การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การทำงานในองค์กรย่อมต้องอาศัยการติดต่อสื่อสาร และประสานงานระหว่างบุคลากรหน้าที่ต่าง ๆ กัน คนทำงานที่ประสบความสำเร็จนั้น การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องสำคัญมากไม่ว่าจะเป็น หัวหน้ากับลูกน้อง พนักงานกับ ฟรีแลนซ์ แต่บ่อยครั้งที่การสื่อสารก็กลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน จากข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลุกลามกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว ทำอย่างไรให้ก้าวข้ามอุปสรรคในการสื่อสารเหล่านี้ได้ มีข้อคิดน่าสนใจฝากไว้ให้คนทำงานได้นำไปปรับใช้ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

เปิดตัว เปิดใจ ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน

เปิดเผยตัวเอง เพื่อเปิดใจ และนำไปสู่การเปิดทางให้เพื่อนร่วมงานรู้จักตัวตนเรามากขึ้น แสดงออกถึงบุคลิกที่เป็นมิตรเพื่อง่ายต่อการสื่อสารพูดคุยกัน นอกจากการพูดคุย ศิลปะในการผูกมิตรอีกอย่างหนึ่งก็คือ การช่วยเหลือผู้อื่น ที่ไม่ใช่แค่การบอกหรือการแนะนำ แต่อาจเป็นการช่วยเหลือหรือแบ่งปันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้ก็สร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันได้ไม่น้อย

ใส่ใจ ให้ความสำคัญ เป็นผู้ฟังที่ดี

การเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น ถือเป็นการแสดงความสนใจ เอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับคู่สนทนา ทำให้จับใจความการสนทนาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เข้าใจเรื่องงานได้ถูกต้อง ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ทุกคนมีความเข้าใจในงานตรงกัน การแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับผู้ที่ติดต่อสื่อสารด้วยนั้น ทำได้ทั้งโดยสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดที่แสดงการยอมรับ กระตือรือร้นต่อการสนทนา มองสบตาโดยเปิดเผยจริงใจ เต็มใจต่อการพูดคุย ให้เวลาเพียงพอต่อการสื่อสาร พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้รับทราบ ย่อมสามารถผูกมิตรและช่วยสร้างความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี

ใช้คำว่า “เรา”

เมื่อต้องการให้เกิดความรู้สึกอันหนึ่งอันเดียวกัน ควรใช้คำว่า “เรา” ในการพูดคุยทุกครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกพ้องเดียวกัน ลดความรู้สึกแบ่งแยก และใช้ในการพูดชักจูงใจได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใช้ในสถานการณ์ที่เป็นการตำหนิ ผู้ถูกตำหนิก็จะไม่เสียหน้ามากนัก ลดความรู้สึกทางลบอันนำไปสู่อุปสรรคในการสื่อสารที่เราควรหลีกเลี่ยง

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ใช้วิธีการที่นักจิตวิทยานิยมใช้ คือการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา แสดงความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ต้องพูดคำว่า “ฉันเข้าใจคุณ” ที่เป็นคำผิวเผิน ไม่มีความหมายจริงจัง ทั้งยังแสดงความไม่เข้าใจอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา เป็นการเข้าถึงความรู้สึกหรือเนื้อหาในสิ่งที่เขากำลังสื่อสารให้เรารับทราบ ซึ่งเมื่อเรารับทราบและเข้าใจสารนั้นแล้ว ก็สื่อความเข้าใจดังกล่าวไปสู่เจ้าตัว รับรองว่าได้ใจคู่สนทนาอย่างแน่นอน

ไม่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3

ในการสนทนากันเรื่องงาน หรือสนทนาแบบกันเองทั่วไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงการพูดพาดพิงถึง “บุคคล” จะช่วยให้แต่ละฝ่ายสนใจสาระสำคัญของการสื่อสาร แทนที่จะเป็นการเพ่งเล็งที่ตัวคน ช่วยป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์และการนินทา ซึ่งมักจะเป็นปัญหาทำนองน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กรได้

ใช้คำถามนำแทนการสั่งสอน

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบให้ใครมาอบรมสั่งสอน โดยเฉพาะหากเขาเหล่านั้นไม่ได้ร้อยขอ ดั้งนั้นเมื่อจำเป็นต้องให้คำแนะนำกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการทำงาน ควรเปิดหัวเรื่องการสนทนาด้วยการใช้คำถามนำ เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายหนึ่งได้คิดทบทวนหาเหตุผลได้ เปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้คิดหาทางออกของปัญหาหรือหาวิธีทำงานได้หลากหลายแนวทางมากขึ้น จากนั้นเราค่อยเสริมข้อมูลที่ต้องการสื่อสารไปกับการสนทนา เพื่อนร่วมงานก็จะไม่เกิดความรู้สึกขัดแย้ง หรือคับข้องใจจากการถูกอบรมสั่งสอนโดยตรง

แนะนำในสิ่งที่เขาต้องการ

การพูดแนะนำในเวลาที่ไม่ใช่ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดีกับใครอย่างแน่นอน อะไรที่เขาไม่ต้องการหรือพูดในโอกาสที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดให้แนะนำต่อหน้าคนหมู่มาก แนะนำด้วยเสียงดัง หรือพูดแนะนำผ่านทางผู้อื่นมาอีกทอดหนึ่ง แม้เรื่องที่เราแนะนำอาจเป็นเรื่องดี แต่ก็อาจทำให้ผู้ถูกแนะนำไม่พอใจได้ ดังนั้น ถ้าต้องการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ก็ควรดูด้วยว่า เขาต้องการหรือไม่ ถ้าเขายังไม่ต้องการ ควรทำเพียงแค่ช่วยให้กำลังใจก็จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป หากการสื่อสารนั้นตั้งอยู่บนความเข้าใจและความจริงใจต่อกัน Keyword สำคัญอยู่ที่การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เปลี่ยนคำพูดแค่นิดเดียว ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ คนทำงานทุกคนควรฝึกตัวเองให้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และลดความขัดแย้ง เพื่อให้การทำงานในองค์กรดำเนินไปอย่างราบรื่น มีความเป็นมืออาชีพ สามารถผลักดันทั้งตัวเอง เพื่อนร่วมงาน ทีมงาน และองค์กรให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่บีอีซี-เทโร มิวสิคให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน คือ การขยายธุรกิจเพลงสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาเป็นแห่งแรก นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยเพิ่มขึ้น

