ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ปัญหาชวนปวดหัวในทุกทีทำงาน ไม่ว่าจะการมีปัญหาระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือแม้แต่หัวหน้างาน คุณไม่ต้องตกใจหรือแปลกใจไปเพราะทุกที่ก็มีปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกันทั้งหมดรวมถึง ฟรีแลนซ์ ที่อาจต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่แตกต่างคือแต่ละที่จะมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกันไป เช่น การยุติการเลิกจ้างบางตำแหน่งทำให้คุณต้องมีภาระงานมากกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว การที่คุณเพิ่งเข้ามาเริ่มงานได้เพียงวันเดียวและหัวหน้าคุณก็ลาออก การขโมยผลงานที่คุณทุ่มเทแรงกายใจจากเพื่อนร่วมงานของคุณเอง เรื่องเหล่านี้ทำให้กลายเป็นปัญหาโลกแตกทั้งสิ้น

ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน ที่น่าปวดหัวจนต้องร้องขอให้หยุดเถอะ

ยังมีเรื่องราวประหลาดๆอีกเพียบในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าผู้ชอบขโมยอาหารกลางวันของพนักงานคนอื่นไปจนถึงฝ่ายต้อนรับลูกค้าที่ชอบซุบซิบนินทาคนอื่นๆ คุณไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่ชวนปวดหัวเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ตาม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ทำให้คุณเจอกับประสบการณ์อันเลวร้ายอยู่บ่อยๆและก่อให้เกิดสภาวะหมดไฟในการทำงานได้ด้วยเช่นกัน

วิธีการก้าวข้ามผ่านปัญหาเหล่านี้ คือ คุณต้องรู้จักวิธีรับมือกับปัญหาเหล่านี้ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นปัญหาเล็กลงยิ่งกว่าเคย

และนี่คือ ปัญหาที่ชวนปวดหัวในที่ทำงานพร้อมวิธีการรับมือที่พบเห็นได้มากที่สุด

Continue Reading…

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

คุณมาทำงานสายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? มีประชุมนัดไว้ตอน 10 โมงเช้า คุณเลือกจะมาถึงตั้งแต่ตอน 9.50 น.ได้ แต่คุณกลับมาถึงห้องประชุมตอน 10.30 โมง นี่เรียกว่า การมาทำงานสาย ไม่เฉพาะแต่พนักงานประจำแม้แต่ ฟรีแลนซ์ เองก็ด้วย เดินเข้าไปในห้องประชุมทุกคนก็มองหน้าคุณ ไม่แปลกหรอกเนื่องจากมีผลวิจัยออกมาว่า 81 เปอร์เซนต์ของการประชุมส่วนมากต้องเลื่อนเวลาเริ่มประชุมเพราะเข้ากันไม่ครบองค์ประชุม กลายเป็นการประชุมต้องเริ่มไม่ตรงเวลากลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (นี่ไม่โอเคเลยซักนิดเดียว) ถึงเวลาแล้วหรือยังในการตรงต่อเวลาในที่ทำงานเพื่อความเป็นมืออาชีพของคุณ

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

การมาทำงานสาย บ่งบอกอะไรได้บ้างกับการทำงานของคุณ

1. ดูไม่เป็นมืออาชีพ

เมื่อคุณมาสายในการประชุม ก็เหมือนคุณแสดงพฤติกรรมที่ไม่สุภาพออกมากับผู้ที่รอคุณเพียงคนเดียวอยู่ และถึงแม้คุณจะอยู่ในระดับหัวหน้าแล้วก็ตาม หุ้นส่วนทางธุรกิจของคุณอาจตัดสินในการร่วมงานกับคุณใหม่ การมาสายของคุณอาจทำให้สถานการณ์ทางธุรกิจของคุณพลิกผันไปก็ได้

2. คุณดูไม่ใส่ใจ

ถึงแม้เรื่องการมาสาย อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสายตาของหลายๆคน แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันบ่งบอกถึงความใส่ใจของตัวคุณเอง โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับทราบข้อมูลสำคัญ การมาสายของคุณทำให้คุณต้องพลาดส่วนสำคัญไปแน่นอน

