ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ปัญหาชวนปวดหัวในทุกทีทำงาน ไม่ว่าจะการมีปัญหาระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือแม้แต่หัวหน้างาน คุณไม่ต้องตกใจหรือแปลกใจไปเพราะทุกที่ก็มีปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกันทั้งหมดรวมถึง ฟรีแลนซ์ ที่อาจต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่แตกต่างคือแต่ละที่จะมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกันไป เช่น การยุติการเลิกจ้างบางตำแหน่งทำให้คุณต้องมีภาระงานมากกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว การที่คุณเพิ่งเข้ามาเริ่มงานได้เพียงวันเดียวและหัวหน้าคุณก็ลาออก การขโมยผลงานที่คุณทุ่มเทแรงกายใจจากเพื่อนร่วมงานของคุณเอง เรื่องเหล่านี้ทำให้กลายเป็นปัญหาโลกแตกทั้งสิ้น

ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ยังมีเรื่องราวประหลาดๆอีกเพียบในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าผู้ชอบขโมยอาหารกลางวันของพนักงานคนอื่นไปจนถึงฝ่ายต้อนรับลูกค้าที่ชอบซุบซิบนินทาคนอื่นๆ คุณไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่ชวนปวดหัวเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ตาม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ทำให้คุณเจอกับประสบการณ์อันเลวร้ายอยู่บ่อยๆและก่อให้เกิดสภาวะหมดไฟในการทำงานได้ด้วยเช่นกัน

วิธีการก้าวข้ามผ่านปัญหาเหล่านี้ คือ คุณต้องรู้จักวิธีรับมือกับปัญหาเหล่านี้ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นปัญหาเล็กลงยิ่งกว่าเคย

และนี่คือ ปัญหาที่ชวนปวดหัวในที่ทำงานพร้อมวิธีการรับมือที่พบเห็นได้มากที่สุด

เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงาน
เมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ความเครียดที่ไม่อาจทำให้บรรเทาแม้แต่ตอนคุณกลับไปถึงบ้าน คุณควรหาเวลาคุยกับหัวหน้างานเกี่ยวกับปริมาณงานที่มากเกินไป

วิธีการรับมือ : ลองหาเวลานั่งคุยกับหัวหน้างานและหาเวลาเล่าถึงปัญหาของคุณให้ฟัง ปัญหาที่มีคือปริมาณงานเพิ่มขึ้นและคุณไม่สามารถเคลียร์งานได้ เล่าถึงสาเหตุที่คุณไม่สามารถแก้ได้ ปริมาณงานและปัญหาที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ปีก่อนหรือการที่คุณมารับช่วงดูงานต่อจากอีกคนที่ไม่ฝากงานไว้ให้คุณแถมยังไม่เหลือข้อมูลอะไรให้คุณดำเนินการต่อ

นี่คือสาเหตุของปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การอธิบายสาเหตุดังกล่าวออกไปจะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้หัวหน้าคุณเข้าใจมากยิ่งกว่าเดิม คุณอาจเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหา เช่น “ผมสามารถทำงาน A และ B แต่ไม่สามารถทำ C ได้ หรือถ้าหากงาน C นั้นสำคัญจริงๆ ผมขอเลือกทำงาน C แทน A ผมสามารถช่วยแนะการทำงาน C แก่เจนนิส แต่ผมไม่สามารถทำงาน C เพียงคนเดียวได้หากผมต้องทำทั้งงาน A และ B” คุณยังอาจให้หัวหน้างานของคุณช่วยเรียงลำดับความสำคัญของงานให้อีกด้วย

หัวหน้างานลาออกหรือโดนไล่ออก
เมื่อหัวหน้างานที่คอยหนุนงานของคุณให้ประสบความสำเร็จกำลังจะลาออก ทำให้คุณกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับหัวหน้าคนใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการแชร์ไอเดียแบบที่คุณเคยมีร่วมกันกับหัวหน้าคนก่อนหรือกังวลว่าเขาหรือเธออาจจะไม่ชอบหน้าคุณก็เป็นไปได้!

วิธีการรับมือ: ใจเย็นเอาไว้ หัวหน้างานใหม่อาจดีเท่าๆกับหัวหน้าคนเก่าหรืออาจดีกว่าก็เป็นไปได้ และถ้าหากคุณไม่อยากทำงานร่วมกับหัวหน้าคนใหม่ คุณก็ยังไม่รู้จนกว่าจะได้เจอได้คุยกันก่อน ดังนั้นการอัพเดทเรซูเม่ของคุณเอาไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรและอัพเดทในระบบหางาน (อย่างเช่นระบบหางานของ jobsDB) คุณควรรอดูสถานการณ์ให้แน่ใจจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วถึงเปลี่ยนงานก็ยังทัน

ในช่วงโอนถ่ายงาน คุณควรเข้ามาดูการทำงานในแผนกให้ดำเนินไปอย่างราบลื่น ซึ่งอาจช่วยให้คุณมีผลงานในองค์กรมากยิ่งขึ้น ช่วยเหลือหัวหน้างานคนใหม่ตั้งแต่เริ่มทำงานจนเข้าที่ คุณจะสามารถตัดสินใจเส้นทางการทำงานได้ต่อภายในสองอาทิตย์ของการทำงานร่วมกับหัวหน้างานคนใหม่

ได้ทำงานที่ไม่ใช่อย่างที่สมัครงานมา
เมื่อคุณถูกจ้างมาทำงานในฝ่ายบริหารยอดขาย แต่สุดท้ายแล้วคุณต้องไปนั่งจัดการเอกสารงานทั้งหมด หรือตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่คุณเพิ่งเข้ามากลายเป็นว่าคุณต้องโทรศัพท์หาลูกค้าแบบฮาร์ดเซลแทน เห็นได้ชัดว่าตอนสัมภาษณ์งานเข้ามากับหน้างานจริงไม่เหมือนกัน

วิธีรับมือ : ขอคุยกับหัวหน้างานก่อนเลย เมื่องานที่คุณสมัครเข้ามากับงานที่ทำจริงมันไม่ตรงกัน หัวหน้าคุณควรรับทราบถึงปัญหาและหาทางแก้ไข ทั้งนี้ คุณควรใจเย็นและให้ความร่วมมือ อย่าเพิ่งสติแตกและเกรี้ยวกราด ซึ่งควรสื่อให้หัวหน้าเห็นถึงว่าคุณต้องการแก้ปัญหาที่เกิด และต้องการให้หัวหน้าของคุณปรับหน้างานให้เหมาะสมมากกว่าเดิม

มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน
ในสังคมการทำงาน คุณอาจต้องเจอคนประเภทหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับคุณไปทุกอย่าง ซึ่งนั่นทำให้โปรเจคต่างๆของคุณผ่านยากยิ่งกว่าเดิม

วิธีการรับมือ: อย่างแรกสุด คุณต้องยอมถอยตัวเองลงมาก่อน ลดอีโกที่มีลง จริงๆแล้วคุณไม่จำเป็นต้องชอบเพื่อนร่วมงานที่เป็นปัญหากับคุณและไม่จำเป็นต้องเอาชนะในทุกๆเรื่อง คุณเพียงแค่ต้องทำงานร่วมกันเท่านั้น

การเป็นทำตัวให้เป็นมิตรช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นได้ ถึงแม้ว่าบางคนจะยากเกินเยียวยาสำหรับการสร้างมิตร แต่จงตระหนักไว้ว่าคุณไม่สามารถสร้างมิตรกับทุกคนได้ จงเรียนรู้ที่จะอยู่และทำงานร่วมกับคนประเภทนี้เสียดีกว่า