ในปีนี้บริษัทฯ จึงตัดสินใจรุกเข้าไปทำตลาดเมียนมาต่อเนื่องเป็นประเทศที่ 2 เพราะจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้านที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์เพลงได้อย่างมาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับความบันเทิงและสันทนาการต่างๆ มากขึ้น

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น บริษัทฯ จะอาศัยโมเดลการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์เพลงและโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์และความพร้อมเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ อีกทั้งเชื่อว่าการทำตลาดรูปแบบนี้จะช่วยผลักดันคอนเทนต์เข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า โดยการรุกตลาดเมียนมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เลือกบริษัท IMIMobile เป็นพันธมิตรในการให้บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือและดาวน์โหลดเพลงสากลในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชี่ยน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิคผ่าน เครือข่ายของ Ooredoo ในเมียนมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์เพลงที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีที่สิ้นสุดทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเลือกฟังเพลง หรือดูรายละเอียดการซื้อเพลงที่ชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซต์
“การร่วมมือกันระหว่างบีอีซี-เทโร มิวสิค กับ IMIMobile ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในเมียนมา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านดิจิตอลคอนเทนต์เพลงที่ครอบคลุมทั้งเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยของบีอีซี-เทโร มิวสิค ประกอบกับศักยภาพของเมียนมา และความแข็งแกร่งของพันธมิตรในท้องถิ่น จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังเมียนมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ให้ได้รับการตอบรับและมีการเติบโตเช่นเดียวกับในประเทศกัมพูชา โดยในอนาคตเรายังวางแผนที่จะรุกขยายธุรกิจพร้อมเปิดรับพันธมิตรรายใหม่ๆในเมียนมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การฟังเพลงดิจิตอลของคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

ซัมซุงร่วมกับโฮมโปรมอบเอกสิทธิ์และบริการเหนือระดับสำหรับลูกค้าคนพิเศษ เมื่อซื้อ “ซัมซุง เดอะเฟรม (The Frame)” ในงานโฮมโปร แฟร์ 2017 (HomePro Fair 2017) ซัมซุงมอบ Customizable Frame กรอบทีวีสีวอลนัทและสีไม้เบจ ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ ให้ เจ้าของเดอะเฟรม เข้ากันกับสีสันต่างๆ ในห้องเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

เจ้าของเดอะเฟรม

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

มูลค่ารวมสูงสุด 19,980 บาท พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของเดอะเฟรม ที่จะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ระดับโลก อีกทั้งยังได้สนุกกับซีรี่ส์และภาพยนตร์เด็ดๆ จาก iflix ไม่อั้นถึง 12 เดือน พร้อมด้วยบริการสาธิตการใช้งานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและบริการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนถึงสถานที่ และบริการให้คำปรึกษาและตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าได้เสพศิลปะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างอุ่นใจ ไร้กังวลด้วยการเพิ่มระยะเวลารับประกันยาวนานขึ้นถึง 3 ปี

เดอะเฟรม ใหม่ล่าสุดจาก ซัมซุง ทีวีหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการตกแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ เป็นทีวีในยามเปิดและงานศิลปะในยามปิด ด้วย Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ กว่า 100 แบบ จากซัมซุง เป็นเหมือนเครื่องประดับตกแต่งบ้านชิ้นนึงจนคุณต้องทึ่งเลยทีเดียว

เอกสิทธิ์พิเศษสูงสุดนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง เดอะเฟรม ขนาด 65 และ 55 นิ้ว ที่งานโฮมโปร แฟร์ 2017 ตั้งแต่ 21 ถึง 30 กรกฎาคมนี้ ณ ฮอลล์ 5-1 อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น นอกจากนี้ในงาน พบปะพูดคุยกับ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ในวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายจากซัมซุง ตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ไม่ไปทำงานได้มั้ย?

หยุดไป 2 วัน หยุดยังไม่ทันสะใจ ยังไม่ทันได้ทำอะไร หันมาอีกทีก็แบบว่า อ้าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนี่หว่า… วันจันทร์อีกแล้วหรอเนี่ย หรือใครที่กำลังใช้วันหยุดอย่างเต็มที่และมีความสุข ถึงจะเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ พอนึกขึ้นมาว่าพรุ่งนี้จะเป็น เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ความสุขที่มีมาตลอดวันหยุดก็หดหายไปในทันใด วันจันทร์น่าเบื่อจริงหรือเปล่า และทำไมต้องเกลียดวันจันทร์กันด้วย ในเมื่อแก้ไขให้วันจันทร์ไปอยู่วันอื่นไม่ได้ แนะนำวิธีแก้ไขที่ตัวคุณเอง ต้อนรับวันจันทร์ที่แสนสดชื่น พร้อมลุยงานแบบไม่มีอิดออด

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ไม่ไปทำงานได้มั้ย?