3. ทำคนอื่นเสียเวลา

เรื่องการมาสายเป็นเรื่องที่ทำคนอื่นเสียเวลาโดยใช่เหตุทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นองคกรขนาดเล็กหรือใหญ่ การปล่อยให้คนอื่นๆต้องรอเพื่อให้คุณตัดสินใจในการประชุมต่างๆ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมต่างก็มีภาระงานอื่นๆทั้งสิ้น เสียทั้งเวลาและเสียเวลาในการทำงานงานไปเปล่าๆ

4. เสียวัฒนธรรมองค์กร

เมื่อคุณต้องการวัฒนธรรมที่คนในองค์กรมีความรับผิดชอบทั้งลูกค้าภายในและภายนอกรวมถึงตัวคุณด้วย การมาสายทำให้เกิดการสร้างความเชื่อและวัฒนธรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์กร การตรงต่อเวลานอกจะสร้างผลดีในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อการทำให้เป็นตัวอย่างในองค์กรซึ่งจะช่วยให้เป็นมาตรฐานที่ดีต่อๆไป

5. วงจรการไม่ตรงต่อเวลาจะดำเนินต่อไป

เมื่อพนักงานรู้ว่าทุกๆการประชุมจะเริ่มช้าไปอีก 5 นาที ไม่มีใครเข้าประชุมตรงเวลาอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้จัดประชุมยิ่งรู้สึกปวดหัวกับการสายของผู้ที่ต้องเข้าประชุม นอกจากนี้พวกที่ขี้เกียจเข้าประชุมหากพวกเค้ารู้ว่าสามารถเข้าสายได้ในครั้งต่อๆไปก็จะยิ่งเข้าสายไปเรื่อยๆ หนทางเดียวในการป้องกันเรื่องแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นก็คือการตรงต่อเวลาสำหรับทุกๆการประชุมไม่ว่าผู้เข้าร่วมประชุมที่ยังไม่ได้เข้านั้นจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนยึดถือรักษาความตรงต่อเวลาได้ดียิ่งขึ้น

6. เทคโนโลยีใหม่ๆอย่าใช้เป็นข้ออ้างในการสาย

ไม่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งการตั้งปฏิทินผ่านมือถือหรือนาฬิกาเพื่อช่วยเตือนเรื่องการเข้าประชุม แผนที่นำทางทั้ง GPS ซึ่งสามารถระบุเวลาในการเดินทางถึงที่หมายได้อย่างแน่นอน(ยกเว้นถนนในกรุงเทพนะ) แอพเหล่านี้สามารถบ่งบอกสภาพการจราจรว่าเป็นอย่างไรบ้างตลอดเส้นทางจากจุดหมายจนถึงปลายทาง รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ คุณอาจจะได้คำแนะนำให้ใช้เส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางติดขัดอีกด้วย ดังนั้น เมื่อคุณรู้เวลาที่จะถึงที่หมายผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆแล้ว ก็ไม่ควรจะอ้างว่ามาสายเพราะรถติดได้อีกนะ

7. เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งเคลียร์งานอยู่กับที่

ในยุคสมัยที่ทุกวันนี้เราสามารถทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกทีทุกเวลา เลิกอ้างเลิกการเคลียร์งานที่ออฟฟิศจนเสร็จแล้วถึงเดินทางมาประชุมจนสาย คุณสามารถเดินทางออกก่อนเวลาให้ทันการประชุมและนั่งทำงานขณะรอประชุมก็ยังได้นะ

8. วางแผนเรื่องเวลา ทำให้จัดสรรลำดับงานได้อย่างเหมาะสม

การวางแผนเรื่องลำดับเวลาต่างๆในการทำงานช่วยให้สามารถวางแผนการทำงานต่างๆได้อย่างลงตัวและไม่ล้นจนเกินไป ดังนั้นพยายามเลือกงานที่คุณสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัวและปฏิเสธงานที่อาจทำให้ผิดแผนหรือเวลาไปได้