หัวหน้าไม่ใส่ใจงานที่คุณทำ
คุณเคยไหม ถึงแม้คุณจะพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างผลงานต่างๆ และกำลังเป็นดาวเด่นในที่ทำงาน แต่หัวหน้างานคุณกลับไม่รับรู้เรื่องเหล่านี้เลย

วิธีการรับมือ: เป็นธรรมดาที่ลูกน้องอยากให้หัวหน้างานเห็นถึงผลงานที่ประสบความสำเร็จของคุณ แต่ในความเป็นจริงคุณอาจได้เจอหัวหน้าประเภทที่รอดูผลงานของคุณตลอดและรอให้คุณคอยอัพเดทงานให้ฟังบ่อยๆ ดังนั้นคุณควรจะสร้างการรับรู้แก่คนอื่น แม้ว่าจะฟังดูแปลกๆแต่หัวหน้าต้องอยากรู้ว่าลูกน้องทำงานออกมาได้ดีแค่ไหน คุณอาจเริ่มอัพเดทงานเล็กๆน้อยๆว่าสำเร็จไปถึงไหนแล้ว ไปจนถึงงานที่บรรลุเป้าหมายใหญ่ๆได้

เมื่อคุณพลาด สร้างความเสียหายแก่ทีม
ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่เมื่อใดที่คุณสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่องค์กร เป็นเรื่องยากที่คุณจะสู้หน้าหัวหน้าของตัวเองกับความผิดอันใหญ่หลวงของคุณ

วิธีการรับมือ : สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือรับผิดชอบความผิดพลาดที่ทำลงไป บอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าทราบโดยเร่งด่วนก่อนที่หัวหน้าจะเจอปัญหาเหล่านี้ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ความเสียหาย และวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ วิธีการที่คุณจะไม่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวอีก

ได้รับผลการประเมินที่ย่ำแย่แบบสุดๆ
แม้ว่าสิ่งที่คุณทำลงไปคุณเองอาจคิดว่าโอเคแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆในการประเมินผลงานกลับไม่ถึงเกณฑ์ที่หวัง ซึ่งไม่ได้มีสัญญาณใดๆบ่งบอกแถมหัวหน้าคุณเองเพิ่งได้รับอีเมลล์ชื่นชมผมงานจากเจ้านายไปด้วย

วิธีการรับมือ: อย่างแรกสุด คือตั้งสติอย่าเพิ่งตื่นตระหนักไป และอย่าเพิ่งโต้เถียงไป ในสถานการณ์แบบนี้ โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับการประเมินจะมัวแต่คิดอยู่แค่ว่าจะทำยังไงเพื่อโต้แย้งสิ่งที่เกิดขึ้น การใส่ใจถึงสิ่งที่หัวหน้าคุณต้องการเป็นสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ตั้งใจฟังและถามให้ละเอียดเพื่อที่คุณจะได้คำตอบสิ่งที่หัวหน้าคุณต้องการ

Cr.jobsdb

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

คุณมาทำงานสายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? มีประชุมนัดไว้ตอน 10 โมงเช้า คุณเลือกจะมาถึงตั้งแต่ตอน 9.50 น.ได้ แต่คุณกลับมาถึงห้องประชุมตอน 10.30 โมง นี่เรียกว่า การมาทำงานสาย ไม่เฉพาะแต่พนักงานประจำแม้แต่ ฟรีแลนซ์ เองก็ด้วย เดินเข้าไปในห้องประชุมทุกคนก็มองหน้าคุณ ไม่แปลกหรอกเนื่องจากมีผลวิจัยออกมาว่า 81 เปอร์เซนต์ของการประชุมส่วนมากต้องเลื่อนเวลาเริ่มประชุมเพราะเข้ากันไม่ครบองค์ประชุม กลายเป็นการประชุมต้องเริ่มไม่ตรงเวลากลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (นี่ไม่โอเคเลยซักนิดเดียว) ถึงเวลาแล้วหรือยังในการตรงต่อเวลาในที่ทำงานเพื่อความเป็นมืออาชีพของคุณ

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

1. ดูไม่เป็นมืออาชีพ
เมื่อคุณมาสายในการประชุม ก็เหมือนคุณแสดงพฤติกรรมที่ไม่สุภาพออกมากับผู้ที่รอคุณเพียงคนเดียวอยู่ และถึงแม้คุณจะอยู่ในระดับหัวหน้าแล้วก็ตาม หุ้นส่วนทางธุรกิจของคุณอาจตัดสินในการร่วมงานกับคุณใหม่ การมาสายของคุณอาจทำให้สถานการณ์ทางธุรกิจของคุณพลิกผันไปก็ได้

2.คุณดูไม่ใส่ใจ
ถึงแม้เรื่องการมาสาย อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสายตาของหลายๆคน แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันบ่งบอกถึงความใส่ใจของตัวคุณเอง โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับทราบข้อมูลสำคัญ การมาสายของคุณทำให้คุณต้องพลาดส่วนสำคัญไปแน่นอน

3. ทำคนอื่นเสียเวลา
เรื่องการมาสายเป็นเรื่องที่ทำคนอื่นเสียเวลาโดยใช่เหตุทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นองคกรขนาดเล็กหรือใหญ่ การปล่อยให้คนอื่นๆต้องรอเพื่อให้คุณตัดสินใจในการประชุมต่างๆ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมต่างก็มีภาระงานอื่นๆทั้งสิ้น เสียทั้งเวลาและเสียเวลาในการทำงานงานไปเปล่าๆ

4. เสียวัฒนธรรมองค์กร
เมื่อคุณต้องการวัฒนธรรมที่คนในองค์กรมีความรับผิดชอบทั้งลูกค้าภายในและภายนอกรวมถึงตัวคุณด้วย การมาสายทำให้เกิดการสร้างความเชื่อและวัฒนธรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์กร การตรงต่อเวลานอกจะสร้างผลดีในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อการทำให้เป็นตัวอย่างในองค์กรซึ่งจะช่วยให้เป็นมาตรฐานที่ดีต่อๆไป

5. วงจรการไม่ตรงต่อเวลาจะดำเนินต่อไป
เมื่อพนักงานรู้ว่าทุกๆการประชุมจะเริ่มช้าไปอีก 5 นาที ไม่มีใครเข้าประชุมตรงเวลาอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้จัดประชุมยิ่งรู้สึกปวดหัวกับการสายของผู้ที่ต้องเข้าประชุม นอกจากนี้พวกที่ขี้เกียจเข้าประชุมหากพวกเค้ารู้ว่าสามารถเข้าสายได้ในครั้งต่อๆไปก็จะยิ่งเข้าสายไปเรื่อยๆ หนทางเดียวในการป้องกันเรื่องแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นก็คือการตรงต่อเวลาสำหรับทุกๆการประชุมไม่ว่าผู้เข้าร่วมประชุมที่ยังไม่ได้เข้านั้นจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนยึดถือรักษาความตรงต่อเวลาได้ดียิ่งขึ้น

6. เทคโนโลยีใหม่ๆอย่าใช้เป็นข้ออ้างในการสาย
ไม่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งการตั้งปฏิทินผ่านมือถือหรือนาฬิกาเพื่อช่วยเตือนเรื่องการเข้าประชุม แผนที่นำทางทั้ง GPS ซึ่งสามารถระบุเวลาในการเดินทางถึงที่หมายได้อย่างแน่นอน(ยกเว้นถนนในกรุงเทพนะ) แอพเหล่านี้สามารถบ่งบอกสภาพการจราจรว่าเป็นอย่างไรบ้างตลอดเส้นทางจากจุดหมายจนถึงปลายทาง รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ คุณอาจจะได้คำแนะนำให้ใช้เส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางติดขัดอีกด้วย ดังนั้น เมื่อคุณรู้เวลาที่จะถึงที่หมายผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆแล้ว ก็ไม่ควรจะอ้างว่ามาสายเพราะรถติดได้อีกนะ

7. เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งเคลียร์งานอยู่กับที่
ในยุคสมัยที่ทุกวันนี้เราสามารถทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกทีทุกเวลา เลิกอ้างเลิกการเคลียร์งานที่ออฟฟิศจนเสร็จแล้วถึงเดินทางมาประชุมจนสาย คุณสามารถเดินทางออกก่อนเวลาให้ทันการประชุมและนั่งทำงานขณะรอประชุมก็ยังได้นะ

8. วางแผนเรื่องเวลา ทำให้จัดสรรลำดับงานได้อย่างเหมาะสม
การวางแผนเรื่องลำดับเวลาต่างๆในการทำงานช่วยให้สามารถวางแผนการทำงานต่างๆได้อย่างลงตัวและไม่ล้นจนเกินไป ดังนั้นพยายามเลือกงานที่คุณสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัวและปฏิเสธงานที่อาจทำให้ผิดแผนหรือเวลาไปได้

9. คุณนั่นเองที่จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกการทำงานของคุณตรงต่อเวลา ผู้คนที่รวมงานกับคุณย่อมเคารพต่อมาตรฐานการตรงต่อเวลาซึ่งทำให้พวกเขาไม่เสียเวลาและใช้เวลาในการทำงานอย่างคุ้มค่าด้วยเช่นเดียวกัน การเริ่มประชุมอย่างตรงเวลาทำให้ผู้ร่วมเข้าประชุมคนอื่นๆมาตรงเวลาด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีการมาทำงาน การประชุม การพบเจอลูกค้า หรือกระทั่งเจ้าของบริษัทเองก็ควรให้ความสำคัญกับเวลามากเป็นพิเศษ ทั้งการใช้และการให้ความเคารพแก่คนอื่น ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ยอมรับแล้วยังเสริมสร้างบุคลิกที่ดีให้กับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันการเดินทางเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การมาสายเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีวิธีแก้ปัญหาหลากหลายแบบ เช่น การตื่นนอนเช้าขึ้นสัก 1-2 ชม. แล้วเดินทาง ควรพักผ่อนให้เร็วขึ้นมากกว่าการนอนดึกตื่นเช้า เลือกเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในช่วงเวลาเร่งรีบ เป็นต้น เพียงแค่นี้เราสามารถแก้ไขเรื่องการมาสายได้ในระดับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน อีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือ ตัวคุณเอง กำลังใจและไฟในการทำงานจะช่วยฉุดรั้งทั้งเป็นแรงผลักดันที่ดี ให้คุณลุกมาทำงานได้อย่างกระปรี้กระเปร่าสุดๆ ด้วยละ

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

หลังจากที่คุณออกจากห้องสัมภาษณ์งานด้วยความมั่นใจว่าจะต้องได้งานนี้แน่ ๆ แต่เวลาผ่านไป กลับไม่มีสัญญานตอบกลับจาก HR ซักที อีเมลไปถามก็แล้ว โทรไปถามก็แล้ว กลับได้คำตอบมาแค่ว่า “กำลังพิจารณาอยู่” คุณเริ่มคิดว่า ควรจัดการตัวเองยังไงดี กับการรอคอยที่ไม่รู้จุดหมายแบบนี้ เพราะการรอนี้จะทำให้คุณเสียเวลาได้ ยิ่งถ้ามีนายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เรื่องก็จะยิ่งยืดเยื้อเข้าไปอีก การรอคอยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก น่าจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ แต่มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไม HR ถึงใช้เวลานาน กว่าจะติดต่อกลับมาหาคุณ

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

1. มีผู้เกี่ยวข้องในการตัดสินใจมากเกินไป

การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายหรือหลายคนในการตัดสินใจพิจารณารับคนเข้าทำงาน ทำให้กระบวนการจ้างงานล่าช้าไปได้ เพราะแต่ละฝ่ายอาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาช่วยกันพิจารณาการจ้างงานก็เป็นเรื่องจำเป็น ถึงแม้ว่าจะทำให้กระบวนการจ้างงานต้องล่าช้าออกไป เพราะความล่าช้านี้จะทำให้องค์กรได้คนทำงานที่เหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้น สาเหตุที่กว่า HR จะติดต่อคุณกลับมาหลังจากที่มีการสัมภษณ์งานกันแล้ว ไม่ได้เป็นที่ตัวคุณไม่ดีหรือไม่เหมาะ แต่เป็นเพราะกระบวนการจ้างงานขององค์กรต่างหาก

2. HR ยังติดสัมภาษณ์งานผู้สมัครงานคนอื่นอยู่

ถ้าช่วงที่คุณสมัครงานเป็นช่วงฤดูกาลหางานอยู่พอดี แต่ละองค์กรจะมีผู้สมัครงานเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ HR จะได้ใช้เวลาในการหาคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน ถ้าคุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่ และยังไม่มีเวลาพิจารณาหรือติดต่อกลับหาคุณในทันทีก็เป็นได้ค่ะ

3. ทีมผู้บริหารยังตัดสินใจกันอยู่

อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารหรือทีมผู้บริหารกำลังถกเกียงกันอยู่ว่า จะเอาอย่างไรดี มองในแง่ดีไว้ค่ะว่า การที่คุณยังไม่ได้ยินคำตอบใด ๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ แล้วล่ะก็ คุณคงได้รับการติดต่อกลับจากพวกเขาไปนานแล้ว การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นไปได้ว่า คุณเป็นตัวเก็งที่ทางทีมผู้บริหารกำลังพิจารณากันอยู่ ขอให้คุณอดทนรอไปอีกซักนิดค่ะ

4. HR ยังรอให้มีผู้สมัครงานที่หลากหลายมากกว่าเดิม

การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR บางทีอาจเป็นเพราะว่า HR ยังต้องการผู้สมัครงานที่หลากหลาย และปริมาณมากกว่านี้ เขาจึงขยายเวลารับสมัครงานออกไปเพื่อหาผู้สมัครงานเพิ่ม เรื่องนี้อาจทำให้คุณท้อใจ ว่าคุณยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้ แต่ถ้ามองอีกมุม มันเป็นเรื่องที่ดี ที่คุณจะได้ลองสำรวจตัวเองอีกครั้ง แล้วลองหางานใหม่ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าเดิม

5. มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหันในองค์กร

การที่คุณยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก HR อาจเป็นเพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนกันภายในองค์กรอย่างกระทันหัน เช่น การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร หรือข้อจำกัดทางด้านการเงินขององค์กร ซึ่งเรื่องพวกนี้ต่างก็มีผลกระทบไปถึงกระบวนการจ้างงานทั้งสิ้น ความล่าช้าในการตัดสินใจอาจเป็นผลมาจากสาเหตุภายในต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอในแวดวงธุรกิจ และความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