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ

1. เข้านอนให้เร็วขึ้นในคืนวันอาทิตย์

นี่คงเป็นความคิดของคนทำงานหลาย ๆ คน “โอ้ย..วันจันทร์อีกแล้ว ไม่อยากตื่นเช้าเลย” เป็นเพราะวันหยุดคุณจะตื่นสายเท่าไหร่ก็ได้ พอถึงวันจันทร์ความขี้เกียจก็เลยถามหาคุณเข้าให้ แนะนำให้คุณรีบเข้านอนในคืนวันอาทิตย์ คุณจะได้พักผ่อนได้เพียงพอ แล้วตื่นมาในเช้าวันจันทร์อย่างสดใส

2. ตื่นเร็วขึ้นหนีรถติดที่น่าเบื่อ

“วันจันทร์ทีไร ทำไมรถถึงติดได้ ติดดีแบบนี้ทุกทีนะ” อาจจะเป็นไปได้ว่า ทุกคนขี้เกียจตื่นเช้าเหมือนกัน และพร้อมใจกันตื่นสายขึ้นอีกนิด ออกจากบ้านเวลาพร้อมกัน รถก็เลยติด ต้องไปนั่งเซ็งกันบนถนน คุณลองทำตัวให้แตกต่าง ตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม เพื่อหนีปัญหารถติดที่แสนเซ็ง และน่าเบื่อ ถึงที่หมายเร็วกว่าเดิม มีเวลาได้หายใจหายคอ ไม่ต้องรีบเร่งกระหืดกระหอบ ไม่ซ้ำเติมวันจันทร์ที่น่าเบื่ออยู่แล้วให้ยิ่งน่าเบื่อเพิ่มขึ้นอีก

3. ส่งยิ้มให้ตัวเองก่อนออกจากบ้าน

“หมดวันหยุดแล้วหรอเนี่ย ทำไมไวจังยังไม่หายเหนื่อยเลย” ถ้าท้อแท้กับการต้องเริ่มต้นทำงานในวันจันทร์แล้ว ทั้ง ๆ ที่ร่างกายและจิตใจยังไม่พร้อม ก่อนออกจากบ้าน ลองส่องกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเองดู เป็นการให้กำลังใจตัวเอง และสร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มต้นเดินทางไปทำงานในตอนเช้า

4. เตรียมลิสต์งานที่ต้องทำไว้ล่วงหน้า

สำหรับใครที่มีงานค้างจากวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์เลย ไหนจะงานเก่าที่ค้างมา งานใหม่ที่มีเพิ่ม ความคิดจะเปลี่ยนไป เมื่อคุณจัดระบบและระเบียบการทำงานของคุณให้ดี วันศุกร์ก่อนที่จะรีบไปปาร์ตี้ต่อ หรือรีบกลับบ้านไปเตรียมตัวเที่ยวต่างจังหวัด ให้คุณเคลียร์งานที่ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ให้เรียบร้อย แล้วเริ่มวางแผนการทำงานของสัปดาห์หน้าไว้ก่อนเลย หรือใครจะวางแผนเคลียร์งาน จัดการเดตไลน์วันส่งงานเป็นวันไหน สามารถวางแผนได้ตามสไตล์การทำงานของตัวเองได้เลย วันจันทร์มาจะได้ไม่มีงานค้าง เริ่มทำงานใหม่ได้ทันที

5. สัปดาห์นี้ยังมีวันอื่นนอกจากวันจันทร์

“วันจันทร์แล้ว งานจะต้องถาโถมเข้ามาเป็นกองภูเขางานแน่เลย คิดแล้วก็ไม่อยากไปทำงาน” อย่าไปเครียดค่ะ แค่คุณจัดการวางแผนการทำงาน แล้วค่อย ๆ เคลียร์ไปทีละงาน สองงาน ไม่นานจากงานล้นมือก็ค่อย ๆ เสร็จไปเอง หรืองานบางงานก็อาจจะยังไม่ต้องรีบส่งภายในวันจันทร์นี้นี่นา ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายวันตลอดทั้งสัปดาห์นี้ จะเครียดไปทำไมกัน ค่อย ๆ เคลียร์ไปค่ะ

ความจริงคุณไม่ได้เกลียดวันจันทร์หรอก คุณแค่ยังต้องการการพักผ่อน และยังไม่อยากตื่นขึ้นมาทำงานในวันเริ่มต้นของสัปดาห์ แต่ถ้าคุณลองทำตามคำแนะนำข้างต้น เชื่อว่าไม่ว่าจะวันจันทร์หรือวันไหน คุณก็สดใส พร้อมลุยงานทุกวัน

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

รายงานการวิจัยพฤติกรรมผู้ บริโภคทั่วโลกปี 2016 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ ของผู้บริโภคกว่า 28,000 คน ใน 32 ประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริ โภคในประเทศไทยจำนวน 800 คน เผยโอกาสใหม่สำหรับผู้ค้ าออนไลน์ชาวไทยที่ต้ องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มี แนวโน้มเพิ่มขึ้น ยอดใช้จ่ายออนไลน์ทั้งหมดของนั กช้อปชาวไทยคาดการณ์ว่าจะมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2559 ตามที่ประเมินไว้ที่ประมาณ 325.6 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 376.8 พันล้านบาท ในปี 2560 สำหรับยอดการช้อปออนไลน์ ของประเทศไทยที่มาจากการซื้ อของผ่านเว็บไซต์ในประเทศคาดว่ าจะเพิ่มขึ้น 84 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 จากยอดการซื้อสินค้าประมาณ 60.3 พันล้านบาทในปี 2560 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ เป็นอันดับสอง