9. คุณนั่นเองที่จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกการทำงานของคุณตรงต่อเวลา ผู้คนที่รวมงานกับคุณย่อมเคารพต่อมาตรฐานการตรงต่อเวลาซึ่งทำให้พวกเขาไม่เสียเวลาและใช้เวลาในการทำงานอย่างคุ้มค่าด้วยเช่นเดียวกัน การเริ่มประชุมอย่างตรงเวลาทำให้ผู้ร่วมเข้าประชุมคนอื่นๆมาตรงเวลาด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีการมาทำงาน การประชุม การพบเจอลูกค้า หรือกระทั่งเจ้าของบริษัทเองก็ควรให้ความสำคัญกับเวลามากเป็นพิเศษ ทั้งการใช้และการให้ความเคารพแก่คนอื่น ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ยอมรับแล้วยังเสริมสร้างบุคลิกที่ดีให้กับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันการเดินทางเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การมาสายเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีวิธีแก้ปัญหาหลากหลายแบบ เช่น การตื่นนอนเช้าขึ้นสัก 1-2 ชม. แล้วเดินทาง ควรพักผ่อนให้เร็วขึ้นมากกว่าการนอนดึกตื่นเช้า เลือกเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในช่วงเวลาเร่งรีบ เป็นต้น เพียงแค่นี้เราสามารถแก้ไขเรื่องการมาสายได้ในระดับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน อีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือ ตัวคุณเอง กำลังใจและไฟในการทำงานจะช่วยฉุดรั้งทั้งเป็นแรงผลักดันที่ดี ให้คุณลุกมาทำงานได้อย่างกระปรี้กระเปร่าสุดๆ ด้วยละ

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

หลังจากที่คุณออกจากห้องสัมภาษณ์งานด้วยความมั่นใจว่าจะต้องได้งานนี้แน่ ๆ แต่เวลาผ่านไป กลับไม่มีสัญญานตอบกลับจาก HR ซักที อีเมลไปถามก็แล้ว โทรไปถามก็แล้ว กลับได้คำตอบมาแค่ว่า “กำลังพิจารณาอยู่” คุณเริ่มคิดว่า ควรจัดการตัวเองยังไงดี กับการรอคอยที่ไม่รู้จุดหมายแบบนี้ เพราะการรอนี้จะทำให้คุณเสียเวลาได้ ยิ่งถ้ามีนายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เรื่องก็จะยิ่งยืดเยื้อเข้าไปอีก การรอคอยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก น่าจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ แต่มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไม HR ถึงใช้เวลานาน กว่าจะติดต่อกลับมาหาคุณ

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

รอการตอบกลับจาก HR ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์ทำไมมักจะนานจนลืม

1. มีผู้เกี่ยวข้องในการตัดสินใจมากเกินไป

การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายหรือหลายคนในการตัดสินใจพิจารณารับคนเข้าทำงาน ทำให้กระบวนการจ้างงานล่าช้าไปได้ เพราะแต่ละฝ่ายอาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาช่วยกันพิจารณาการจ้างงานก็เป็นเรื่องจำเป็น ถึงแม้ว่าจะทำให้กระบวนการจ้างงานต้องล่าช้าออกไป เพราะความล่าช้านี้จะทำให้องค์กรได้คนทำงานที่เหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้น สาเหตุที่กว่า HR จะติดต่อคุณกลับมาหลังจากที่มีการสัมภษณ์งานกันแล้ว ไม่ได้เป็นที่ตัวคุณไม่ดีหรือไม่เหมาะ แต่เป็นเพราะกระบวนการจ้างงานขององค์กรต่างหาก

2. HR ยังติดสัมภาษณ์งานผู้สมัครงานคนอื่นอยู่

ถ้าช่วงที่คุณสมัครงานเป็นช่วงฤดูกาลหางานอยู่พอดี แต่ละองค์กรจะมีผู้สมัครงานเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ HR จะได้ใช้เวลาในการหาคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน ถ้าคุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่ และยังไม่มีเวลาพิจารณาหรือติดต่อกลับหาคุณในทันทีก็เป็นได้ค่ะ