โซฟอส (SOPHOS) (LSE: SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทาง เปิดตัว Sophos Intercept X for Server ซึ่งเป็นระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการเรียนรู้ภัยคุกคามแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยให้การปกป้องภัยจากโลกไซเบอร์ด้วยวิวัฒนาการการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงข่ายประสาทเทียมที่เป็นการจำลองมาจากสมองของมนุษย์ (Neural Network) ของ SOPHOSผ่านการฝึกฝนมาจากกลุ่มตัวอย่างหลายร้อยล้านตัวอย่างเพื่อค้นหาต้นตอของโค้ดที่เป็นอันตรายและป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งนี้ จากการวิจัยโดยศูนย์วิจัยของSOPHOS (SophosLabs) ระบุว่า ร้อยละ 75 ของมัลแวร์ที่พบในองค์กรมักจะมีลักษณะเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับโจมตีองค์กรนั้นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ามัลแวร์ส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

การสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ของ SOPHOS พบว่า สองในสามของผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกผ่านทางช่องโหว่ (anti-exploit) คืออะไร ทำให้องค์กรเหล่านั้นมีความเสี่ยงในการโดนโจรกรรมข้อมูลได้ เมื่ออาชญากรไซเบอร์เข้ามาอยู่ในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาสามารถใช้เทคนิคในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายด้วยวิธีการเจาะเข้าไปยังช่องโหว่ที่พบของแต่ละเครื่องในองค์กร เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล (personally-identifiable information หรือ PII), ข้อมูลธนาคาร, ภาษี, บัญชีเงินเดือน, บันทึกทางการเงินอื่นๆ, ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นกรรมสิทธิ์, แอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปขายได้บน Dark Web (เว็บไซต์ที่ตั้งใจ ปกปิดข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในเชิงผิดกฎหมาย) หรือใช้เพื่อการโจมตีประเภทอื่นๆ โดยหวังประโยชน์ทางการเงินเป็นต้น นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ยังอาจได้รับความเสียหายจาก ransomware และการใช้ทรัพยากรของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ในการโจมตีเป้าหมายอื่น การโจมตีที่เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจมากกว่าการโจมตีบนอุปกรณ์ปลายทาง เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้

Deep Learning Neural Network

  • ใช้ Deep Learning Neural Network (เครือข่ายประสาทเทียมเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก) จาก Intercept X เพื่อตรวจจับมัลแวร์และแอพพลิเคชั่นที่ไม่พึงประสงค์ใหม่ๆ และที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้
  • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบหาความพยายามของภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วในการตรวจสอบไฟล์ว่า เป็นไฟล์ที่ปลอดภัย หรือ เป็นไฟล์ที่ฝังโค้ดอันตรายเอาไว้

Active Adversary Mitigation

  • ป้องกันระบบจากอาชญากรไซเบอร์และเทคนิคที่ทำการแฝงตัว ที่มักจะชอบใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับกับระบบป้องกันไวรัสแบบเดิมๆ
  • Credential Theft Protection ช่วยป้องกันการขโมยพาสเวิร์ดจากหน่วยความจำของเครื่อง, registry และหน่วยจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
  • Code Cave Utilization ตรวจจับการปรากฏตัวของโค้ดที่เป็นอันตราย ที่ถูกนำไปใช้แฝงไปกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป

Exploit Protection

  • ป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกหาประโยชน์โดยการโจมตีจากช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จัก
  • ปกป้องระบบจาก exploit kit ทั้ง browser, plugin หรือ java-based แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ทำการอัพเดทเพื่อปิดกั้นช่องโหว่(unpatched)ก็ตาม

 

Master Boot-Record Protection

  • WipeGuard คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี Anti-ransomware ของ Intercept X ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระบบจาก ransomware หลากหลายชนิด หรือโค้ดที่เป็นอันตรายที่พุ่งเป้าไปที่การเข้ารหัส Master Boot-Record ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้

Root Cause Analysis

  • เทคโนโลยีการตรวจจับและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะให้รายละเอียดที่ช่วยเหลือในการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด สามารถทราบถึงการโจมตีนั้นเข้ามาได้อย่างไรและสร้างความเสียหายต่อส่วนใดบ้าง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อไปหลังจากการวิเคราะห์การโจมตี เพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก

Cloud Workload Discovery for Server

  • ค้นหาและปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานบน public cloud ได้แก่ Microsoft Azure และ Amazon Web Services
  • ป้องกันความเสี่ยงจากการฉ้อฉลด้าน IT หรือทรัพย์สินที่ถูกลืม

คุณซูมิท บานซาล (Sumit Bansal) ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคอาเซียนและเกาหลีของ SOPHOS กล่าวว่า “บริษัทต่างๆ จัดเก็บข้อมูลสำคัญๆ ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็ทราบดี ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ถูกโจมตีและไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งองค์กรอาจได้รับผลกระทบ เมื่อถูกโจมตีแล้ว อาชญากรไซเบอร์สามารถเจาะลึกเข้าไปในเครือข่ายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น ลักลอบขโมยข้อมูลขององค์กรและใช้ข้อมูลที่ถูกโจรกรรมไปเพื่อทำการ spear-phishing หรือแม้กระทั่งขายต่อในราคาแพงบน Dark Web หรือเครือข่ายส่วนตัวของผู้ซื้อ”

นอกจากนี้ ผู้บุกรุกยังใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกเป็น Proxy เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายแทน และติดตั้ง Cryptominers บนกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรและในระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสามารถเข้ามาขโมยใช้ทรัพยกรเช่น CPU, RAM, ไฟฟ้าและทรัพยากรอื่นๆ ของบริษัท เพื่อใช้ในการขุดหา cryto-currencies โดยแรงจูงใจของอาชญากรไซเบอร์ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานจัดการเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรว่า มีข้อมูลอะไรที่สำคัญจัดเก็บไว้ภายในบ้าง หรือ เซิฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมายสามารถที่จะต่อยอดไปยังส่วนต่างๆเพิ่มเติมในองค์กรได้อย่างไร เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการก่ออาชญากรรมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกขั้นสูงที่ช่วยปกป้องระบบที่ไม่ได้รับการอัพเดทการโจมตีผ่านทางช่องโหว่  ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องคำนึงถึงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว

คุณซูมิท กล่าวอีกว่า “เซิร์ฟเวอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่มักถูกมองข้ามในกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางของหลายๆ บริษัท การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นในความสำเร็จของกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยเพื่อคลอบคลุมในทุกๆชั้นขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูล และเมื่อใช้ร่วมกันกับ Sophos Synchronized Security และการจัดการที่ง่ายดายจาก Sophos Central (Console) ของเรา ทำให้ Intercept X for Server เป็นส่วนเติมเต็มอันทรงพลังที่ช่วยปกป้องธุรกิจไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป”

ความจำเป็นในการป้องกันเซิร์ฟเวอร์มีอยู่ในองค์กรทุกขนาด โดยธุรกิจขนาดเล็กๆ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าองค์กรขนาดใหญ่กว่าที่มีทรัพยากรมากกว่า อย่างที่ คุณแฟรงค์ ดิคสัน (Frank Dickson) รองประธานฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยของ IDC กล่าวว่า “ตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากต้องมีการป้องกันในระดับเดียวกับขององค์กรขนาดใหญ่ แต่การป้องกันจะต้องใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าเสียดายที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมักถูกล่อลวงให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมและด้อยประสิทธิภาพในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อประหยัดต้นทุน ทำให้ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์สำหรับ SMB ต้องจัดหาระบบที่มีราคาน่าสนใจและเหมาะสมสำหรับแผนกไอทีที่มีขนาดเล็กหรือมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ”