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

จากการสำรวจพบว่านักช้อปออนไลน์ ในประเทศไทยจำนวน 55 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้ จ่ายออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 และจากกลุ่มนักช้อปเหล่านั้น ราว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ความสะดวกสบายของการช้อปออนไลน์ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พวกเขาหันมาช้อปด้วยวิธีนี้ มากขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์มองว่าการส่งของที่ รวดเร็วเป็นอีกปัจจัยหลัก  และ 35 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าทำให้ประหยัดเงินได้ มากกว่า ซึ่งเหตุผลดังกล่าวล้วนเป็นปั จจัยอันดับต้นๆ และคาดว่าในปี 2560 นี้ พวกเขาจะหันมาใช้จ่ายออนไลน์ มากขึ้น ผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางอี คอมเมิร์ซเพื่อทำกิจธุระประจำวันมากขึ้น ผลวิจัยระบุว่าในประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช้ อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะช้อปสินค้าหมวดหมู่ ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และ เครื่องประดับ  ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึ กษาและสื่อบันเทิง (40 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ บริโภค (39 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าผู้บริ โภคคาดการณ์ว่าในปีนี้ ในประเทศไทย จะเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอีคอมเมิ ร์ซในชีวิตประจำวันมากขึ้น สินค้า 3 ประเภทที่คาดว่าจะมีการซื้อผ่ านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 ได้แก่ ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 24 เปอร์เซ็นต์) สินค้าบริโภค (เติบโต 20 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าสำหรับเด็ก (เติบโต 16 เปอร์เซ็นต์) เทรนด์การใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มื อถือของคนไทยกำลังเป็นที่นิยม จากการสำรวจในหลายประเทศ พบว่า ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นนักช้ อปข้ามประเทศที่นิยมซื้อสินค้ าผ่านอุปกรณ์มือถือมากที่สุด โดยกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปชาวจีนที่ ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ เลือกช้อปผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ ทโฟน ส่วนเหล่านักช้อปจากประเทศไทยถึ ง  46 เปอร์เซ็นต์ นิยมซื้อสินค้าข้ามประเทศผ่านอุ ปกรณ์มือถือ ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชี ยแปซิฟิกทั้งหมด โดยเฉลี่ยจะมีนักช้อปข้ ามประเทศที่ซื้อสินค้าผ่านอุ ปกรณ์มือถืออยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์ ซื่งเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 27 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลดังกล่าวเนื่ องมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย[ 1] และ PayPal คาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ ยอดการซื้อขายออนไลน์ผ่านอุ ปกรณ์มือถือ (mobile-commerce) จะเพิ่มเป็นจาก 141.7 พันล้านบาทในปี 2559 เป็น 173.6  พันล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่ อยๆ ตามจำนวนอุปกรณ์มือถือที่เพิ่ มมากขึ้น ผนวกกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุ ปกรณ์มือถือใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่ อง เพื่อให้การซื้อขายออนไลน์ผ่ านอุปกรณ์มือถือเป็นทั้ งประสบการณ์ และโอกาสทางธุรกิจทั้งสำหรับผู้ ซื้อและผู้ค้าออนไลน์

แม้การช้อปข้ามประเทศจะเป็นที่ นิยมของผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดย 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้สำรวจทั้ งหมดระบุว่า ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำให้นักช้อปไม่สามารถซื้อของข้ ามประเทศได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร ปัจจัยรองลงมาคือ การจ่ายค่าภาษีศุลกากร (44 เปอร์เซ็นต์) และความชัดเจนของอัตราภาษีศุ ลกากร (42 เปอร์เซ็นต์) ดั้งนั้นร้านค้าควรจะหาช่ องทางที่จะแก้ไขหรื อบรรเทาความกังวลของผู้ซื้ อในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ บริโภคมั่นใจและกล้าซื้อสินค้ ามากขึ้น ทั้งนี้ PayPal มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้ างความมั่นใจในการช้อปด้วย Refunded Returns[2] หรือ การคืนเงินค่าจัดส่งให้สูงสุด 15 ดอลลาร์สหรัฐ[3] สำหรับสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อช่วยให้นักช้อปมั่ นใจในการช้อปออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ PayPal ยังมีบริการ Buyer Protection หรือบริการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้นักช้อปมั่นใจทุกครั้ งในการช้อป และก้าวข้ามข้อจำกัดในการตัดสิ นใจที่จะซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายนี้ครอบคลุมการซื้อในกลุ่ มสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ตั๋วอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ไฟล์เพลงดิจิตอล อีบุ๊ค เกมส์ และการโหลดซอฟท์แวร์และยังมี นโยบายคุ้มครองผู้ขายที่เรียกว่ า Seller Protection ที่คุ้มครองผู้ขายจากการถู กหลอกลวงด้านธุรกรรมออนไลน์อี กด้วย

 

เจ็บมากี่ครั้งแล้วกับตำแหน่งที่เรียกว่า Admin ในใบสมัครงาน

งาน Admin หรืองานฝ่ายธุรการ เป็นงานที่มีขอบข่าย และหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ค่อนข้างกว้าง จนหลายคนอาจจะเข้าใจว่างานด้านนี้ มีความคล้ายคลึง และค่อนข้างเหมือนกับงานของ HR บางคนถึงกับบ่นว่า เจ็บมากี่ครั้งแล้วกับตำแหน่งที่เรียกว่า Admin ในใบสมัครงาน แต่หากลองวิเคราะห์จากเนื้องานแล้ว จะเป็นว่างานทั้งสองประเภทนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่อีกทั้งงาน Admin นี้จะเน้นที่การประสานงานเป็นหลัก เนื่องจากงาน Admin เป็นงานที่มีลักษณะของการเป็นฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมาก เห็นได้จาก ผู้ที่ทำงานธุรการสามารถเข้าไปช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น Admin สามารถเข้าไปช่วยงานของฝ่าย HR ในด้านดูแลด้านเอกสาร หรือ ประสานงานกับพนักงาน เป็นต้น ขอบข่ายงานของ Admin จึงอยู่ที่ว่าต้องไปสังกัดอยู่กับฝ่ายไหน แต่โดยรวมแล้ว งานธุรการจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลงานเอกสารต่าง ๆ การติดต่อประสานงานภายใน และนอกองค์กร การจัดเก็บ และค้นหาเอกสาร การจัดเตรียมการประชุม เป็นต้น

