ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

สมกับเป็นแบรนด์เพอร์ฟอร์มานซ์ สปอร์ตแวร์ เมื่อ Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผลิตชุดนอนสุดไฮเทค ชุด Athlete Recovery Sleepwear เพื่อตอกย้ำมิชชั่นสำคัญ MAKE ALL ATHLETES BETTER ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพนักกีฬาหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก Athlete Recovery Sleepwear เกิดจากการที่ ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็กชื่อดังจากทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์โลก 4 สมัย และแบรนด์ แอทลีทของ Under Armour ได้ชวน เควิน ฮาร์ลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหารท่านอื่นๆ จากอันเดอร์ อาร์เมอร์มาดูสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่องจากแมตช์การแข่งขันในปี 2014 ด้วยการใช้ผ้าที่ทำจากไบโอเซรามิคมาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริงหลังจากการแข่งขัน ทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์ ตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไขโดยใช้ความเป็นเจ้านวัตกรรมเสื้อผ้ากีฬาให้เป็นประโยชน์ออกแบบชุดกีฬานี้ สองปีครึ่งหลังจากนั้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มชุดนอนจึงถือกำเนิดขึ้น

ชุด Athlete Recovery Sleepwear

ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

แม้ภายนอกจะดูเหมือนชุดนอนทั่วๆไป แต่ Athlete Recovery Sleepwear ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TB 12 เพื่อช่วยยกระดับการนอนขั้นสูงสุด “วิธีการทำงานของชุดนอนนี้คือ นำความร้อนที่ออกมาจากร่างกายส่งกลับไปที่เดิมในรูปแบบรังสีฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) ฟังดูแล้วเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ความพิเศษนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่ารังสีฟาร์ อินฟราเรด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ชุดนอนผลิตด้วยกรรมวิธีอนุภาคไบโอเซรามิค (Biocermaics) ที่ฝังตัวในเนื้อผ้า แม้ทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไบโอเซรามิกอาจเป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่มีความสามารถสูงในการปลดล็อกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ไบโอเซรามิกในชุดนอนนี้จะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น สารพิษจำพวกกรดแล็คติกและอื่นๆ ก็จะถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น และลดอาการอักเสบอีกด้วย” เกลนน์ ซิลเบิร์ต รองประธานระดับสูงฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติจาก Under Armour กล่าว

Athlete Recovery Sleepwear จำหน่ายมีจำหน่ายออนไลน์ที่ underarmour.co.th เริ่มต้นในราคา 1,990 บาทสำหรับเสื้อ และกางเกงราคาเริ่มต้นที่ 2,390 บาท อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักเท่านั้น หากคนที่ต้องการใส่เพราะอยากหลับสบาย อันนี้ไม่แนะนำนะ และข่าวดีว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายช็อปประเทศไทยให้ได้ทดลองของจริงได้ในต้นปีหน้าอย่างแน่นอน สาวกสปอร์ตแวร์สามารถเข้าไปชมคอลเล็กชั่นชุดนอนได้ที่ bit.ly/2xQAfL1 และเตรียมตัวเป็นเจ้าของกันได้เลย

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

จากที่ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ได้วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณก็จำเป็นต้องยกระดับไฟล์วอลล์ที่มีอยู่ให้ทันกับอันตรายพวกนี้ด้วย แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กรในปัจจุบันแม้แต่องค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกวดขันด้านความปลอดภัยมากที่สุด ก็ยังมีรอยต่อระหว่างช่วงการค้นพบช่องโหว่ ไปจนถึงการติดตั้งแพทช์อยู่ดี ซึ่งสามารถกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไฟร์วอลล์แบบ Next-Gen มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นแนวหน้าปกป้ององค์กรจากอันตรายขั้นสูงทั้งหลายที่รุมล้อม

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

ในไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation ทุกตัว จะมีองค์ประกอบสำคัญด้านความปลอดภัยที่รู้จักกันในชื่อ ระบบป้องกันการบุกรุกหรือ IPS ซึ่งจะคอยตรวจสอบข้อมูลในแพ็กเก็ตที่พบบนทราฟิกเครือข่ายแบบเชิงลึก เพื่อค้นหาและปิดกั้นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ก่อนที่จะวิ่งไปถึงเครื่องเหยื่อเป้าหมาย นอกจากนี้ ไฟร์วอลล์ Next-Gen ยังมีลำดับชั้นความปลอดภัยที่สำคัญในชื่อเทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์ที่ทำงานผ่านคลาวด์ โดยสามารถตรวจจับไฟล์เอกสารที่ถูกติดอาวุธร้ายแม้จะอยู่ในรูปไฟล์ที่ใช้งานทั่วไปอย่าง Microsoft Office และ PDF มีการระบุค้นหาไฟล์ต้องสงสัยตั้งแต่ที่เกตเวย์ และมัดแพ็คไว้อย่างดีก่อนส่งโยนเข้าไปขังในแซนด์บ็อกซ์บนคลาวด์เพื่อตัดแขนตัดขาให้สิ้นฤทธิ์ พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่า ทั้งฟีเจอร์ IPS และ Sandbox นี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อใช้ตรวจจับทราฟฟิกที่วิ่งผ่านเข้าออกจากไฟร์วอลล์เท่านั้น จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องยึดแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าระบบในองค์กรสามารถรับมือกับการโจมตีที่มีการแพร่กระจายเหมือนเวิร์มบนเครือข่ายได้