ดิคสันกล่าวต่อว่า ด้วยแนวทางของSOPHOS “SOPHOSตอบโจทย์ด้านปัจจัยความสะดวกในการใช้งาน โดยการผนวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงบน Sophos Central ดังนั้นจึงมีแผงควบคุมเพียงหนึ่งเดียวให้ทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าจัดการระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-Premise หรือในระบบคลาวด์

Intercept X for Server ซึ่งเป็นโซลูชั่นใหม่ของ Sophos จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของเซิร์ฟเวอร์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Deep learning ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างชาญฉลาด, Anti-exploit เพื่อป้องกันการบุกรุก และเทคโนโลยีเด่นๆ ด้านอื่นๆ อีกทั้งเทคโนโลยี Anti-exploit สามารถครอบครองสิทธิสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น เพราะอาชญากรทางไซเบอร์มักใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ในการเจาะเข้าสู่ระบบ เนื่องจากในปัจจุบันมีชุดเครื่องมือเพื่อการบุกรุกที่พร้อมใช้และราคาไม่แพงขายใน Dark Web แม้แต่อาชญากรไซเบอร์ที่มีความชำนาญเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดการโจมตีที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ทำให้การปกป้องที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์และมีความทันสมัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

คุณไซมอน บาร์นส์ (Simon Barnes) หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของ Riverlite ใน St. Neots เมือง Cambridgeshire สหราชอาณาจักร และเป็นพาร์ทเนอร์ของ SOPHOS กล่าวว่า “SOPHOSเข้าใจว่าเซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องใช้เกณฑ์การรักษาความปลอดภัยเฉพาะของตนเอง เช่น คุณลักษณะการ lockdown ในโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบัน และความสามารถใหม่ในการค้นหาเวิร์คโหลดในระบบคลาวด์ ลูกค้าหลายรายของ Riverlite เป็นบริษัทที่ขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ซึ่งต้องการให้เราช่วยทำให้การติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์มีความปลอดภัยและปกป้องระบบจากการถูกบุกรุก การมีทรัพยากรในระบบคลาวด์หรือการโยกย้ายและใช้งานบน public cloud อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจใดก็ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่บรรดา Managed Service Provider (MSP) ต้องมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ ‘มองไม่เห็น’ เหล่านี้ ซึ่งหลายๆ ครั้งมักถูกละเลยได้ง่ายจากกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยโดยรวม ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การรักษาความปลอดภัยของบริษัทมีจุดอ่อน หากเซิร์ฟเวอร์ใดๆ ที่ไม่ได้รับการป้องกันถูกโจมตีก็อาจสร้างความหายนะให้ธุรกิจทั้งหมด เราจึงยินดีที่จะอัพเกรดและเพิ่ม Intercept X for Server เพื่อการรักษาความปลอดภัยของลูกค้าของเรา”

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ผู้หญิงสวยเปรียบเสมือนดวงดาวที่เปล่งประกายงดงามท่ามกลางผู้คน และดึงดูดทุกสายตา ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่ใด ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและแฟชั่นอันเฉิดฉายก็ต้องมี แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า ส่งผลให้เธอเปี่ยมไปด้วยออร่าของความมั่นใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อทุกสิ่ง หลายคนคงอยากทราบว่า อะไรคือความลับที่ช่วยให้สาวสวยเหล่านี้มีรอยยิ้มที่สดใสและพร้อมตามเทรนด์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา วันนี้เราจะมาเปิดกระเป๋าของสาวสวยระดับนางฟ้ากันดีกว่า

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ลิปสติก – แน่นอนว่า ‘ลิปสติก’ เป็นหนึ่งไอเทมที่สาวสวยทุกคนต้องพกออกจากบ้าน โดยแต่ละคนก็จะมีลิปสติกหลากหลายสี เพื่อให้เข้ากับการแต่งหน้าหรือลุคโดยรวม รวมถึงสถานการณ์หรือแม้แต่อารมณ์ในแต่ละวัน โดยสาวๆ ที่ต้องเข้าประชุมสำคัญ ควรทาลิปสติกสีแดงเพื่อเสริมความเป็นมืออาชีพ กระฉับกระเฉง และยังเหมาะกับชุดทำงานเกือบทุกลุค หรือหากไปเดทกับคนรู้ใจ สีชมพูแซลม่อนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่ช่วยเสริมความน่ารักอ่อนหวาน ซึ่งเข้ากับการแต่งหน้าแบบเมคอัพโนเมคอัพ แต่สำหรับวันทำงานที่แสนวุ่นวายจนไม่มีเวลาแต่งหน้า สีชมพูเบบี้พิงก์ก็ช่วยให้สาวๆ สวยสตรองสู้งาน และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

น้ำหอม – เพราะมนุษย์มักจำกลิ่นต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ประทับใจ แม้ลืมเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วก็ตาม ‘น้ำหอม’ จึงเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่ช่วยให้กลิ่นกายของสาวๆ มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบอย่างขาดไม่ได้ โดยต้องเลือกน้ำหอมที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับตนเอง เพื่อภาพลักษณ์ที่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำหอมที่ฉีดต้องไม่เยอะเกินไป โดยเฉพาะในฤดูร้อน ที่ความร้อนและกลิ่นเหงื่อมักปะปนกับกลิ่นน้ำหอมจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัด หรืออาจจะพกขวดขนาดเล็กไซส์ทดลองใช้ไว้ในกระเป๋าถือเพื่อแต้มเติมความหอมระหว่างวันอย่างพอดิบพอดีและยังความสะดวกในการพกพาอีกด้วย

หูฟัง – บางครั้งรอบตัวเราอาจมีเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายมากมาย แต่หญิงสาวที่ชาญฉลาดจะฝ่าฟันเรื่องราวเหล่านี้และผ่อนคลายตัวเองในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และอีกหนึ่งเคล็ดลับก็คือ การฟังเพลงที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ที่แค่เปิดเพลงที่ชอบ พร้อมกาแฟคาปูชิโน่ และหนังสือดีๆ สักเล่มก็วิเศษสุดแล้ว หรือหากใครที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับงานประจำวัน ลองฟังเพลงที่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งช่วยปลุกพลังในตัวคุณสักพัก รับรองว่าไฟในตัวคุณจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งแน่นอน

กระติกน้ำ – จากเทรนด์สุขภาพที่กำลังแรงขึ้นในทุกขณะ แน่นอนว่า กิจกรรมออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของสาวๆ ที่ต้องการรักษารูปร่างอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือกระติกน้ำสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ (Sports Bottles) เพราะไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอย่างการออกไปวิ่งกลางแจ้งหรือเล่นโยคะ การจิบน้ำเรื่อยๆ ตลอดเวลา ก็ช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ และช่วยให้สาวๆ ฟิตปั๋งมีพลังในการออกกำลัง รักษาหุ่นสวยอย่างมั่นใจและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

สมาร์ทโฟน – สมาร์ทโฟนเป็นเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของคนยุคใหม่ เพราะทุกไลฟ์สไตล์ล้วนใช้สมาร์ทโฟนในการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การสื่อสารกับเพื่อนฝูง การเล่นเกม และการเชื่อมต่อกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุกและอินสตาแกรมเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจ ฯลฯ คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งสำคัญ แต่สาวสวยที่รู้จริงจะสนใจองค์ประกอบอื่นๆ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของสมาร์ทโฟน ที่ต้องสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่น ซึ่งสมาร์ทโฟนอย่างออเนอร์ 10 ที่มีฝาหลังสะท้อนแสงราวกับออโรร่า ทั้งในเฉดสีฟ้าแฟนท่อมบลูและสีเขียวแฟนท่อมกรีน ก็ช่วยเสริมความโดดเด่นให้ผู้เป็นเจ้าของ จนเรียกได้ว่าเป็นเสมือนแอกเซสซอรีสำคัญสำหรับหน้าร้อนนี้