3. ทีมผู้บริหารยังตัดสินใจกันอยู่

อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารหรือทีมผู้บริหารกำลังถกเกียงกันอยู่ว่า จะเอาอย่างไรดี มองในแง่ดีไว้ค่ะว่า การที่คุณยังไม่ได้ยินคำตอบใด ๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ แล้วล่ะก็ คุณคงได้รับการติดต่อกลับจากพวกเขาไปนานแล้ว การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นไปได้ว่า คุณเป็นตัวเก็งที่ทางทีมผู้บริหารกำลังพิจารณากันอยู่ ขอให้คุณอดทนรอไปอีกซักนิดค่ะ

4. HR ยังรอให้มีผู้สมัครงานที่หลากหลายมากกว่าเดิม

การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR บางทีอาจเป็นเพราะว่า HR ยังต้องการผู้สมัครงานที่หลากหลาย และปริมาณมากกว่านี้ เขาจึงขยายเวลารับสมัครงานออกไปเพื่อหาผู้สมัครงานเพิ่ม เรื่องนี้อาจทำให้คุณท้อใจ ว่าคุณยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้ แต่ถ้ามองอีกมุม มันเป็นเรื่องที่ดี ที่คุณจะได้ลองสำรวจตัวเองอีกครั้ง แล้วลองหางานใหม่ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าเดิม

5. มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหันในองค์กร

การที่คุณยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก HR อาจเป็นเพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนกันภายในองค์กรอย่างกระทันหัน เช่น การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร หรือข้อจำกัดทางด้านการเงินขององค์กร ซึ่งเรื่องพวกนี้ต่างก็มีผลกระทบไปถึงกระบวนการจ้างงานทั้งสิ้น ความล่าช้าในการตัดสินใจอาจเป็นผลมาจากสาเหตุภายในต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอในแวดวงธุรกิจ และความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ผู้หญิงสวยเปรียบเสมือนดวงดาวที่เปล่งประกายงดงามท่ามกลางผู้คน และดึงดูดทุกสายตา ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่ใด ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและแฟชั่นอันเฉิดฉายก็ต้องมี แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า ส่งผลให้เธอเปี่ยมไปด้วยออร่าของความมั่นใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อทุกสิ่ง หลายคนคงอยากทราบว่า อะไรคือความลับที่ช่วยให้สาวสวยเหล่านี้มีรอยยิ้มที่สดใสและพร้อมตามเทรนด์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา วันนี้เราจะมาเปิดกระเป๋าของสาวสวยระดับนางฟ้ากันดีกว่า

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ลิปสติก – แน่นอนว่า ‘ลิปสติก’ เป็นหนึ่งไอเทมที่สาวสวยทุกคนต้องพกออกจากบ้าน โดยแต่ละคนก็จะมีลิปสติกหลากหลายสี เพื่อให้เข้ากับการแต่งหน้าหรือลุคโดยรวม รวมถึงสถานการณ์หรือแม้แต่อารมณ์ในแต่ละวัน โดยสาวๆ ที่ต้องเข้าประชุมสำคัญ ควรทาลิปสติกสีแดงเพื่อเสริมความเป็นมืออาชีพ กระฉับกระเฉง และยังเหมาะกับชุดทำงานเกือบทุกลุค หรือหากไปเดทกับคนรู้ใจ สีชมพูแซลม่อนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่ช่วยเสริมความน่ารักอ่อนหวาน ซึ่งเข้ากับการแต่งหน้าแบบเมคอัพโนเมคอัพ แต่สำหรับวันทำงานที่แสนวุ่นวายจนไม่มีเวลาแต่งหน้า สีชมพูเบบี้พิงก์ก็ช่วยให้สาวๆ สวยสตรองสู้งาน และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

