โปรแกรมแปลงไฟล์ AVS Image Converter แปลงไฟล์ภาพคุณภาพดี

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องการโปรแกรมแปลงไฟล์ โปรแกรมแปลงไฟล์ภาพ โปรแกรมประเภทนี้มีเยอะมากในปัจจุบันแต่การที่จะหาโปรแกรมดีๆ สักตัวจะเป็นแบบ Freeware ก็ดีหรือจะเป็นแบบ Shareware ก็พอได้ปัญหายังอยู่ที่ จะใช้โปรแกรมไหนดีล่ะเนี่ย ลองมาดูโปรแกรมตัวนี้กันดีกว่า มันเป็น โปรแกรมแปลงไฟล์ AVS Image Converter แปลงไฟล์ภาพคุณภาพดี ที่รองรับการทำงานหลายแบบสำหรับภาพที่ต้องการ ซึ่งให้คุณภาพสูงและดีไม่แพ้โปรแกรมดังๆ ทั้งยังสามารถนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ได้อีกหลังจากแปลงไฟล์ด้วยโปรแกรมนี้ไปแล้วก็ตาม สำหรับคนที่ไม่เคยใช้งานก็ไม่ต้องห่วงเพราะโปรแกรมใช้งานง่ายมากๆ เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย

โปรแกรมแปลงไฟล์ AVS Image Converter แปลงไฟล์ภาพคุณภาพดี

โปรแกรมแปลงไฟล์ AVS Image Converter แปลงไฟล์ภาพคุณภาพดี

โปรแกรมแปลงไฟล์ ที่สามารถ แปลงไฟล์ภาพ หรือ แปลงไฟล์รูปภาพสารพัดประโยชน์ โดยเจ้านี้สามารถแปลงไฟล์จากตระกูลหนึ่งไปอีกตระกูลหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว และทีละหลายๆ ไฟล์ ซึ่งถือได้ว่าสะดวกรวดเร็วมากๆ โปรแกรมแต่งรูป นี้ยังสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน ทำให้คุณสามารถ แปลงไฟล์ภาพ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว รวมไปถึงยังสามารถใส่ลายน้ำ (Watermark) เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ (ก่อนนำภาพมาทำควรสำรองภาพไว้ด้วย) ของภาพนี้ได้ และสามารถใช้งานบน Windows 8 และ 8.1 อีกด้วย ทั้งยังรองรับไฟล์ภาพหลายชนิด เช่น JPEG, JPG, TIFF, GIF, PNG เป็นต้น และแปลงเป็นนามสกุลเหมือน หรือ ต่างกันได้ และยังแปลงไฟล์ได้อย่างรวดเร็วซะด้วย

กล่าวโดยสรุปรวมคือ โปรแกรม AVS Image Converter ตัวนี้สามารถที่จะใช้งานได้กับไฟล์รูปภาพตระกูลดังๆ มากมาย กว่า 10 รายการ และนอกจากนี้แล้ว มันยังมีคุณสมบัติของ โปรแกรมแต่งรูป ที่ให้คุณได้สามารถ เอาเอฟเฟค หรือ ลูกเล่นของโปรแกรมแต่งรูปเล็กๆ น้อยๆ มาประยุกต์ใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น การปรับขนาดรูปภาพ (Resize) การหมุนภาพ (Rotate) หรือใส่ลูกเล่น ให้กับภาพเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างเข้าไปได้ (Apply Effect) หรือจะใส่ลายน้ำ เข้าไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ของภาพนั้นๆ และยังป้องกันการก๊อปปี้ได้อีกด้วย ใครที่สนใจโปรแกรมตัวนี้แนะนำให้อุดหนุนของแท้กันนะจ้ะ เพราะเค้าเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบ Shareware โปรแกรมดีใช้งานง่าย ราคาไม่แรงไม่ได้มีบ่อยๆ และถือเป็นค่าพัฒนาโปรแกรมไปก็ยังดีจ้า

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

รายงานการวิจัยพฤติกรรมผู้ บริโภคทั่วโลกปี 2016 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ ของผู้บริโภคกว่า 28,000 คน ใน 32 ประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริ โภคในประเทศไทยจำนวน 800 คน เผยโอกาสใหม่สำหรับผู้ค้ าออนไลน์ชาวไทยที่ต้ องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มี แนวโน้มเพิ่มขึ้น ยอดใช้จ่ายออนไลน์ทั้งหมดของนั กช้อปชาวไทยคาดการณ์ว่าจะมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2559 ตามที่ประเมินไว้ที่ประมาณ 325.6 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 376.8 พันล้านบาท ในปี 2560 สำหรับยอดการช้อปออนไลน์ ของประเทศไทยที่มาจากการซื้ อของผ่านเว็บไซต์ในประเทศคาดว่ าจะเพิ่มขึ้น 84 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 จากยอดการซื้อสินค้าประมาณ 60.3 พันล้านบาทในปี 2560 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ เป็นอันดับสอง