จัดการแข่งขัน GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor

GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor การแข่งขันอีสปอร์ต ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย ได้มีการ จัดการแข่งขัน GESC การประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขันชั้นยอด ซึ่งจะทำการแข่งขันต่อสู้กับทีมอื่นๆ ในทัวร์นาเมนต์สุดตื่นเต้นเร้าใจครั้งนี้ ครั้งนี้นับเป็นการจัดการแข่งขันในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ที่กรุงเทพฯ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในสองวันสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์จะเปิดให้คอเกมเข้าชมสดติดขอบสนามที่ ฮอลล์ 106 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

จัดการแข่งขัน GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor

จัดการแข่งขัน GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor

การแข่งขัน GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor เป็นการแข่งขันอีสปอร์ตครั้งแรกที่ได้รับการรับรองจาก Valve อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยทีมผู้เล่นมืออาชีพหลายทีม รวมทั้งทีมตัวแทนจากประเทศไทย 1 ทีม โดยทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 9 ทีม จะทำการแข่งขันต่อสู้เพื่อชิงเงินรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมมูลค่ากว่า 9,350,000 บาท หรือ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากเงินรางวัลมหาศาลแล้ว ทีมผู้ชนะยังจะได้รับ Dota Pro Circuit Points หรือ DPC points เพื่อไปทำการแข่งขันต่อในเวทีอันทรงเกียรติระดับโลกอย่าง World Dota 2 Championships, The International 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาในปีนี้

ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดประกอบด้วย:

· ทีมที่ได้รับการเชิญเข้ามาทำการแข่งขันโดยตรง – ทีม Secret (ทีมซีเคร็ท): ถือได้ว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้เลยก็ว่าได้ ทีมจากยุโรปนี้ ถูกจัดให้อยู่เป็นอันดับที่ 3 บน DPC (Dota Pro Circuit : โดต้า โปร เซอร์คิท ) และทีมซีเคร็ทยังถือเป็นทีมที่ชนะการแข่งขันมาหลายการแข่งขันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน DreamLeague ( ดรีมลีก ) ซีซัน 8 ในปี 2017 หรือ Shanghai Major (เซี่ยงไฮ้ เมเจอร์) ในปี 2016 โดยหัวหน้าทีมของทีมซีเคร็ทคือ Clement ‘Puppey’ Ivanov (คลีเมนต์ ปัปปี้ อิวานอฟ) หนึ่งในกัปตันทีมที่เพียบพร้อมและโด่งดังมากที่สุดในโดต้า

· ทีมแชมป์ที่ได้รับการเชิญเข้ามาทำการแข่งขัน – ทีม Evil Geniuses (อีวิล จีเนียสเสส): ทีมจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นทีมที่ชนะการแข่งขัน Manila Masters (มะนิลา มาสเตอร์) ในปี 2017 และ Mars Dota 2 League 2016 Autumn (มารส์ โดต้า 2 ลีก ออทัม ) ปี 2016 ซึ่งทีมนี้เป็นทีมที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้เลยตลอดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ GESC อินโดนีเซีย จึงคว้าถ้วยรางวัลกลับบ้านไปครอง พร้อมเงินรางวัล 3,444,055 บาท หรือ 110,000 ดอลลาร์สหรัฐ และได้รับคะแนน DPC points อีก 150 คะแนน โดย Sumail ‘Suma1L’ Syed Hassan, หนึ่งในสมาชิกทีม Evil Geniuses (อีวิล จีเนียสเสส) ยังถูกจัดอันดับโดยนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 30 วัยรุ่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2016

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – ทีม Fnatic : ทีมจากมาเลเซีย (ซึ่งผู้เล่นในทีมประกอบด้วย Jacky ‘EternaLEnVy’ Mao และ Saahil ‘UNiVeRsE’ Arora) ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขัน Dreamleague (ดรีมลีก ) ซีซัน 9 และ The Summit 8 (เดอะซัมมิท 8) ซึ่งทีมนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันทั้งสองการแข่งขัน

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกจากกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช – ทีม Vega Squadron: Vega Squadron ได้แสดงผลงานอันน่าชื่นชมในการแข่งขันระหว่างกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับการแข่งขัน MDL Major และ GESC Thailand

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกของอเมริกาเหนือ – ทีม VGJ Storm ถือว่าเป็นทีมผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการโดต้า ทีม VGJ Storm มีผู้เล่นที่โดดเด่นคือ Roman ‘Resolut1on’ Fominok. ทีมนี้ได้รับการรับรองว่าเป็นทีมที่มีฝีมือและได้รับการสนับสนุนโดย Jeremy Lin นักบาสเก็ตบอลอาชีพจาก NBA

· ทีมที่ผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกจากอเมริกาใต้ – ทีม SG e-Sports : ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน Pichau Masters ในปี 2017 อีกทั้งยังเป็นทีมจากบราซิลทีมแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันที่สำคัญอย่าง the Kiev Major (เดอะเคียฟ เมเจอร์) ในปี 2017

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกจากยุโรป – ทีม The Final Tribe : ทีมหน้าใหม่จากประเทศสวีเดน ซึ่งได้โชว์ฝีมือการแข่งขันอันยอดเยี่ยมใน GESC Indonesia

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกจากประเทศจีน – ทีม Keen Gaming (คีนเกมมิ่ง) ซึ่งเป็นทีมที่สร้างจากกลุ่มผู้เล่นวัยรุ่นของทีมระดับ Dota 2 ของจีนระดับตำนานอย่าง ตำนาน EHome (อีโฮม)

· ทีมผู้ผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกจากประเทศไทย – Alpha Red : ผู้ชนะการแข่งขัน Thailand Wild Card ในรอบ Open Qualifiers และกำลังจะเป็นทีมไทยทีมแรกที่จะทำการแข่งขันกับทีมมืออาชีพระดับนานาชาติ

GESC ยังได้รวบรวมเหล่าแคสเตอร์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดทั้งของไทยและต่างประเทศมาร่วมงานการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย เช่น Xyclopz (Treeephob ‘Tiangtrong), Cyberclasher (Kitiphat Kanjanapiphat), Lakoi (Siraphob Ratanaprateepkorn), Arifeen (Arifeen Charawee) และยังรวมถึง Discotech (Sornsak Seangsong) เหล่านักแคสเตอร์ชาวไทยจะทำการบรอดแคสต์เป็นภาษาไทย นอกจากนี้ แล้วยังได้เชิญเหล่าแคสเตอร์มืออาชีพจากต่างประเทศ มาร่วมงานในครั้งนี้ซึ่งประกอบด้วย ‘Sheever’ (Jorien van der Heijden), ‘ODPixel’ (Owen Davies), ‘Fogged’ (Ioannis Loucas), ‘Capitalist’ (Austin Walsh), ‘GoDz’ (David Parker), ‘Nahaz’ (Alan Bester), ‘Purge’ (Kevin Godec) และเหล่าแคสเตอร์อื่นๆอีกมากมาย.