น้ำหอม – เพราะมนุษย์มักจำกลิ่นต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ประทับใจ แม้ลืมเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วก็ตาม ‘น้ำหอม’ จึงเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่ช่วยให้กลิ่นกายของสาวๆ มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบอย่างขาดไม่ได้ โดยต้องเลือกน้ำหอมที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับตนเอง เพื่อภาพลักษณ์ที่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำหอมที่ฉีดต้องไม่เยอะเกินไป โดยเฉพาะในฤดูร้อน ที่ความร้อนและกลิ่นเหงื่อมักปะปนกับกลิ่นน้ำหอมจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัด หรืออาจจะพกขวดขนาดเล็กไซส์ทดลองใช้ไว้ในกระเป๋าถือเพื่อแต้มเติมความหอมระหว่างวันอย่างพอดิบพอดีและยังความสะดวกในการพกพาอีกด้วย

หูฟัง – บางครั้งรอบตัวเราอาจมีเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายมากมาย แต่หญิงสาวที่ชาญฉลาดจะฝ่าฟันเรื่องราวเหล่านี้และผ่อนคลายตัวเองในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และอีกหนึ่งเคล็ดลับก็คือ การฟังเพลงที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ที่แค่เปิดเพลงที่ชอบ พร้อมกาแฟคาปูชิโน่ และหนังสือดีๆ สักเล่มก็วิเศษสุดแล้ว หรือหากใครที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับงานประจำวัน ลองฟังเพลงที่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งช่วยปลุกพลังในตัวคุณสักพัก รับรองว่าไฟในตัวคุณจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งแน่นอน

กระติกน้ำ – จากเทรนด์สุขภาพที่กำลังแรงขึ้นในทุกขณะ แน่นอนว่า กิจกรรมออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของสาวๆ ที่ต้องการรักษารูปร่างอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือกระติกน้ำสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ (Sports Bottles) เพราะไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอย่างการออกไปวิ่งกลางแจ้งหรือเล่นโยคะ การจิบน้ำเรื่อยๆ ตลอดเวลา ก็ช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ และช่วยให้สาวๆ ฟิตปั๋งมีพลังในการออกกำลัง รักษาหุ่นสวยอย่างมั่นใจและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

สมาร์ทโฟน – สมาร์ทโฟนเป็นเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของคนยุคใหม่ เพราะทุกไลฟ์สไตล์ล้วนใช้สมาร์ทโฟนในการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การสื่อสารกับเพื่อนฝูง การเล่นเกม และการเชื่อมต่อกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุกและอินสตาแกรมเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจ ฯลฯ คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งสำคัญ แต่สาวสวยที่รู้จริงจะสนใจองค์ประกอบอื่นๆ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของสมาร์ทโฟน ที่ต้องสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่น ซึ่งสมาร์ทโฟนอย่างออเนอร์ 10 ที่มีฝาหลังสะท้อนแสงราวกับออโรร่า ทั้งในเฉดสีฟ้าแฟนท่อมบลูและสีเขียวแฟนท่อมกรีน ก็ช่วยเสริมความโดดเด่นให้ผู้เป็นเจ้าของ จนเรียกได้ว่าเป็นเสมือนแอกเซสซอรีสำคัญสำหรับหน้าร้อนนี้

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อาชีพนักขาย หรือเซลล์นั้น อาจดูหนัก และโดนตัวเลขกดดันก็จริง แต่อีกแง่หนึ่งมันคือความท้าทาย และรายได้ที่เข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือ ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ หากนักขายมีใจรักในสายงานขาย ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา รวมถึงการมีเทคนิคการขายที่เหนือชั้น เข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ และตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ฝ่ายขายจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ขององค์กร ที่นำรายได้เข้าสู่องค์กรโดยตรง หากขาดฝ่ายขายไปรับรองได้เลยว่าบริษัทคงเดินต่อไปได้ยากจริงๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องวขึ้นอยู่กับความสามารถของฝ่ายขายด้วยว่า มีทัศนคติเชิงบวกและมีแรงผลักดันให้ขายออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจกับลูกค้าหรือไม่ เนื่องจากลูกค้าปัจจุบันต้องการเข้าถึงข้อมูลหรือรายละเอียดของชิ้นนั้นๆ ก่อนทำการซื้อขายอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการปิดการขายด้วยความสามารถของตัวเซลล์เป็นการกระตุ้นและวัดความสามารถได้เป็นอย่างดี หากมั่นใจแล้วว่าเราอยู่ในสายอาชีพนี้หรือต้องการเข้ามาทำอาชีพนี้ต้องมีใจรักในการขาย การให้บริการแก่ลูกค้าเป็นอย่างดียิ่งทำให้เกิดโอกาศการซื้อซ้ำหรือใช้บริการเป็นประจำได้เลยทีเดียว

