ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ในอดีตองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเผชิญหน้าเป็นจำนวนมากซึ่งถือเป็นวิธีการ ธุรกิจด้านดิจิทัล ติดต่อสื่อสารหลัก แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ต่อมาการสื่อสารระบบออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาพฤติกรรมด้านการใช้จ่ายผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่นานมานี้มีการใช้จ่ายผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากขึ้นอีกด้วย จากการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซโดย Ipsos และ Paypal พบว่า ในปี 2559 มีผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย จำนวน 68 %ที่ทำการซื้อสินค้าผ่านมือถือ

ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือเป็นการปฏิวั ติโครงสร้างทางด้านการใช้จ่ายและการค้าที่จะมีผลกระทบต่อการเลือกสถานทีเพื่อพบปะกั บเหล่าลูกค้า สำหรับองค์กรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจดิจิทัลได้มีการปรับเปลี่ ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าเป็ นระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น ลูกค้าถือเป็น Digital You   สำหรับโครงสร้างในระบบดิจิทัล ซึ่งเสมือนเป็นการรวบรวมการติ ดต่อสื่อสารจากทุกช่องทางรวมทั้ งการเข้าถึงดิจิทัล การชำระเงินด้านดิจิทัล ดิจิทัลคอมเมิร์ช โซเชียลมีเดีย หรือการเรียกดูประวัติและข้อมู ลในอดีต

ในสภาพแวดล้อมที่มีการปฏิสัมพั นธ์เป็นอย่างดีขององค์กรดิจิทั ลและลูกค้า ซึ่งเรียกว่า “กระบวนการทำงานของ Digital You” เป็นเพียงประสบการณ์เดียวที่ จะทราบได้ว่าลูกค้ารายนั้นจะตั ดสินใจซื้อสินค้ากับองค์กรดิจิ ทัลหรือไม่ ในปัจจุบัน การเข้าถึงและการสื่อสารด้านดิ จิทัล  การชำระเงินด้านดิจิทัล  ดิจิทัลคอมเมิร์ช โซเชียลมีเดีย ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะต้องมั่ นใจถึงการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี ที่สุดให้กับลูกค้า หรืออีกนัยหนึ่ง สามารถกล่าวได้ว่า องค์กรดิจิทัลจะต้องใส่ใจดูแลลู กค้าด้วยความเต็มใจ

สิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้ าคือ ระบบการชำระเงินและการติดต่อผู้ ใช้งาน แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้มานานหลายปี แล้ว แต่ผลวิจัยก็ยังแสดงให้เห็นว่ าความคิดนี้ยังไม่ได้ลดลง ทำให้ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ ของลูกค้าเองจากงานวิจัยล่าสุดของ Forrester Consulting โดย Amdocs Optima ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอทีและธุ รกิจกว่า 300 คนได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกั บระบบการเรียกเก็บเงินในปัจจุบั น และในอนาคต ผลการวิจัยระบุว่า 58% รู้ว่าลูกค้าของพวกเขาต้องการการใช้งานในระบบการชำระเงิ นและการค้าที่มีความยืดหยุ่นสูง นอกเหนือจากการตอบสนองความต้ องการของลูกค้าด้วยการเรียกเก็บเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่า 45%

คาดหวังที่จะปรับปรุงประสบการณ์ ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 39% คาดว่าการให้บริการลูกค้าจะดี มากขึ้นกว่าเดิมและ 35% คาดการณ์ว่าความภักดีของลูกค้ าจะสูงมากขึ้น นอกจากนี้อีก 43% ยังเชื่อว่ าระบบการขายและการชำระเงินจะช่ วยเพิ่มประสิทธิ ภาพในการทำงานและความคล่องตั วของธุรกิจ โดยผลลัพธ์เหล่านี้จะช่วยเสริ มความสำคั ญของระบบการขายและการชำระเงิ นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่ าระบบดังกล่าวไม่ได้มีการจัดส่ งตามความต้องการของลูกค้าอีกด้ วย

Grab เดินหน้าให้บริการ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายคนขับแท็กซี่