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อาชีพนักขาย หรือเซลล์นั้น อาจดูหนัก และโดนตัวเลขกดดันก็จริง แต่อีกแง่หนึ่งมันคือความท้าทาย และรายได้ที่เข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือ ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ หากนักขายมีใจรักในสายงานขาย ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา รวมถึงการมีเทคนิคการขายที่เหนือชั้น เข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ และตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ฝ่ายขายจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ขององค์กร ที่นำรายได้เข้าสู่องค์กรโดยตรง หากขาดฝ่ายขายไปรับรองได้เลยว่าบริษัทคงเดินต่อไปได้ยากจริงๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องวขึ้นอยู่กับความสามารถของฝ่ายขายด้วยว่า มีทัศนคติเชิงบวกและมีแรงผลักดันให้ขายออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจกับลูกค้าหรือไม่ เนื่องจากลูกค้าปัจจุบันต้องการเข้าถึงข้อมูลหรือรายละเอียดของชิ้นนั้นๆ ก่อนทำการซื้อขายอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการปิดการขายด้วยความสามารถของตัวเซลล์เป็นการกระตุ้นและวัดความสามารถได้เป็นอย่างดี หากมั่นใจแล้วว่าเราอยู่ในสายอาชีพนี้หรือต้องการเข้ามาทำอาชีพนี้ต้องมีใจรักในการขาย การให้บริการแก่ลูกค้าเป็นอย่างดียิ่งทำให้เกิดโอกาศการซื้อซ้ำหรือใช้บริการเป็นประจำได้เลยทีเดียว

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

แล้วนักขายที่มีโอกาสปิดการขายได้มากกว่าคนอื่นนั้น ต้องมีการดูแลลูกค้าอย่างไรบ้าง ตั้งแต่พบลูกค้า ผู้มีอุปการคุณครั้งแรก นักขายจะไม่ประเมินลูกค้าจากการแต่งกาย จากการสนทนา หรือตัดสินไปว่าเขาไม่ซื้อ เพราะสิ่งเหล่านี้บอกถึงการนำไปสู่การปิดการขายได้น้อยมาก ลูกค้าที่แต่งกายอย่างพิถีพิถัน ก็อาจเป็นคนที่พิถีพิถัน และใช้เวลาในการหาข้อมูลต่าง ๆ ก่อนการตัดสินใจซื้อก็เป็นได้ ลูกค้าทุกคนคือโอกาสในการขาย อย่ารีบประเมินว่าเขาจะไม่ซื้อ

นักขายต้องไม่ตัดสินลูกค้าว่าเขาดี ไม่ดีอย่างไร ว่าเขาซื้อหรือไม่ซื้อ ลักษณะคล้ายกับข้อแรก คือนักขายจะไม่ตัดสินอะไรจากตัวลูกค้า หรือกระทั่งไม่ตัดสินใจแทนลูกค้า ลูกค้าที่ดีอาจไม่ได้มาในรูปแบบของการพูดจาสุภาพ น้อมรับฟัง หรือดูเป็นมิตรเสมอไป บางทีลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อ ณ ตอนนั้น หรือพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมาอาจควักกระเป๋าซื้อเอาซะดื้อ ๆ ตอนนั้นเลยก็เป็นได้

ลูกค้า คือผู้มอบโอกาส โอกาสในที่นี้คือการได้พบลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเขาอาจจะไม่ซื้อในคราวนี้ แต่เขาอาจจะแนะนำผู้ที่อาจจะมาเป็นลูกค้าในอนาคต หรือบุคคลอื่น ๆ เช่น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมาซื้อก็ได้ หรือในทางกลับกัน เมื่อเขาพร้อมเมื่อไหร่ เขาก็จะกลับมาซื้อก็ได้

การที่นักขายมีโอกาสได้เข้ามาคุยกับลูกค้า แล้วเมื่อนักขายสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบริการอันน่าประทับใจจากนักขาย หรือ โปรโมชั่นโดนใจในการนำเสนอขาย จากนั้นลูกค้าอาจจะไปกล่าวชื่นชมในสื่อ Social network ต่าง ๆ และจากจุดนี้ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับคุณเองว่า นักขายคนนั้นเป็นผู้มีความสามารถ จนลูกค้ากล่าวชื่นชมและอีกประเด็นหนึ่งคือ การสร้างชื่อเสียงด้านบวกให้กับองค์กรอีกด้วย

โดยรวมแล้วการทำงานขายไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดที่มีในผลิตภัณฑ์ การนำเสนอที่เป็นธรรมชาติและดูไม่ฮาร์ดเซลล์จนเกินไปจะทำให้การปิดการขายของเรานั้นง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคนี้จะสำเร็จเสมอไป เนื่องจากคนขายต้องดูลักษณะและองค์รวมของลูกค้าเป็นหลัก ถึงความต้องการของลูกค้า งบประมาณ ระยะเวลาที่สามารถตัดสินใจได้ และอื่นๆ ซึ่งต้องมีความสามารถประเมินได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆ พี่ๆ ที่ต้องการทำงานด้านการขายจะด้วยบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ หรือ เจ้าของกิจการเองก็ตามอย่าลืมที่จะใส่ใจทุกรายละเอียดที่มีทั้งหมด แล้วพบกันใหม่โอกาศหน้ากับบทความดีๆ ที่เป็นประโยชน์นะครับ

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การทำงานในองค์กรย่อมต้องอาศัยการติดต่อสื่อสาร และประสานงานระหว่างบุคลากรหน้าที่ต่าง ๆ กัน คนทำงานที่ประสบความสำเร็จนั้น การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องสำคัญมากไม่ว่าจะเป็น หัวหน้ากับลูกน้อง พนักงานกับ ฟรีแลนซ์ แต่บ่อยครั้งที่การสื่อสารก็กลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน จากข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลุกลามกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว ทำอย่างไรให้ก้าวข้ามอุปสรรคในการสื่อสารเหล่านี้ได้ มีข้อคิดน่าสนใจฝากไว้ให้คนทำงานได้นำไปปรับใช้ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

เปิดตัว เปิดใจ ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน

เปิดเผยตัวเอง เพื่อเปิดใจ และนำไปสู่การเปิดทางให้เพื่อนร่วมงานรู้จักตัวตนเรามากขึ้น แสดงออกถึงบุคลิกที่เป็นมิตรเพื่อง่ายต่อการสื่อสารพูดคุยกัน นอกจากการพูดคุย ศิลปะในการผูกมิตรอีกอย่างหนึ่งก็คือ การช่วยเหลือผู้อื่น ที่ไม่ใช่แค่การบอกหรือการแนะนำ แต่อาจเป็นการช่วยเหลือหรือแบ่งปันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้ก็สร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันได้ไม่น้อย

ใส่ใจ ให้ความสำคัญ เป็นผู้ฟังที่ดี

การเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น ถือเป็นการแสดงความสนใจ เอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับคู่สนทนา ทำให้จับใจความการสนทนาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เข้าใจเรื่องงานได้ถูกต้อง ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ทุกคนมีความเข้าใจในงานตรงกัน การแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับผู้ที่ติดต่อสื่อสารด้วยนั้น ทำได้ทั้งโดยสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดที่แสดงการยอมรับ กระตือรือร้นต่อการสนทนา มองสบตาโดยเปิดเผยจริงใจ เต็มใจต่อการพูดคุย ให้เวลาเพียงพอต่อการสื่อสาร พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้รับทราบ ย่อมสามารถผูกมิตรและช่วยสร้างความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี

ใช้คำว่า “เรา”

เมื่อต้องการให้เกิดความรู้สึกอันหนึ่งอันเดียวกัน ควรใช้คำว่า “เรา” ในการพูดคุยทุกครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกพ้องเดียวกัน ลดความรู้สึกแบ่งแยก และใช้ในการพูดชักจูงใจได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใช้ในสถานการณ์ที่เป็นการตำหนิ ผู้ถูกตำหนิก็จะไม่เสียหน้ามากนัก ลดความรู้สึกทางลบอันนำไปสู่อุปสรรคในการสื่อสารที่เราควรหลีกเลี่ยง