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

อยากเป็นเซลล์ขายได้ดีๆ ต้องมี ทัศนคติดีมีแต่ลูกค้าเข้าหา แน่นอน

แล้วนักขายที่มีโอกาสปิดการขายได้มากกว่าคนอื่นนั้น ต้องมีการดูแลลูกค้าอย่างไรบ้าง ตั้งแต่พบลูกค้า ผู้มีอุปการคุณครั้งแรก นักขายจะไม่ประเมินลูกค้าจากการแต่งกาย จากการสนทนา หรือตัดสินไปว่าเขาไม่ซื้อ เพราะสิ่งเหล่านี้บอกถึงการนำไปสู่การปิดการขายได้น้อยมาก ลูกค้าที่แต่งกายอย่างพิถีพิถัน ก็อาจเป็นคนที่พิถีพิถัน และใช้เวลาในการหาข้อมูลต่าง ๆ ก่อนการตัดสินใจซื้อก็เป็นได้ ลูกค้าทุกคนคือโอกาสในการขาย อย่ารีบประเมินว่าเขาจะไม่ซื้อ

นักขายต้องไม่ตัดสินลูกค้าว่าเขาดี ไม่ดีอย่างไร ว่าเขาซื้อหรือไม่ซื้อ ลักษณะคล้ายกับข้อแรก คือนักขายจะไม่ตัดสินอะไรจากตัวลูกค้า หรือกระทั่งไม่ตัดสินใจแทนลูกค้า ลูกค้าที่ดีอาจไม่ได้มาในรูปแบบของการพูดจาสุภาพ น้อมรับฟัง หรือดูเป็นมิตรเสมอไป บางทีลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อ ณ ตอนนั้น หรือพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมาอาจควักกระเป๋าซื้อเอาซะดื้อ ๆ ตอนนั้นเลยก็เป็นได้

ลูกค้า คือผู้มอบโอกาส โอกาสในที่นี้คือการได้พบลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเขาอาจจะไม่ซื้อในคราวนี้ แต่เขาอาจจะแนะนำผู้ที่อาจจะมาเป็นลูกค้าในอนาคต หรือบุคคลอื่น ๆ เช่น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมาซื้อก็ได้ หรือในทางกลับกัน เมื่อเขาพร้อมเมื่อไหร่ เขาก็จะกลับมาซื้อก็ได้

การที่นักขายมีโอกาสได้เข้ามาคุยกับลูกค้า แล้วเมื่อนักขายสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบริการอันน่าประทับใจจากนักขาย หรือ โปรโมชั่นโดนใจในการนำเสนอขาย จากนั้นลูกค้าอาจจะไปกล่าวชื่นชมในสื่อ Social network ต่าง ๆ และจากจุดนี้ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับคุณเองว่า นักขายคนนั้นเป็นผู้มีความสามารถ จนลูกค้ากล่าวชื่นชมและอีกประเด็นหนึ่งคือ การสร้างชื่อเสียงด้านบวกให้กับองค์กรอีกด้วย

โดยรวมแล้วการทำงานขายไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดที่มีในผลิตภัณฑ์ การนำเสนอที่เป็นธรรมชาติและดูไม่ฮาร์ดเซลล์จนเกินไปจะทำให้การปิดการขายของเรานั้นง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคนี้จะสำเร็จเสมอไป เนื่องจากคนขายต้องดูลักษณะและองค์รวมของลูกค้าเป็นหลัก ถึงความต้องการของลูกค้า งบประมาณ ระยะเวลาที่สามารถตัดสินใจได้ และอื่นๆ ซึ่งต้องมีความสามารถประเมินได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆ พี่ๆ ที่ต้องการทำงานด้านการขายจะด้วยบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ หรือ เจ้าของกิจการเองก็ตามอย่าลืมที่จะใส่ใจทุกรายละเอียดที่มีทั้งหมด แล้วพบกันใหม่โอกาศหน้ากับบทความดีๆ ที่เป็นประโยชน์นะครับ

