ทรานส์เซนด์ เปิดตัว microSDXC 350V การ์ดหน่วยความจำสำหรับการใช้งานหนัก

ผู้นำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและอุปกรณ์มัลติมีเดีย เปิดตัว microSDXC 350V ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องและตลอดเวลา เช่นในกล้องติดรถยนต์, กล้องรักษาความปลอดภัย และตลาดระบบรักษาความปลอดภัย การ์ดหน่วยความจำสำหรับงานหนักรุ่น microSDXC 350V ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานที่มีการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและมีความน่าเชื่อถือสูง การ์ดหน่วยความจำ microSDXC 350V ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบเรื่องการกันน้ำ, ทนทานต่อการใช้งานในอุณหภูมิสูง, ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์, ป้องกันรังสีเอ็กซ์ และป้องกันการสั่นสะเทือน.

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว microSDXC 350V การ์ดหน่วยความจำสำหรับการใช้งานหนัก

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว microSDXC 350V การ์ดหน่วยความจำสำหรับการใช้งานหนัก

กล้องติดรถยนต์และกล้องรักษาความปลอดภัยต้องการประสิทธิภาพการบันทึกข้อมูลที่มีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ถึงช่วงเวลาสำคัญ การ์ดหน่วยความจำ microSDXC 350V ของทรานส์เซนด์มีค่า Terabytes Written (TBW) สูงสุดถึง 170 TB แสดงถึงจำนวนข้อมูลทั้งหมดที่คุณสามารถบันทึกลงในการ์ดได้ตลอดอายุการใช้งาน.

  • For high endurance applications
  • Exceptional stability and reliability
  • Up to 128GB capacity
  • Durable design for extremes
  • RecoveRx Software

การ์ดหน่วยความจำ microSDXC 350V ของทรานส์เซนด์มอบประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่เน้นการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องและมั่นใจได้ว่าหลักฐานจะถูกบันทึกอย่างชัดเจนด้วยความละเอียด Full HD โดยที่เฟรมเรตไม่ตก สำหรับการ์ดหน่วยความจำ ทรานส์เซนด์ microSDXC 350V มีความจุให้เลือกสองขนาด 64GB และ 128GB พร้อมการรับประกันจากทรานส์เซนด์เป็นเวลาสองปีเต็ม รองรับการบันทึกภาพนิ่งหลายพันภาพและวิดีโอ Full HD หลายชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานและเสถียรภาพที่ดีที่สุด การ์ดหน่วยความจำ microSD ของทรานส์เซนด์ได้รับการทดสอบเพื่อให้ทนทานต่อสภาวะที่รุนแรง การ์ดเหล่านี้สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิสูง รวมทั้งกันน้ำ กันกระแทก กันการสั่นสะเทือน กันไฟฟ้าสถิตย์ และป้องกันรังสีเอกซ์

มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ RecoveRx สุดพิเศษของทรานส์เซนด์เป็นยูทิลิตี้การกู้คืนข้อมูลฟรี มีหน้าจอเชื่อมต่อกับผู้ใช้ที่ใช้งานง่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อค้นหาร่องรอยของภาพถ่าย เอกสาร เพลง และวิดีโอ ที่ถูกลบคือมาได้ นอกจากนี้ RecoveRx ยังสามารถป้องกันการเขียนการ์ดหน่วยความจำเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายโดยไม่ตั้งใจ

ผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วประเทศเตรียมพร้อม ก่อนเครือข่าย 2G จะยุติการให้บริการ

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ให้คำแนะนำกับผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนทั่วประเทศ ในการเตรียมตัวที่จะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย รวมทั้งเลือกโปรโมชั่นการใช้งานที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้า ก่อนที่เครือข่าย 2G จะยุติการให้บริการ ในวันที 31 เดือนตุลาคม 2562 เป็นวันสุดท้าย ทำให้โทรศัพท์มือถือในระบบ 2G ทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้ การเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตจะมีส่วนช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนมากมายหลายล้านคนให้ดียิ่งขึ้นได้

ผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วประเทศเตรียมพร้อม ก่อนเครือข่าย 2G จะยุติการให้บริการ

ผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วประเทศเตรียมพร้อม ก่อนเครือข่าย 2G จะยุติการให้บริการ

จากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เห็นชอบให้ยุติการให้บริการ 2G ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เพื่อเตรียมพร้อมสู่การบริการ 5G ในปี 2563 โดยในขณะนี้มีผู้ใช้งานเครือข่าย 2G จำนวน 4.9 ล้านคน ซึ่งจำเป็นจะต้องเปลี่ยนระบบมาเป็น 3G หรือ 4G โดยสามารถเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อที่จะสามารถใช้งานติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ รวมถึงการส่งข้อความได้ต่อเนื่องโดยไม่ติดขัด

ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับผู้ใช้งานระบบ 2G ในการเปลี่ยนมาเป็นระบบ 3G หรือ 4G มีดังต่อไปนี้:

1. ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่ หากเป็นโทรศัพท์มือถือในระบบ 2G จะพบสัญลักษณ์ “2G” “EDGE” “GPRS” หรือ “E” ปรากฎให้เห็นมุมบนด้านขวาของโทรศัพท์มือถือ พบว่าบางรุ่นที่ออกมาใช้งานเป็นเวลานานมาก จะไม่พบสัญลักษณ์ 2G ปรากฎให้เห็น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ใช้สำหรับโทรเข้า-ออก และรับ-ส่งข้อความเพียงอย่างเดียว หากโทรศัพท์มือถือมีสัญลักษณ์ “3G” “H+” “4G” หรือ “LTE” ปรากฎให้เห็น แสดงว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นรองรับเครือข่าย 3G และ 4G ทำให้หมดกังวลในการปรับการใช้งานให้เข้ากับระบบ

2. อัพเกรดมาใช้งานสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือระบบ 2G จะไม่สามารถใช้ติดต่อสื่อสารทางเสียง หรือส่งข้อความหลังจากวันที่ 31 ตุลาคมเป็นต้นไป หากท่านต้องการติดต่อกับคนใกล้ชิด หรือสมาชิกในครอบครัว จำเป็นที่จะต้องใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 3G หรือ 4G เท่านั้น โดยในปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนราคาประหยัดมากมายหลายรุ่นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโทรเข้า โทรออก รับสายและส่งข้อความบางครั้งคราวเท่านั้น การอัพเกรดมาเป็นสมาร์ทโฟนจะช่วยให้ท่านไม่พลาดโอกาสในการติดต่อกับบุคคลที่ท่านรัก และยังสามารถเลือกใช้งานวิดีโอคอลผ่านกล้องในการติดต่อได้อีกด้วย สมาร์ทโฟนยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมายสำหรับการใช้งาน เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือแบบเดิมมาเป็นสมาร์ทโฟนเมื่อใกล้ถึงเวลายุติการให้บริการเครือข่าย 2G ขอแนะนำให้รีบดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบล่วงหน้า โดยไม่ควรรอจนใกล้ถึงวันระงับการให้บริการจึงดำเนินการ

3. เปลี่ยนซิมการ์ด และอัพเกรดแผนการใช้งานระบบเครือข่าย 3G หรือ 4G ผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน โดยท่านยังสามารถที่จะใช้งานหมายเลขโทรศัพท์เดิมต่อเนื่องต่อไปได้ การอัพเกรดแผนการใช้บริการจะไม่เสียค่าใช้จ่าย (หรืออาจมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) โดยแพ็คเกจการใช้งานระบบ 3G และ 4G นั้น อัตราค่าบริการอาจไม่สูงกว่าอัตราค่าบริการเดิมที่ท่านใช้งานอยู่ ผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน อาจจัดเวิร์คช็อปภายในศูนย์ให้บริการ เพื่อให้ท่านได้คุ้นเคยกับการใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานระบบ 3G และ 4G ได้ต่อไป

นายจอห์น เฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย เสียวหมี่ เทคโนโลยี กล่าวว่า“เสียวหมี่ ต้องการให้ผู้ที่ใช้บริการเครือข่าย 2G เตรียมพร้อมมากที่สุดก่อนที่จะมีการยุติการให้บริการเครือข่าย 2G ซึ่งใกล้ที่จะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราต้องแนะนำเตรียมตัวหาข้อมูลที่จำเป็นในการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ และแผนการใช้งานไว้ก่อนล่วงหน้า โดย เสียวหมี่ ต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่นำเสนอด้วยราคาที่จริงใจ และความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันเป็นคอมมิวนิตี้ที่อบอุ่น สำหรับผู้ใช้บริการฟีเจอร์โฟนในขณะนี้ เสียวหมี่ ขอแนะนำ เรดหมี่ โก (Redmi Go) ซึ่งเปิดตัวโดยได้ร่วมกับ เอไอเอส มอบแพ็คเก็จราคาพิเศษเพียง 790 บาท จะเป็นรุ่นที่เหมาะสมในการใช้งานของท่านมากที่สุด”

ผู้ที่ต้องการใช้งานมากกว่าการโทรเข้าโทรออกหรือส่งข้อความเพียงอย่างเดียว เรดหมี่ โก ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่จำเป็นสำหรับการใช้งานไว้ในตัวเครื่อง ทำให้บุคคลที่ท่านรัก ญาติผู้ใหญ่ สามารถติดต่อสื่อสารกับบุตรหลานของตนเองได้ง่ายดายผ่านวิดีโอคอล สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำ สามารถใช้งานระบบ GPS นำทาง รวมถึงระบบขนส่งที่อำนวยความสะดวกให้ตลอดการเดินทาง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถสร้างรายได้จากการสมัครเข้าร่วมให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยม ผู้ประกอบการร้านค้าสามารถให้บริการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย เป็นการก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ที่จะปรับเปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินชีวิตของคนไทยจำนวนหลายล้านคนได้อีกด้วย

ผู้ใช้งาน เรดหมี่ โก จะได้รับความคุ้มค่าจากฟีเจอร์มากมายที่ได้จัดเตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมแบตเตอร์รี่ความจุมากถึง 3,000 mAh สามารถสนทนาต่อเนื่องได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง นอกเหนือจากนั้น เรดหมี่ โก ยังมีกล้องด้านหน้าและด้านหลังรองรับการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ เหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่ ทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีความคมชัดสวยงาม เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ติดตั้งมาใน เรดหมี่ โก ช่วยให้ทุกเสียงสนทนาคมชัดตลอดเวลา