ผู้นำแพลตฟอร์มด้านการขนส่งในภู มิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้ามอบบริการให้แก่ คนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายและพันธกิจที่ชั ดเจนของเราในการมอบทางเลือกสำหรับการเดินทางที่ทั้ง สะดวก ปลอดภัย และเชื่อถือได้ให้แก่ผู้ Grab เดินหน้าให้บริการ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องโดยสารทุกท่าน และยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิ ตของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และสังคมให้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย แกร็บได้เปิดให้บริการ แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi) อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยความร่วมมือจากกรมการขนส่ งทางบก ซึ่งแกร็บเป็นแอพพลิเคชั่นที่มี เครือข่ายคนขับแท็กซี่ที่ใหญ่ที่ สุดในประเทศไทย โดยบริการแกร็บแท็กซี่นั้นได้ เปิดให้บริการใน 7 เขตสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา เชียงราย เชียงใหม่ ภูเก็ต อุบลราชธานี และขอนแก่น

Grab เดินหน้าให้บริการ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Grab เดินหน้าให้บริการ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายคนขับแท็กซี่

ด้วยเครือข่ายคนขับแท็กซี่ในรู ปแบบแอพพลิเคชั่นที่ใหญ่ที่สุ ดในประเทศไทยของแกร็บนั้น ทำให้ผู้โดยสารของเราสามารถเข้ าถึงบริการเรียกรถแท็กซี่ที่ ปลอดภัยที่สุด รวดเร็วที่สุด และเชื่อถือได้มากที่สุด ในทุกที่ ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ โดยบริการแกร็บแท็กซี่ที่ราคาย่ อมเยาและสะดวกสบายของเรานี้ สามารถเรียกได้ง่าย ๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บ และผู้โดยสารยังสามารถเลื อกชำระเงินในแบบที่ สะดวกสบายและไม่ต้องพกเงินสดได้ ด้วย บริการแกร็บเพย์ (GrabPay) และเพื่อความสบายใจของผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ของแกร็บทุกคน ได้ผ่านการคัดเลือกและอบรมเป็ นพิเศษเพื่อมอบบริการที่ดี ปลอดภัย อีกทั้งบริการของแกร็บแท็กซี่นั้ นยังมีราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านเข้าถึ งได้โดยง่าย

นายยี วี แตงผู้ อำนวยการประจำประเทศไทยบริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แกร็บได้เริ่มให้บริ การในประเทศไทยครั้งแรกในกรุ งเทพมหานคร ด้วยบริการแกร็บแท็กซี่ในเดื อนตุลาคมพ.ศ. 2556 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ในการมอบบริการที่ทั้ง ปลอดภัย ราคาเหมาะสม และเชื่อถือได้ หลังจากนั้นเราได้ทำการขยายบริ การไปยังเขตอื่น ๆ เพื่อสานต่อพันธกิ จของเราในการมอบบริการให้แก่ผู้ โดยสารชาวไทยอย่างทั่วถึง โดยเราได้ร่วมมือกับกรมการขนส่ งทางบกเพื่อให้บริการผู้ โดยสารและช่วยเหลือผู้ขับขี่ ในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลและชาวไทยทุกท่านให้ การสนับสนุนแกร็บเป็นอย่างดี มาโดยตลอด”

นอกจากนั้น แกร็บยังเป็นผู้ให้บริการแอพพลิ เคชั่นเรี ยกรถโดยสารรายแรกของโลกที่ได้รั บการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 จากการบริหารจัดการภายในองค์ กรที่โดดเด่นและมี มาตรฐานในการควบคุมคุณภาพที่เยี่ ยมยอด นอกจากนั้น แอพพลิเคชั่นแกร็บยังมีฟังก์ชั่ นเพื่อความปลอดภัยอย่าง “Share My Ride” ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถส่ งตำแหน่งของตนเองขณะนั่งอยู่ บนรถแกร็บไปยังครอบครัวหรือเพื่ อนได้อีกด้วย แกร็บได้เริ่มให้บริการครั้ งแรกในประเทศมาเลเซียในปีพ.ศ. 2555 โดยเริ่มจากบริการ แกร็บแท็กซี่ และในปัจจุบัน เราได้เปิดให้บริการใน 35 เมืองใน 6 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์) และมีเครือข่ายผู้ขับขี่กว่า 710,000 คนทั่วภูมิภาค และมียอด ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแล้ว 36 ล้านครั้ง