แนวทางการปฏิบัติที่แนะนำ:

  • ทำให้แน่ใจว่า คุณได้รับการปกป้องที่เหมาะสม โดยเฉพาะการมีโซลูชั่นแซนด์บ็อกซ์ และเอนจิ้น IPS บนไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation แบบประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดอย่างละเอียด และปิดกั้นพอร์ตที่เปิดไว้โดยไม่จำเป็นไม่ให้สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก เนื่องจากพอร์ตที่เปิดค้างไว้เหล่านี้อ่อนไหวต่อการโดนโจมตีเป็นอย่างมาก รวมทั้งถือเป็นช่องทางในการแพร่กระจายเวิร์มเข้ามาในระบบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้วีพีเอ็นในการเข้ารหัสการเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาใช้ทรัพยากรในเครือข่ายภายใน
  • รักษาความปลอดภัยให้กับทราฟิกทั้งขาเข้าและขาออกด้วยการตั้งโปรไฟล์ IPS ที่เหมาะสม
  • บังคับใช้ฟีเจอร์แซนด์บ็อกซ์กับทราฟิกทั้งบนเว็บและอีเมล์ เพื่อให้มั่นในว่า ทุกไฟล์ที่น่าสงสัยที่เข้ามาผ่านการดาวน์โหลดบนเว็บ หรือผ่านไฟล์แนบบนอีเมล์นี้จะถูกวิเคราะห์หาพฤติกรรมที่เป็นอันตรายก่อนถูกปล่อยเข้าสู่เครือข่ายของคุณ
  • จำกัดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสภายในเครือข่าย ด้วยการแบ่งส่วนเครือข่ายภายในหรือ LAN ให้เป็นเครือข่ายย่อยๆ จะจำกัดโซนแยกต่างหาก หรือใช้การแบ่งเครือข่ายภายในแบบเวอร์ช่วลหรือ VLAN ที่สามารถรับการปกป้องและเชื่อมต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นที่ไฟร์วอลล์ได้ นอกจากนี้ ควรบังคับใช้โพลิซี IPS ที่เหมาะสมเพื่อควบคุมทราฟิกที่วิ่งอยู่ภายในแลน เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่, เวิร์ม, และบอทต่างๆ ไม่ให้วิ่งข้ามส่วนเครือข่ายย่อยภายในแลนไปมาได้ดังใจ
  • ใช้โซลูชั่นที่จำกัดส่วนของระบบที่ติดเชื้อแยกต่างหากโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่โซลูชั่นความปลอดภัยของคุณจะต้องตรวจพบระบบที่โดนเล่นงานแล้วอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำกัดบริเวณแยกระบบดังกล่าวต่างหากออกมาจนกว่าจะกวาดล้างสำเร็จ ไม่ว่าจะกำจัดด้วยกลไกอัตโนมัติหรือลงมือเองแบบแมนน่วลก็ตาม

ทั้งนี้ แรนซั่มแวร์, บอทเน็ต, และการโจมตีขั้นสูงอื่นๆ ล้วนมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองไปทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอทีในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว จึงสำคัญเป็นอย่างมากที่ทั้งไฟร์วอลล์และเอนด์พอยต์จะต้องสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือต้องสงสัยอย่างทันท่วงที

แม้การประสานงานดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ปัจจุบัน ด้วยกลไกที่เรียกว่า Sophos Synchronised Security ทำให้ทั้งเอนด์พอยต์และเครือข่ายสามารถประสานการทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นแบบเรียลไทม์ได้ ทำให้องค์กรสามารถป้องกัน, ตรวจจับ, สืบสวน, และฟื้นฟูหลังเกิดอันตรายได้โดยที่เกิดความเสียหายแก่ระบบน้อยที่สุด และเปลืองแรงน้อยที่สุดเช่นกัน ซึ่งในอดีต กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การค้นพบไปจนถึงการจัดการตอบสนองนั้นมักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ทุกวันนี้ได้ร่นเวลาลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาทีด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์

สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้มีทีมงานด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรระดับมืออาชีพเป็นของตนเอง การเลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ก็สามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานได้ พร้อมกับยกระดับการประสานงานด้านงานปฏิบัติการ และการจัดการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้ได้การปกป้องและความสามารถในการจัดการที่ดีกว่าเดิม ให้ทุกองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ได้รับการปกป้องจากอันตรายที่ซับซ้อนและผ่านการเตรียมการมาอย่างดีได้เสมอ