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

จากการสำรวจพบว่านักช้อปออนไลน์ ในประเทศไทยจำนวน 55 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้ จ่ายออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 และจากกลุ่มนักช้อปเหล่านั้น ราว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ความสะดวกสบายของการช้อปออนไลน์ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พวกเขาหันมาช้อปด้วยวิธีนี้ มากขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์มองว่าการส่งของที่ รวดเร็วเป็นอีกปัจจัยหลัก  และ 35 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าทำให้ประหยัดเงินได้ มากกว่า ซึ่งเหตุผลดังกล่าวล้วนเป็นปั จจัยอันดับต้นๆ และคาดว่าในปี 2560 นี้ พวกเขาจะหันมาใช้จ่ายออนไลน์ มากขึ้น ผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางอี คอมเมิร์ซเพื่อทำกิจธุระประจำวันมากขึ้น ผลวิจัยระบุว่าในประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช้ อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะช้อปสินค้าหมวดหมู่ ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และ เครื่องประดับ  ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึ กษาและสื่อบันเทิง (40 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ บริโภค (39 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าผู้บริ โภคคาดการณ์ว่าในปีนี้ ในประเทศไทย จะเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอีคอมเมิ ร์ซในชีวิตประจำวันมากขึ้น สินค้า 3 ประเภทที่คาดว่าจะมีการซื้อผ่ านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 ได้แก่ ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 24 เปอร์เซ็นต์) สินค้าบริโภค (เติบโต 20 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าสำหรับเด็ก (เติบโต 16 เปอร์เซ็นต์) เทรนด์การใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มื อถือของคนไทยกำลังเป็นที่นิยม จากการสำรวจในหลายประเทศ พบว่า ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นนักช้ อปข้ามประเทศที่นิยมซื้อสินค้ าผ่านอุปกรณ์มือถือมากที่สุด โดยกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปชาวจีนที่ ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ เลือกช้อปผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ ทโฟน ส่วนเหล่านักช้อปจากประเทศไทยถึ ง  46 เปอร์เซ็นต์ นิยมซื้อสินค้าข้ามประเทศผ่านอุ ปกรณ์มือถือ ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชี ยแปซิฟิกทั้งหมด โดยเฉลี่ยจะมีนักช้อปข้ ามประเทศที่ซื้อสินค้าผ่านอุ ปกรณ์มือถืออยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์ ซื่งเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 27 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลดังกล่าวเนื่ องมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย[ 1] และ PayPal คาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ ยอดการซื้อขายออนไลน์ผ่านอุ ปกรณ์มือถือ (mobile-commerce) จะเพิ่มเป็นจาก 141.7 พันล้านบาทในปี 2559 เป็น 173.6  พันล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่ อยๆ ตามจำนวนอุปกรณ์มือถือที่เพิ่ มมากขึ้น ผนวกกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุ ปกรณ์มือถือใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่ อง เพื่อให้การซื้อขายออนไลน์ผ่ านอุปกรณ์มือถือเป็นทั้ งประสบการณ์ และโอกาสทางธุรกิจทั้งสำหรับผู้ ซื้อและผู้ค้าออนไลน์

แม้การช้อปข้ามประเทศจะเป็นที่ นิยมของผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดย 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้สำรวจทั้ งหมดระบุว่า ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำให้นักช้อปไม่สามารถซื้อของข้ ามประเทศได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร ปัจจัยรองลงมาคือ การจ่ายค่าภาษีศุลกากร (44 เปอร์เซ็นต์) และความชัดเจนของอัตราภาษีศุ ลกากร (42 เปอร์เซ็นต์) ดั้งนั้นร้านค้าควรจะหาช่ องทางที่จะแก้ไขหรื อบรรเทาความกังวลของผู้ซื้ อในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ บริโภคมั่นใจและกล้าซื้อสินค้ ามากขึ้น ทั้งนี้ PayPal มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้ างความมั่นใจในการช้อปด้วย Refunded Returns[2] หรือ การคืนเงินค่าจัดส่งให้สูงสุด 15 ดอลลาร์สหรัฐ[3] สำหรับสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อช่วยให้นักช้อปมั่ นใจในการช้อปออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ PayPal ยังมีบริการ Buyer Protection หรือบริการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้นักช้อปมั่นใจทุกครั้ งในการช้อป และก้าวข้ามข้อจำกัดในการตัดสิ นใจที่จะซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายนี้ครอบคลุมการซื้อในกลุ่ มสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ตั๋วอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ไฟล์เพลงดิจิตอล อีบุ๊ค เกมส์ และการโหลดซอฟท์แวร์และยังมี นโยบายคุ้มครองผู้ขายที่เรียกว่ า Seller Protection ที่คุ้มครองผู้ขายจากการถู กหลอกลวงด้านธุรกรรมออนไลน์อี กด้วย