เจ็บมากี่ครั้งแล้วกับตำแหน่งที่เรียกว่า Admin ในใบสมัครงาน

เจ็บมากี่ครั้งแล้วกับตำแหน่งที่เรียกว่า Admin ในใบสมัครงาน

ตำแหน่งงาน Admin ที่เปิดรับสมัคร จะมีทั้ง Admin ฝ่ายขาย Admin ฝ่ายบุคคล หรือ Admin ฝ่ายการตลาด ตำแหน่งงานต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีหน้าที่ และความสำคัญของงานแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนจะสมัครงานในตำแหน่งนี้ ควรดูรายละเอียดของงานให้ถ้วนถี่ก่อนว่า เป็นงานที่ตรงกับความสามารถของเราหรือไม่ การเริ่มต้นสมัครงาน Admin นอกจากจะต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ และแนวคิดด้านบวกในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว การจบการศึกษาที่ตรงกับสายงานก็มีส่วนสำคัญ ผู้หางานที่ต้องการงานด้านธุรการ คือ คนที่มีความรู้ความสามารถ และเรียนจบมาจากสาขาต่าง ๆ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ (เอกเลขานุการ) สาขาบริหารการจัดการ สาขาบริหารการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้ว สายงานนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ขอให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามที่ตำแหน่งงานได้กำหนดไว้ โอกาสที่จะได้งานนี้ก็มีค่อนข้างสูง

ผู้ที่ทำงาน Admin ควรมีคุณสมบัติอย่างไร คุณสมบัติของผู้ทำงาน Admin โดยรวมแล้ว ต้องเป็นคนที่รับความรับผิดชอบสูง มีความอดทน มุ่งมั่นในการทำงาน อีกทั้งมีความคล่องแคล่ว มีใจรักงานบริการ ใจเย็น มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย สามารถประสานงานระหว่างบุคคล หรือระหว่างองค์ได้เป็นอย่างดี อดทนต่อสภาวะแรงกดดันในการทำงานได้

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ผู้ที่ทำงาน Admin อาจจะต้องมีทัศนคติด้านบวก เหล่านี้ รวมอยู่ด้วย เพื่อเพิ่มความสุขในการทำงานให้มีมากขึ้น

  • มีความละเอียด รอบคอบ สนใจรายละเอียดของงานที่ทำ ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
  • เปิดใจกว้างยอมรับทั้งเสียงตำหนิ และคำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
  • ปัญหาที่เกิดขึ้น คือสิ่งท้าทาย และเป็นสิ่งเตือนใจให้เราได้เรียนรู้
  • มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายอย่างเต็มที่
  • ภูมิใจในหน้าที่การทำงานของตนเอง ให้ระลึกเสมอว่างานที่เราทำมีคุณค่า
  • คิดอยู่เสมอว่า ความสุขของคนที่ได้ทำงาน Admin คือการได้ช่วยเหลือคน
  • บทบาท และหน้าที่ของงาน Admin

งาน Admin จะมีขอบข่ายความรับผิดชอบอยู่ที่การช่วยเหลือ หรือจัดการธุระต่าง ๆ ให้กับบุคคลในองค์กร อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแผนกที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่งานหลัก ๆ ของธุรการ จะมีดังนี้

  • ติดต่อประสานงาน เดินเอกสารให้กับพนักงาน
  • ดูแลสถานที่ หรือติดต่อกับฝ่ายอาคาร ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ
  • ดูแลเอกสาร หรือส่งจดหมายให้กับพนักงานในแผนกต่าง ๆ
  • ตรวจสอบ และสั่งซื้ออุปกรณ์ออฟฟิศให้กับพนักงาน
  • ดูแลบริหารออฟฟิศ ด้วยการดูแล ควบคุมการทำความสะอาดของแม่บ้าน
  • ดูแลพนักงานรับส่งเอกสารที่มาติดต่อกับบริษัท

งาน Admin เป็นตำแหน่งงานที่สำคัญตำแหน่งหนึ่งในบริษัท แต่หน้าที่ความรับผิดชอบนั้น อาจจะต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง เพราะบางครั้ง อาจจะต้องเจอกับพนักงานเจ้าปัญหา ที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจบ้าง แต่หากเราสามารถควบคุม ดูแลงานส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี งานของเราก็จะออกมาเป็นดังที่คาดหวัง

Element Case เปิดตัวสุดยอดเคส ระดับพรีเมี่ยมสำหรับไอโฟน 7

Element Case (อิลิเม้นท์ เคส) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมี่ยมสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตชั้นนำระดับโลก เผยโฉม Element Case เปิดตัวสุดยอดเคส สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus คอลเลคชั่นใหม่พร้อมกัน 2 คอลเลคชั่น ได้แก่ เคสคอลเลคชั่น CFX (ซีเอฟเอ็กซ์) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากซีรี่ส์อะดรีนาลีน และเคสคอลเลคชั่น Aura (ออร่า) ใหม่ล่าสุดจากคอลเลคชั่นลักซ์ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Element Case ทุกรุ่นมาพร้อมกับนวัตกรรมการดีไซน์ล้ำสมัย ออกแบบอย่างประณีต ทำจากวัสดุคุณภาพสูง มอบการปกป้องอย่างเหนือชั้น ทนต่อการตก การกระแทก และรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี เสริมให้โดดเด่น มีสไตล์ในทุกองค์ประกอบ

Element Case เปิดตัวสุดยอดเคส ระดับพรีเมี่ยมสำหรับไอโฟน 7

Element Case เปิดตัวสุดยอดเคส ระดับพรีเมี่ยมสำหรับไอโฟน 7

คอลเลคชั่น CFX (ซีเอฟเอ็กซ์) ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากซีรี่ส์อะดรีนาลีน เคสรุ่นนี้ ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี RFCTM (Reinforced Frame Construction) นวัตกรรมด้านเทคนิคการ ขึ้นเฟรมตัวเคสสุดพิเศษ ตัวเคสผลิตด้วยวัสดุพรีเมี่ยมอย่างคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพเกรดระดับเดียวกับ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบิน เสริมความแข็งแกร่งอีกชั้นด้วยโพลีคาร์บอเนตทำให้ตัวเคสทนทานต่อการบิดและงอ ทั้งยังมาพร้อมกับ Crown ขอบกันกระแทกพิเศษที่ใช้เทคนิคขึ้นรูปเฟรมติดที่ตัวเคสบริเวณด้านบนและด้านล่างซึ่งทำจากเทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน (TPU) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการป้องกันการกระแทกต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการทดสอบการกันกระแทกตามมาตรฐานทางทหารของ ประเทศสหรัฐอเมริกา MIL-SPEC Standard สามารถชมคลิปแนะนำเคสรุ่นนี้ได้ในเว็บไซต์ http://www.elementcase.com/CFX-iPhone7-7Plus-a/482.htm#video ทั้งนี้ เคสคอลเลคชั่น CFX มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีส้ม และสีขาวแดง ราคา 1,550 บาท