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การทำงานในองค์กรย่อมต้องอาศัยการติดต่อสื่อสาร และประสานงานระหว่างบุคลากรหน้าที่ต่าง ๆ กัน คนทำงานที่ประสบความสำเร็จนั้น การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องสำคัญมากไม่ว่าจะเป็น หัวหน้ากับลูกน้อง พนักงานกับ ฟรีแลนซ์ แต่บ่อยครั้งที่การสื่อสารก็กลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน จากข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลุกลามกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว ทำอย่างไรให้ก้าวข้ามอุปสรรคในการสื่อสารเหล่านี้ได้ มีข้อคิดน่าสนใจฝากไว้ให้คนทำงานได้นำไปปรับใช้ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน อุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

เปิดตัว เปิดใจ ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน

เปิดเผยตัวเอง เพื่อเปิดใจ และนำไปสู่การเปิดทางให้เพื่อนร่วมงานรู้จักตัวตนเรามากขึ้น แสดงออกถึงบุคลิกที่เป็นมิตรเพื่อง่ายต่อการสื่อสารพูดคุยกัน นอกจากการพูดคุย ศิลปะในการผูกมิตรอีกอย่างหนึ่งก็คือ การช่วยเหลือผู้อื่น ที่ไม่ใช่แค่การบอกหรือการแนะนำ แต่อาจเป็นการช่วยเหลือหรือแบ่งปันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้ก็สร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันได้ไม่น้อย

ใส่ใจ ให้ความสำคัญ เป็นผู้ฟังที่ดี

การเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น ถือเป็นการแสดงความสนใจ เอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับคู่สนทนา ทำให้จับใจความการสนทนาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เข้าใจเรื่องงานได้ถูกต้อง ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ทุกคนมีความเข้าใจในงานตรงกัน การแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับผู้ที่ติดต่อสื่อสารด้วยนั้น ทำได้ทั้งโดยสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดที่แสดงการยอมรับ กระตือรือร้นต่อการสนทนา มองสบตาโดยเปิดเผยจริงใจ เต็มใจต่อการพูดคุย ให้เวลาเพียงพอต่อการสื่อสาร พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้รับทราบ ย่อมสามารถผูกมิตรและช่วยสร้างความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี

ใช้คำว่า “เรา”

เมื่อต้องการให้เกิดความรู้สึกอันหนึ่งอันเดียวกัน ควรใช้คำว่า “เรา” ในการพูดคุยทุกครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกพ้องเดียวกัน ลดความรู้สึกแบ่งแยก และใช้ในการพูดชักจูงใจได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใช้ในสถานการณ์ที่เป็นการตำหนิ ผู้ถูกตำหนิก็จะไม่เสียหน้ามากนัก ลดความรู้สึกทางลบอันนำไปสู่อุปสรรคในการสื่อสารที่เราควรหลีกเลี่ยง

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ใช้วิธีการที่นักจิตวิทยานิยมใช้ คือการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา แสดงความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ต้องพูดคำว่า “ฉันเข้าใจคุณ” ที่เป็นคำผิวเผิน ไม่มีความหมายจริงจัง ทั้งยังแสดงความไม่เข้าใจอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการสะท้อนความรู้สึกหรือสะท้อนเนื้อหาคำพูดของคู่สนทนา เป็นการเข้าถึงความรู้สึกหรือเนื้อหาในสิ่งที่เขากำลังสื่อสารให้เรารับทราบ ซึ่งเมื่อเรารับทราบและเข้าใจสารนั้นแล้ว ก็สื่อความเข้าใจดังกล่าวไปสู่เจ้าตัว รับรองว่าได้ใจคู่สนทนาอย่างแน่นอน