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ใช้วิธีการที่นักจิตวิทยานิยมใช้ คือการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา แสดงความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ต้องพูดคำว่า “ฉันเข้าใจคุณ” ที่เป็นคำผิวเผิน ไม่มีความหมายจริงจัง ทั้งยังแสดงความไม่เข้าใจอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา เป็นการเข้าถึงความรู้สึกหรือเนื้อหาในสิ่งที่เขากำลังสื่อสารให้เรารับทราบ ซึ่งเมื่อเรารับทราบและเข้าใจสารนั้นแล้ว ก็สื่อความเข้าใจดังกล่าวไปสู่เจ้าตัว รับรองว่าได้ใจคู่สนทนาอย่างแน่นอน

ไม่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3

ในการสนทนากันเรื่องงาน หรือสนทนาแบบกันเองทั่วไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงการพูดพาดพิงถึง “บุคคล” จะช่วยให้แต่ละฝ่ายสนใจสาระสำคัญของการสื่อสาร แทนที่จะเป็นการเพ่งเล็งที่ตัวคน ช่วยป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์และการนินทา ซึ่งมักจะเป็นปัญหาทำนองน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กรได้

ใช้คำถามนำแทนการสั่งสอน

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบให้ใครมาอบรมสั่งสอน โดยเฉพาะหากเขาเหล่านั้นไม่ได้ร้อยขอ ดั้งนั้นเมื่อจำเป็นต้องให้คำแนะนำกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการทำงาน ควรเปิดหัวเรื่องการสนทนาด้วยการใช้คำถามนำ เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายหนึ่งได้คิดทบทวนหาเหตุผลได้ เปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้คิดหาทางออกของปัญหาหรือหาวิธีทำงานได้หลากหลายแนวทางมากขึ้น จากนั้นเราค่อยเสริมข้อมูลที่ต้องการสื่อสารไปกับการสนทนา เพื่อนร่วมงานก็จะไม่เกิดความรู้สึกขัดแย้ง หรือคับข้องใจจากการถูกอบรมสั่งสอนโดยตรง

แนะนำในสิ่งที่เขาต้องการ

การพูดแนะนำในเวลาที่ไม่ใช่ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดีกับใครอย่างแน่นอน อะไรที่เขาไม่ต้องการหรือพูดในโอกาสที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดให้แนะนำต่อหน้าคนหมู่มาก แนะนำด้วยเสียงดัง หรือพูดแนะนำผ่านทางผู้อื่นมาอีกทอดหนึ่ง แม้เรื่องที่เราแนะนำอาจเป็นเรื่องดี แต่ก็อาจทำให้ผู้ถูกแนะนำไม่พอใจได้ ดังนั้น ถ้าต้องการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ก็ควรดูด้วยว่า เขาต้องการหรือไม่ ถ้าเขายังไม่ต้องการ ควรทำเพียงแค่ช่วยให้กำลังใจก็จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป หากการสื่อสารนั้นตั้งอยู่บนความเข้าใจและความจริงใจต่อกัน Keyword สำคัญอยู่ที่การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เปลี่ยนคำพูดแค่นิดเดียว ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ คนทำงานทุกคนควรฝึกตัวเองให้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และลดความขัดแย้ง เพื่อให้การทำงานในองค์กรดำเนินไปอย่างราบรื่น มีความเป็นมืออาชีพ สามารถผลักดันทั้งตัวเอง เพื่อนร่วมงาน ทีมงาน และองค์กรให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่บีอีซี-เทโร มิวสิคให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน คือ การขยายธุรกิจเพลงสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาเป็นแห่งแรก นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยเพิ่มขึ้น

ในปีนี้บริษัทฯ จึงตัดสินใจรุกเข้าไปทำตลาดเมียนมาต่อเนื่องเป็นประเทศที่ 2 เพราะจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้านที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์เพลงได้อย่างมาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับความบันเทิงและสันทนาการต่างๆ มากขึ้น

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น บริษัทฯ จะอาศัยโมเดลการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์เพลงและโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์และความพร้อมเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ อีกทั้งเชื่อว่าการทำตลาดรูปแบบนี้จะช่วยผลักดันคอนเทนต์เข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า โดยการรุกตลาดเมียนมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เลือกบริษัท IMIMobile เป็นพันธมิตรในการให้บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือและดาวน์โหลดเพลงสากลในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชี่ยน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิคผ่าน เครือข่ายของ Ooredoo ในเมียนมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์เพลงที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีที่สิ้นสุดทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเลือกฟังเพลง หรือดูรายละเอียดการซื้อเพลงที่ชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซต์
“การร่วมมือกันระหว่างบีอีซี-เทโร มิวสิค กับ IMIMobile ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในเมียนมา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านดิจิตอลคอนเทนต์เพลงที่ครอบคลุมทั้งเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยของบีอีซี-เทโร มิวสิค ประกอบกับศักยภาพของเมียนมา และความแข็งแกร่งของพันธมิตรในท้องถิ่น จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังเมียนมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ให้ได้รับการตอบรับและมีการเติบโตเช่นเดียวกับในประเทศกัมพูชา โดยในอนาคตเรายังวางแผนที่จะรุกขยายธุรกิจพร้อมเปิดรับพันธมิตรรายใหม่ๆในเมียนมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การฟังเพลงดิจิตอลของคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

ซัมซุงร่วมกับโฮมโปรมอบเอกสิทธิ์และบริการเหนือระดับสำหรับลูกค้าคนพิเศษ เมื่อซื้อ “ซัมซุง เดอะเฟรม (The Frame)” ในงานโฮมโปร แฟร์ 2017 (HomePro Fair 2017) ซัมซุงมอบ Customizable Frame กรอบทีวีสีวอลนัทและสีไม้เบจ ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ ให้ เจ้าของเดอะเฟรม เข้ากันกับสีสันต่างๆ ในห้องเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

เจ้าของเดอะเฟรม

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

มูลค่ารวมสูงสุด 19,980 บาท พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของเดอะเฟรม ที่จะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ระดับโลก อีกทั้งยังได้สนุกกับซีรี่ส์และภาพยนตร์เด็ดๆ จาก iflix ไม่อั้นถึง 12 เดือน พร้อมด้วยบริการสาธิตการใช้งานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและบริการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนถึงสถานที่ และบริการให้คำปรึกษาและตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าได้เสพศิลปะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างอุ่นใจ ไร้กังวลด้วยการเพิ่มระยะเวลารับประกันยาวนานขึ้นถึง 3 ปี

เดอะเฟรม ใหม่ล่าสุดจาก ซัมซุง ทีวีหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการตกแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ เป็นทีวีในยามเปิดและงานศิลปะในยามปิด ด้วย Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ กว่า 100 แบบ จากซัมซุง เป็นเหมือนเครื่องประดับตกแต่งบ้านชิ้นนึงจนคุณต้องทึ่งเลยทีเดียว

เอกสิทธิ์พิเศษสูงสุดนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง เดอะเฟรม ขนาด 65 และ 55 นิ้ว ที่งานโฮมโปร แฟร์ 2017 ตั้งแต่ 21 ถึง 30 กรกฎาคมนี้ ณ ฮอลล์ 5-1 อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น นอกจากนี้ในงาน พบปะพูดคุยกับ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ในวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายจากซัมซุง ตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232