คอลเลคชั่น Aura (ออร่า) เคสรุ่นล่าสุดจากลักซ์คอลเลคชั่น โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบให้รูปทรงบางสไตล์โมเดิร์น พร้อมเพิ่มสมรรถนะความทนทานขั้นสูงสุด เสริมความแข็งแกร่งตัวเคสด้วยวัสดุอย่างโพลีคาร์บอเนตที่ช่วยป้องกันการบิดงอ ด้านข้างในตัวเคสเสริมด้วยเทอร์โมพลาสติก โพลียูรีเทน (TPU) เพื่อป้องกันการกระแทกขั้นสูงสุด โดยผ่านการทดสอบการตกกระแทกตามมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-SPEC Standard นอกจากนั้น ผิวตัวเคสยังเคลือบเงาแบบพิเศษ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและรังสียูวี ทำให้ตัวเคสคงทน เงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ เคสรุ่น Aura มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเขียวมิ้นท์ สีน้ำเงินเข้ม สีแดงเข้ม และสีดำ ราคา 1,550 บาท
ผลิตภัณฑ์ Element Case มีจำหน่ายแล้วที่ร้าน iStudio by Copperwired, iStudio by SPVi, iStudio by Uficon, BeTrend at Vgadz corner, ร้านลอฟท์ และร้านในโซนมือถือทั่วกรุงเทพ

Element Case ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองและอยู่อย่างพอเพียง จัดกิจกรรมบริจาคเงินสมทบทุนสนับสนุนโครงการในพระราชดำริด้านการศึกษาแก่มูลนิธิพระดาบส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในงานจะทำการแจกและจำหน่ายเคสโทรศัพท์ iPhone จำนวน 400 ชิ้น โดยไม่กำหนดราคาขั้นต่ำใดๆ แต่ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้บริจาค พร้อมเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมบริจาคตามจิตศรัทธา และทางบริษัทฯ และคู่ค้าที่เป็นตัวแทนขายจะร่วมสมทบทุนเพิ่มเติม ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคเป็นทุนการศึกษาให้แก่มูลนิธิพระดาบส เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ด้อยโอกาสได้รับศึกษาหาความรู้และมีวิชาชีพติดตัวสามารถเลี้ยงตนและครอบครัวได้

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แกร็บ (Grab) แพลทฟอร์มด้านบริการขนส่งชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศผนึกกำลังการให้บริการ กับ ลิฟท์ (Lyft) แอพพลิเคชั่นด้านการขนส่งที่ให้บริการในกว่า 200 เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา Grab จับมือ Lyft เดินหน้าข้อตกลงความร่วมมือการให้บริการโดยสารระดับโลก โดยขณะนี้ ลูกค้า แกร็บ สามารถเรียกใช้บริการโดยสาร ลิฟท์ (Lyft) และ ลิฟท์ พลัส (Lyft Plus) ผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บ เอง ในกว่า 200 เมืองของประเทศสหรัฐอเมริการวมทั้ง ซานฟรานซิสโก, ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก และในทางกลับกัน ลูกค้าลิฟท์ (Lyft) ก็สามารถเรียกใช้บริการ แกร็บ คาร์ (GrabCar) และ แกร็บ แท็กซี่ (GrabTaxi) ผ่านแอพพลิเคชั่น ลิฟท์ (Lyft) ของตนเอง เมื่อเดินทางอยู่ใน 30 เมือง ใน 6 ประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แกร็บให้บริการเช่นกัน

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“แกร็บ (Grab) พร้อมมอบอิสรภาพการเลือกใช้บริการที่ยืดหยุ่นและความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า รวมถึงประสบการณ์ในการเดินทางที่ราบรื่นแม้อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากเราต้องการนำเสนอบริการที่ดียิ่งไปกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังไว้” ฮุย หลิง ตัน ผู้ร่วมก่อตั้ง แกร็บ (Grab) กล่าว “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในระดับสูง ดังนั้น ขณะที่เราต้อนรับนักเดินทางและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสบริการโดยสารแท็กซี่และรถยนต์ในภูมิภาคของเรา เราก็มองหาโอกาสที่จะนำเสนอบริการโดยสารที่ราบรื่นในต่างประเทศ ผ่านการผสานจุดแข็งและประสบการณ์ที่มีอยู่ร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน”
ภายใต้การผสานการทำงานของ แกร็บ (Grab) และ ลิฟท์ (Lyft) ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้บริการโดยสารผ่านแอพลิเคชั่นที่มีด้วยภาษาของประเทศตนเองได้ รวมทั้งสามารถจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิตและช่องทางการชำระเงินอื่นๆ อาทิ เพย์พาล, วอลเล็ต (PayPal ,Wallet) เพื่อสัมผัสการเดินทางที่ราบรื่นแบบไม่ต้องกังวลในเรื่องสกุลเงิน ภาษา หรือแม้แต่การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใหม่ หรือเปิดบัญชีชำระเงินใหม่
การผสานบริการแบบสองทางระหว่าง แกร็บ (Grab) และ ลิฟท์ (Lyft) ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการจับคู่ผสานบริการแบบสองทางที่เริ่มเปิดให้บริการ ภายหลังจากที่ ตีติ ชูซิ่ง (Didi Chuxing) ผู้ให้บริการแอพโดยสารในจีน, แกร็บ (Grab) จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ลิฟท์ (Lyft) จากสหรัฐอเมริกา และ โอล่า (Ola) จากอินเดีย ประกาศความร่วมมือให้บริการโดยสารระดับโลกเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการต่างๆ เหล่านี้สามารถให้บริการลูกค้าครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนักเดินทางจากประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ที่มีจำนวนรวมกันหลายล้านคนต่อปี

