น้ำมูกไหล แค่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบเรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้

น้ำมูกไหล

แม้อากาศประเทศไทยจะมีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ แต่ในบางครั้งก็กลับมีฝนตกติดต่อกันจนก่อให้เกิดอากาศชื้น และส่งผลให้หลายท่านมีอากาศเป็นไข้ เป็นหวัด คัดจมูกอยู่ตลอด แต่รู้หรือไม่ว่า อาการดังกล่าว ไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญานอาการของ “ไซนัสอักเสบ”

ไซนัสอักเสบ คืออะไร? ไซนัส คือ โพรงจมูกที่อยู่ในกะโหลกศีรษะบริเวณโหนกแก้มข้างจมูก, หัวคิ้วระหว่างลูกตา, หน้าผาก และส่วนกลางกะโหลกศีรษะ ที่จะถูกบุด้วยเยื่อบาง ๆ ซึ่งหากมีการติดเชื้อเยื่อบุจะบวมขึ้น และร่างกายจะผลิตสารคัดหลั่งลักษณะเมือกเหลวขึ้นมา จนเกิดการอุดตันกลายเป็นหนองอักเสบหรือน้ำมูกเขียวข้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน คือ ไซนัสอักเสบที่ผู้ป่วยมีอาการไม่เกิน 4 สัปดาห์ อาจเกิดจากเชื้อไวรัสที่มักหายได้เอง
ไซนัสอักเสบชนิดเรื้อรัง คือ มีอาการอักเสบต่อเนื่องประมาณ 12 สัปดาห์ขึ้นไป มักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้

อาการของโรคไซนัสอักเสบ 

  • คัดจมูกหรือแน่นจมูก
  • น้ำมูกไหล (น้ำมูกมีสีเหลืองหรือเขียว และบางครั้งน้ำมูกไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว)
    การรับกลิ่นน้อยลง

สาเหตุของโรคไซนัสอักเสบ

โรคภูมิแพ้ จะทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุภายในจมูกและไซนัสติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
เป็นหวัด ส่งผลให้เกิดการบวมของเยื่อบุภายในจมูกและไซนัส หากนานเกิน 7 วัน อาจก็ให้เกิดไซนัสอักเสบได้

การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน

ความผิดปกติในช่องจมูก เช่น ผนังกั้นจมูกคด หรือ กระดูกที่ผนังข้างโพรงจมูกมีขนาดใหญ่มาก จนไปอุดตันรูเปิดของไซนัส
ความผิดปกติเกี่ยวกับฟัน เช่น ฟันผุหรือการติดเชื้อที่รากฟัน ที่ส่งผลให้กระดูกที่คั่นระหว่างฟันกับไซนัสบางกว่าเดิม

โดยปกติแล้ว อาการไข้หวัดธรรมดาเกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง ซึ่งมักไม่รุนแรง และหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการมีอาการนานกว่า 10-14 วันขึ้นไป โดยไม่ดีขึ้น หรือ 3-4 วันแรกอาการดีขึ้น และกลับมามีอาการหนักอีกครั้ง อาจเสี่ยงเป็นไซนัสอักเสบ แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจหาและให้การรักษาเป็นไปได้ทันท่วงที