อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

เป็นคำตอบที่ตอบยากแต่ไม่ใช่ว่าจะตอบไม่ได้เลย หากเรามั่นใจว่าอยากได้งานนี้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานออฟฟิสหรือ ฟรีแลนซ์ ก็ตาม เพราะงานแต่ละอย่างมีทั้งหนักเบา รวมถึงการใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ วันนี้เราเลยมีเทคนิคที่จะพิชิตงานเหล่านั้นมาอยู่ในมือของเรา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องทำตาม 100% เป๊ะๆ นะจ้ะ แต่ให้นำวิธีการนี้ไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

1. บอกได้เลยว่าตำแหน่งงานนี้มันสอดคล้อง พอดิบพอดีกับเป้าหมายการทำงานที่คาดหวังไว้
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานกองบรรณาธิการ นิตยสาร: “ฉันตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า อยากจะเป็น บก.บริหารของนิตยสารไลฟ์ไสตล์ ซึ่งสำหรับตอนนี้หนทางอาจจะดูอีกยาวไกลสำหรับเด็กจบใหม่อย่างฉัน ตอนนี้ฉันจึงเสาะหาตำแหน่งงานที่เหมาะเจาะ และสอดคล้องกับเป้าหมายของฉัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตำแหน่งผู้ช่วยกองบรรณาธิการนี้จึงเข้าตาฉันของจัง และฉันมั่นใจว่าการได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ จากที่นี่จะทำให้ฉันเข้าใกล้อาชีพในฝันของฉันได้ใกล้ขึ้น”
คำตอบแนวนี้คือการตอบที่มีแนวคิดว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตของคุณนั้นสอดคล้องกับตำแหน่งงาน ซึ่งจะแสดงถึงว่าคุณคือคนที่ควรค่าที่จะลงทุนด้วย พร้อมที่จะเรียนรู้ และเติบโตในตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในหลาย ๆ ด้าน

2. พูดเกี่ยวกับแรงผลักดันในการทำงาน และความสนใจส่วนตัว ที่เกี่ยวข้องกับงาน
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานมนร้านอาหาร: “ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่คนในบ้านมีฝีมือในการทำอาหาร มันเป็นความหลงใหลที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ การได้รับประทานอาหารที่อร่อย ๆ และการเตรียม สรรหา วัถุดิบ ส่วนประกอบในการปรุงอาหารมันทำให้ฉันมีความสุขมาก นั่นจึงเป็นเหตุที่ว่า ทำไมฉันถึงไม่พลาดโอกาสที่จะได้มาสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเชของภัตตาคารแห่งนี้ เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานนนี้คือความสุขของฉัน”
เป็นอีกหนึ่งแนวคำตอบที่สามารถเอาชนะใจผู่สัมภาษณ์ได้ ถ่ายทอดความกระตือรือร้น และศรัทธาอันแรงกล้าของคุณที่จะมีผลอันดีกับงานออกมา โดยผ่านความสนใจ หรือความถนัดส่วนตัว เพราะผู้ประกอบการมักจะต้องการผู้ที่มีความสุข และใส่ “ใจ” ลงไปในผลงานที่ทำ เพราะงานที่ออกมาจะเป็นผลงานที่ได้เกินกว่าที่จ่าย หรือคาดหวังไว้

3. แสดงความกระตือรือร้น และความหลงใหลให้เสมือนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ตั้งแต่ปี 2007เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นกว่าเว็บไซต์เพลงอื่น ๆ ที่นำผลงานเพลงที่หายากจากศิลปินระดับแถวหน้าของวงการที่เว็บไซต์อื่นไม่มี มานำเสนอ ซึ่งมันเจ๋งมาก ๆ และในฐานะที่ฉันเป็นนักฟังเพลงตัวยง ก็รู้สึกปลื้ม และประทับใจมากที่คุณไม่นำเสนอแค่เพลงฮิต ๆ เท่านั้น แต่มีทางเลือกให้ผู้ฟังมากกว่าที่อื่น เพราะอย่างนั้น ฉันถึงรู้สึกตื่นเต้นมากที่ตอนแรกได้รู้ว่าเว็บไซต์ของคุณเปิดโอกาสให้ผู้ติดตามเว็บไซต์ของคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งฉันมั่นใจว่าไอเดียของฉันจะสามารถนำไปพัฒนาเว็บไซต์นี้ให้โดนใจ user ได้อย่างแน่นอน”
การชื่นชมแบบลอย ๆ จะทำให้คุณไกลห่างจากการได้งาน แต่เมื่อคุณตอบไปอย่างจริงใจ และมีที่มา ก็จะทำให้คุณเข้าตากรรมการมากขึ้น เมื่อคุณใช้วิธีนี้ ผู้ประกอบการจะมองว่าคุณคือคนที่ทำงานด้วยความกระตือรือร้น และใส่ใจ ดีกว่าการจ้างผู้สมัครงานที่มีความสามารถ และมองแค่ค่าตอบแทน แต่ไม่ทราบเลยว่าองค์กรนั้นดำเนินงานอะไร และอย่างไร

4. แสดงถึงว่าค่านิยม และพันธกิจขององค์กรนั้น เหมือนกับตัวคุณอย่างไร
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานทรัพยากรบุคคล “ในขณะที่ฉันค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ ฉันได้ค้นพบว่าหนึ่งในวิสัยทัศน์ของบริษัทแห่งนี้คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ด้วยการหยิบยื่นงานที่ดีให้ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ เพราะมันสะท้อนความเป็นตัวตน และความเชื่อของฉัน ซึ่งฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันคือสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองนี้พัฒนาไปได้ไกล พร้อมให้ทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอเพียงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองในงานที่ใช่”
ผู้คนทั่วไปมักต้องการอยู่กับคนที่มีไอเดีย ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่คล้าย ๆ กัน ถ้าคุณโชคดีพอ คุณก็จะมีโอกาสได้พบกับองค์กรที่มีไอเดีย ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่คล้าย ๆ กันกับคุณ และจงใช้ประเด็นนี้ มาเป็นจุดเด่นของตัวคุณเอง ให้โดดเด่นเหนือกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ ผู้ประกอบการจะมองว่าคุณคือพันธมิตร เป็นคนที่คิดไปในแนวทางเดียวกัน และจะสามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และบรรลุผลตามที่ตั้งป้าหมายไว้ ฉะนั้นจงศึกษาข้อมูลขององค์กรนั้น ๆ ก่อนเพราะทำการบ้านมาดีก็มีราศรีกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน

Cr.jobsdb