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

ในการทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง ก็เป็นปัญหาที่ทีมงานคาดไม่ถึงมาก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนๆ แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็เถอะ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต้องใช้ไหวพริบ และเป็นการวัดกึ๋นของทีมได้เลยว่า มีการจัดการปัญหาได้ดีเพียงไร จริง ๆ แล้วเรื่องการแก้ไขปัญหาหลายคนอาจคิดว่า มันเป็นทักษะเฉพาะตัวหรือเปล่า ฝึกได้จริง ๆ เหรอ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ค่ะ ขอเพียงตั้งใจ แล้วทำตาม 6 ข้อด้านล่างนี้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาสกิล วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้บ้างไม่มากก็น้อย

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

1. ดูจากผู้มีประสบการณ์

แน่นอนว่าไม่มีใครทำทุกอย่างเป็นตั้งแต่เกิด เมื่อเริ่มเข้าทำงานแรกยังเป็นหนุ่มสาวหน้าใหม่ไฟแรง มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับหัวหน้าเก่ง ๆ ก็อย่าลืมรีบเร่งฉกฉวยโอกาสเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์ถ่ายทอดให้ เริ่มแรกถ้ายังไม่มีประสบการณ์ก็เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์นี่แหล่ะดี อาจจะเป็นการเรียนรู้จากหน้างานเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจริงก็ได้ หรือเกิดจากการสอบถามถึงเคสต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์เคยเจอ เคยผ่านมาให้พี่ ๆ เล่าให้ฟัง เพื่อเตรียมตัวโดยไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยไปถาม แล้วเราจำไปใช้ก็ได้เช่นกันค่ะ

2. ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ทำให้ถ่องแท้

ฟังจากผู้มีประสบการณ์ก็คงช่วยได้จุดหนึ่ง แต่จะดีมาก ๆ ถ้าเรามีความเข้าใจพื้นฐานต่อเนื้องานที่เรากำลังทำอย่างถ่องแท้ เข้าใจในทุกมุม ความเข้าใจช่วยได้ในหลายส่วนหากมีปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้น เราจะรู้ทันทีว่าต้องไปตามแก้ที่จุดไหน กับใคร และเราจะสามารถ catch up งานได้ทันว่า โปรเจกต์นี้ดำเนินการไปถึงจุดไหนแล้ว

3. ฝึกวิเคราะห์ปัญหา

การรู้เหตุแห่งปัญหา และผลที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และไม่หลอกตัวเองย่อมทำให้รู้หนทางแห่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เริ่มรู้และเข้าใจ flow การทำงานทั้งหมด สิ่งที่สำคัญก็คือต้องฝึกคิดวิเคราะห์แยกแยะปัญหาให้เป็น เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ

4. ฟังอย่างแตกฉาน

ที่สำคัญไม่แพ้การพูด ก็คือ “การฟัง” หลายคนเข้าใจผิด หลงลืมมองข้ามการฟังที่ดีไป ทำให้ตีความผิดในหลายเรื่องและนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพของการแก้ปัญหา เวลาฟัง จงฟังอย่างตั้งใจ และคิดตามไปด้วย อย่าได้ใจลอย คิดไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญจับประเด็นให้ได้ ว่าผู้ส่งสารต้องการจะบอกอะไรกับเราบ้าง แล้วเราจะนำมาวางแผนการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

5. เล่าให้มีประเด็น

สลับกันกับข้อด้านบน เวลาเป็นคนเล่า ก็ต้องเล่าอย่างมีประเด็นด้วย เล่าให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเราต้องการจะสื่อสารอะไรกับเรื่องนี้ และจะขอความเห็นใน next step อย่างไรก็ว่ากันไป การจะเล่าก็ต้องเตรียมตัว เรียบเรียงประเด็นต่าง ๆ นหัวแล้วค่อยพรั่งพรูออกมา ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วต้องเล่า ต้องพยายามเล่าให้ครบถ้วนใจความแต่กระชับมากที่สุด เพื่อจะได้เอาเวลาไปคิดวางแผนวิธีรับมือแก้ไขกับปัญหาได้ทัน

6. ทีมเวิร์ค

สุดท้ายคือเรื่องราวของทีมเวิร์ค ในบางครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาออาจไม่ใหญ่โตมากนัก ลำพังคนเพียงคนเดียวก็เอาอยู่ แต่อีกในหลายครั้งหลายคราที่ปัญหาเกิดมา ต้องการทีมงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหา คน ๆ เดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันการณ์ การทำงานการเป็นทีมเวิร์คจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเองว่าบทบาทของเราจะช่วยแก้ปัญที่เกิดขึ้นได้ตรงไหน และพยายามผลักดันให้การแก้ปัญหาได้ลุล่วงไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด

ประสบการณ์การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สะสมกันมาเป็นสิ่งสำคัญ และควรจำไปใช้ตลอดชีวิตการทำงาน แต่ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประสบการณ์ก็คือการฝึกฝนนั่นเอง อย่าลืมพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และอย่าเหนื่อยหน่ายที่จะต้องทำมัน เพราะปัญหาเป็นของคู่กับชีวิต ตราบใดที่ยังไม่ลาจากโลนี้ไปก็ทำใจเถอะนะ

