิงรุกที่ออกแบบโดยบริษัท มาเป็นการตลาดที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ทำให้บริษัทต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการให้ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยฝ่ายไอทีเองก็เป็นส่วนหนึ่งในการเก็บข้อมูลด้านนี้ที่สำคัญอย่างขาดไม่ได้เลยทีเดียว…หลังจากที่ได้เห็นทักษะที่ขาดไม่ได้ของชาวไอทีในปัจจุบันแล้ว งานด้านไอที เงินเดือน สำหรับแต่ละสายงานอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

Application Developer: เงินเดือนตั้งแต่ 30,000 – 120,000 บาท
เนื่องจากการพัฒนาโปรแกรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้สายงานนี้กลายมาเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยแอปพลิเคชันที่มีแค่ 2 ระบบปฏิบัติการ คือ iOS และ Android ที่สามารถหาเรียนเพิ่มเติมได้ง่ายมากขึ้นทั้งแบบพื้นฐาน และแอดวานซ์ ทำให้หลายคนพลิกมาทำงานด้านนี้กันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนทำงานสายนี้มีล้นตลาดแต่อย่างใด ยังคงเป็นงานด้านไอที ที่ให้เงินเดือนจำนวนมากอยู่เสมอ

Mobile Developer/ UX, UI Developer: เงินเดือนตั้งแต่ 20,000 – 70,000 บาท
UX, UI Developer ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ยิ่งแอปพลิเคชันออกแบบมาได้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานเท่าไหร่ (User Friendly) แอปพลิแคชันก็ยิ่งเข้าถึง และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ทั้งบริษัทขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพต่างต้องการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือกันทั้งสิ้น

Data Architect / Scientist: เงินเดือนตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท
เป็นอีกตำแหน่งที่ตลาดเริ่มให้ความสำคัญ เพราะแม้ว่าบริษัทจะมีฐานข้อมูลของลูกค้ามหาศาล แต่ข้อมูลนั้นจะไม่เป็นประโยชน์หากไม่มีการนำมาวิเคราะห์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้งานด้านอื่นๆ เช่น การขาย การผลิต และการตลาด เป็นต้น ถือเป็นงานด้านไอที ที่ให้เงินเดือนสูงแตะหลักแสนเลยทีเดียว แต่ก็แน่นอนว่าแลกมาด้วยความเชี่ยวชาญในสายงาน

System Analyst: เงินเดือนตั้งแต่ 55,000 – 75,000 บาท
ตำแหน่งนี้เป็นคนกลางที่จะเชื่อมความต้องการระหว่างผู้พัฒนากับผู้ใช้งาน ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ ตำแหน่งนี้ไม่เพียงแค่ต้องมีความรู้ในด้านโปรแกรม และซอฟต์แวร์บ้าง ยังต้องมีทักษะในด้านการประสานงานกับทีมต่างๆ อีกด้วย

Network Security Administrator: เงินเดือนตั้งแต่ 50,000 – 70,000 บาท
คนไอทีที่ทำหน้าที่นี้ถือเป็นผู้รักษาความปลอดภัย และความมั่นคงของบริษัทในส่วนที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นกับระบบโดยอาจส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยของข้อมูลบริษัทด้วย

ถือว่าเป็นสายงานที่เงินเดือนทะยานขึ้นสูงมากจากหลายปีก่อนที่จะมีการปฏิวัติวงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในยุค Globalization ที่ทั้งโลกถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อาชีพด้านไอทีจึงสำคัญต่อการทำงานอย่างมาก เพราะฉะนั้นคนที่กำลังมองหางานด้านไอทีอย่าเพิ่งท้อ ลองปรับเพิ่มเติมความสามารถอีกนิด เงินเดือนรอขยับตามทักษะที่เพิ่มพูนของคุณตามอย่างแน่นอน