อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อาชีพนักขาย หรือเซลล์นั้น อาจดูหนัก และโดนตัวเลขกดดันก็จริง แต่อีกแง่หนึ่งมันคือความท้าทาย และรายได้ที่เข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือ ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ หากนักขายมีใจรักในสายงานขาย ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา รวมถึงการมีเทคนิคการขายที่เหนือชั้น เข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ และตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ฝ่ายขายจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ขององค์กร ที่นำรายได้เข้าสู่องค์กรโดยตรง หากขาดฝ่ายขายไปรับรองได้เลยว่าบริษัทคงเดินต่อไปได้ยากจริงๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องวขึ้นอยู่กับความสามารถของฝ่ายขายด้วยว่า มีทัศนคติเชิงบวกและมีแรงผลักดันให้ขายออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจกับลูกค้าหรือไม่ เนื่องจากลูกค้าปัจจุบันต้องการเข้าถึงข้อมูลหรือรายละเอียดของชิ้นนั้นๆ ก่อนทำการซื้อขายอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการปิดการขายด้วยความสามารถของตัวเซลล์เป็นการกระตุ้นและวัดความสามารถได้เป็นอย่างดี หากมั่นใจแล้วว่าเราอยู่ในสายอาชีพนี้หรือต้องการเข้ามาทำอาชีพนี้ต้องมีใจรักในการขาย การให้บริการแก่ลูกค้าเป็นอย่างดียิ่งทำให้เกิดโอกาศการซื้อซ้ำหรือใช้บริการเป็นประจำได้เลยทีเดียว

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

แล้วนักขายที่มีโอกาสปิดการขายได้มากกว่าคนอื่นนั้น ต้องมีการดูแลลูกค้าอย่างไรบ้าง ตั้งแต่พบลูกค้า ผู้มีอุปการคุณครั้งแรก นักขายจะไม่ประเมินลูกค้าจากการแต่งกาย จากการสนทนา หรือตัดสินไปว่าเขาไม่ซื้อ เพราะสิ่งเหล่านี้บอกถึงการนำไปสู่การปิดการขายได้น้อยมาก ลูกค้าที่แต่งกายอย่างพิถีพิถัน ก็อาจเป็นคนที่พิถีพิถัน และใช้เวลาในการหาข้อมูลต่าง ๆ ก่อนการตัดสินใจซื้อก็เป็นได้ ลูกค้าทุกคนคือโอกาสในการขาย อย่ารีบประเมินว่าเขาจะไม่ซื้อ

นักขายต้องไม่ตัดสินลูกค้าว่าเขาดี ไม่ดีอย่างไร ว่าเขาซื้อหรือไม่ซื้อ ลักษณะคล้ายกับข้อแรก คือนักขายจะไม่ตัดสินอะไรจากตัวลูกค้า หรือกระทั่งไม่ตัดสินใจแทนลูกค้า ลูกค้าที่ดีอาจไม่ได้มาในรูปแบบของการพูดจาสุภาพ น้อมรับฟัง หรือดูเป็นมิตรเสมอไป บางทีลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อ ณ ตอนนั้น หรือพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมาอาจควักกระเป๋าซื้อเอาซะดื้อ ๆ ตอนนั้นเลยก็เป็นได้

ลูกค้า คือผู้มอบโอกาส โอกาสในที่นี้คือการได้พบลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเขาอาจจะไม่ซื้อในคราวนี้ แต่เขาอาจจะแนะนำผู้ที่อาจจะมาเป็นลูกค้าในอนาคต หรือบุคคลอื่น ๆ เช่น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมาซื้อก็ได้ หรือในทางกลับกัน เมื่อเขาพร้อมเมื่อไหร่ เขาก็จะกลับมาซื้อก็ได้

การที่นักขายมีโอกาสได้เข้ามาคุยกับลูกค้า แล้วเมื่อนักขายสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบริการอันน่าประทับใจจากนักขาย หรือ โปรโมชั่นโดนใจในการนำเสนอขาย จากนั้นลูกค้าอาจจะไปกล่าวชื่นชมในสื่อ Social network ต่าง ๆ และจากจุดนี้ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับคุณเองว่า นักขายคนนั้นเป็นผู้มีความสามารถ จนลูกค้ากล่าวชื่นชมและอีกประเด็นหนึ่งคือ การสร้างชื่อเสียงด้านบวกให้กับองค์กรอีกด้วย

โดยรวมแล้วการทำงานขายไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดที่มีในผลิตภัณฑ์ การนำเสนอที่เป็นธรรมชาติและดูไม่ฮาร์ดเซลล์จนเกินไปจะทำให้การปิดการขายของเรานั้นง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคนี้จะสำเร็จเสมอไป เนื่องจากคนขายต้องดูลักษณะและองค์รวมของลูกค้าเป็นหลัก ถึงความต้องการของลูกค้า งบประมาณ ระยะเวลาที่สามารถตัดสินใจได้ และอื่นๆ ซึ่งต้องมีความสามารถประเมินได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆ พี่ๆ ที่ต้องการทำงานด้านการขายจะด้วยบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ หรือ เจ้าของกิจการเองก็ตามอย่าลืมที่จะใส่ใจทุกรายละเอียดที่มีทั้งหมด แล้วพบกันใหม่โอกาศหน้ากับบทความดีๆ ที่เป็นประโยชน์นะครับ