Cr.Jobsdb

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ออราเคิลได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย และขจัดปัญหาสำหรับการนำระบบคลาวด์มาปรับใช้ การให้บริการประเภทแรกนี้จะมอบทางเลือกแบบใหม่แก่ผู้บริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) เพื่อนำซอฟต์แวร์ภายในองค์กรไปใช้งานและมอบความลื่นไหลเพื่อถ่ายโอนแอพพลิเคชันสำคัญทางด้านธุรกิจจากระบบ on-premises ไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ในขณะที่องค์กรทั้งหลายมีความกระตือรือร้นที่จะถ่ายโอนข้อมูลภายในองค์กรไปยังระบบคลาวด์แบบสาธารณะ ข้อมูลจำนวนมากได้ถูกจำกัดโดยข้อกำหนดทางธุรกิจ ทางกฎหมาย และข้อระเบียบทางด้านกฎหมายซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ในปัจจุบันออราเคิลกำลังนำเสนอวิธีการที่ง่ายขึ้นสำหรับองค์กรในทุกภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านนี้ และจะได้รับประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ Oracle Public Cloud Services ยังช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนระบบปฏิบัติการพร้อมทั้งเพิ่มนวัตกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ และยังสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นผ่านทาง Oracle Cloud หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร นายโธมัส คูเรียน ประธานกรรมการ ออราเคิล กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบคลาวด์เพื่อเร่งผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านธุรกิจ ข่าวที่ได้เปิดตัวในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราได้ประกาศเปิดตัวบริการของระบบคลาวด์ใหม่ๆ จำนวนมากและในปัจจุบันเราเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์แบบสาธารณะเพื่อมอบตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบแก่องค์กรทั้งหลายในวิธีที่องค์กรเหล่านั้นต้องการที่จะใช้งาน Oracle Cloud”
จากการเปิดตัว Oracle Cloud at Customer ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากบริการระบบคลาวด์ของออราเคิลในศูนย์กลางข้อมูล อาทิ ความว่องไว การลดความยุ่งยาก ประสิทธิภาพในการทำงาน มาตราส่วนที่ยืดหยุ่น และการกำหนดราคาในการสมัครใช้งาน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ให้บริหารระบบคลาวด์แบบสาธารณะจะนำเสนอระบบที่สามารถใช้งานร่วมกับ Oracle Cloud ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการใช้งานได้บนระบบ on-promises เนื่องจากซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้งานได้กับ Oracle Cloud ได้อย่างราบรื่น ลูกค้าสามารถใช้งานได้หลายกรณี อาทิ การฟื้นฟูความเสียหาย การพัฒนาการทดสอบ การโอนย้ายภาระงาน และชุดเครื่องมือ API เดี่ยวและการเขียนสคริปต์สำหรับ DevOps นอกจากนี้ในฐานะการนำเสนอของออราเคิลที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ และนวัตกรรมและประโยชน์ใหม่ล่าสุดโดยใช้ซอฟต์แวร์ในศูนย์กลางข้อมูลเช่นเดียวกับ Oracle Cloud การขยายการใช้งาน Oracle Cloud ไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าจะสามารถได้รับประโยชน์ สามารถควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบ และมีคุณสมบัติตรงตามข้อจำกัดทั้งหมดของ อธิปไตยข้อมูล และควบคุมข้อมูลลูกค้าที่คงอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร หรืออยู่ในที่ตั้งทางเขตท้องถิ่น เพิ่มความสามารถให้แก่การโอนถ่ายภาระงานระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์โดยใช้สภาวะแวดล้อมแบบเดียวกัน ชุดเครื่องมือ และ APT สามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโปรแกรมการทำงานออราเคิลและและโปรแกรมบริการอื่นๆได้อย่างง่ายดายระหว่างระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์ตามข้อกำหนดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น PCI-DSS สำหรับภาคอตสาหกรรมบัตรเครดิตและเดบิตระดับโลก HIPAA สำหรับภาคอุตาหกรรมสุขภาพอนามัยในสหรัฐอเมริกา FedRAMP สำหรับรัฐบาลมลรัฐในสหรัฐอเมริกา พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลของรัฐแห่งเยอรมนี พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลแห่งสหราชอาณาจักร และข้อบังคับเฉพาะอุตสาหกรรมและประเทศอื่นๆ

ในปัจจุบัน ออราเคิลได้เปิดตัวการให้บริการสำหรับผลิตภัณฑ์ Oracle Cloud ต่อไปนี้ที่ศูนย์บริการลูกค้า

  • Infrastructure: มอบการคำนวณที่ยืดหยุ่น หน่วยความจำการบล็อกที่ยืดหยุ่น การสร้างเครือข่ายที่เสมือนจริง การจัดเก็บไฟล์ การส่งข้อความ และระบบการจัดการข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนเพื่อช่วยให้การเคลื่อนย้ายภาระงานที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งานออราเคิลในระบบคลาวด์ บริการ IaaS เพิ่มเติมที่ทำให้พอร์ตโครงการเสร็จสมบูรณ์ เช่น Containers และ Elastic Load Balancer จะพร้อมให้บริการเร็วๆ นี้
  • Data Management: ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ฐานข้อมูลอันดับหนึ่งเพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มี Oracle Database Cloud ชุดเริ่มต้นของ Database Cloud Service จะตามด้วย Oracle Database ในฐานะ Service – Exadata สำหรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและชุดขนาดใหญ่ของการบริการ Big Data Cloud อาทิ Big Data Discovery, Big Data Preparation, Hadoop และ Big Data SQL
  • Application Development: พัฒนาและนำจาวาแอพพลิเคชันไปใช้งานในระบบคลาวด์โดยใช้ Oracle Java Cloud ซึ่งจะตามมาด้วยการให้บริการอื่นๆ เร็วๆ นี้สำหรับการพัฒนาแบบหลายภาษาใน Java SE, Node.Js, Ruby และ PHP
  • Enterprise Integration: ช่วยลดความซับซ้อนในการบูรณาการของแอพพลิเคชันแบบ on-promises กับแอพพลิเคชันคลาวด์ และการรวมกันสำหรับแอพพลิเคชันคลาวด์กับแอพพลิเคชันคลาวด์โดยใช้ Oracle Integration Cloud Service
  • Management: ผสมผสานประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลได้อย่างราบรื่นบนระบบ on-premises และ Oracle Cloud

Oracle Cloud สามารถรองรับผู้ใช้กว่า 70 ล้านคน และจำนวนธุรกรรมมากกว่า 34 พันล้านในแต่ละวัน โดยทำงานในศูนย์กลางข้อมูลกว่า 19 แห่งรอบโลก