ไม่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3

ในการสนทนากันเรื่องงาน หรือสนทนาแบบกันเองทั่วไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงการพูดพาดพิงถึง “บุคคล” จะช่วยให้แต่ละฝ่ายสนใจสาระสำคัญของการสื่อสาร แทนที่จะเป็นการเพ่งเล็งที่ตัวคน ช่วยป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์และการนินทา ซึ่งมักจะเป็นปัญหาทำนองน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กรได้

ใช้คำถามนำแทนการสั่งสอน

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบให้ใครมาอบรมสั่งสอน โดยเฉพาะหากเขาเหล่านั้นไม่ได้ร้อยขอ ดั้งนั้นเมื่อจำเป็นต้องให้คำแนะนำกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการทำงาน ควรเปิดหัวเรื่องการสนทนาด้วยการใช้คำถามนำ เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายหนึ่งได้คิดทบทวนหาเหตุผลได้ เปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้คิดหาทางออกของปัญหาหรือหาวิธีทำงานได้หลากหลายแนวทางมากขึ้น จากนั้นเราค่อยเสริมข้อมูลที่ต้องการสื่อสารไปกับการสนทนา เพื่อนร่วมงานก็จะไม่เกิดความรู้สึกขัดแย้ง หรือคับข้องใจจากการถูกอบรมสั่งสอนโดยตรง

แนะนำในสิ่งที่เขาต้องการ

การพูดแนะนำในเวลาที่ไม่ใช่ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดีกับใครอย่างแน่นอน อะไรที่เขาไม่ต้องการหรือพูดในโอกาสที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดให้แนะนำต่อหน้าคนหมู่มาก แนะนำด้วยเสียงดัง หรือพูดแนะนำผ่านทางผู้อื่นมาอีกทอดหนึ่ง แม้เรื่องที่เราแนะนำอาจเป็นเรื่องดี แต่ก็อาจทำให้ผู้ถูกแนะนำไม่พอใจได้ ดังนั้น ถ้าต้องการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ก็ควรดูด้วยว่า เขาต้องการหรือไม่ ถ้าเขายังไม่ต้องการ ควรทำเพียงแค่ช่วยให้กำลังใจก็จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย

การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป หากการสื่อสารนั้นตั้งอยู่บนความเข้าใจและความจริงใจต่อกัน Keyword สำคัญอยู่ที่การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เปลี่ยนคำพูดแค่นิดเดียว ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ คนทำงานทุกคนควรฝึกตัวเองให้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และลดความขัดแย้ง เพื่อให้การทำงานในองค์กรดำเนินไปอย่างราบรื่น มีความเป็นมืออาชีพ สามารถผลักดันทั้งตัวเอง เพื่อนร่วมงาน ทีมงาน และองค์กรให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่บีอีซี-เทโร มิวสิคให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน คือ การขยายธุรกิจเพลงสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาเป็นแห่งแรก นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยเพิ่มขึ้น

ในปีนี้บริษัทฯ จึงตัดสินใจรุกเข้าไปทำตลาดเมียนมาต่อเนื่องเป็นประเทศที่ 2 เพราะจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้านที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์เพลงได้อย่างมาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับความบันเทิงและสันทนาการต่างๆ มากขึ้น

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น บริษัทฯ จะอาศัยโมเดลการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์เพลงและโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์และความพร้อมเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ อีกทั้งเชื่อว่าการทำตลาดรูปแบบนี้จะช่วยผลักดันคอนเทนต์เข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า โดยการรุกตลาดเมียนมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เลือกบริษัท IMIMobile เป็นพันธมิตรในการให้บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือและดาวน์โหลดเพลงสากลในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชี่ยน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิคผ่าน เครือข่ายของ Ooredoo ในเมียนมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์เพลงที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีที่สิ้นสุดทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเลือกฟังเพลง หรือดูรายละเอียดการซื้อเพลงที่ชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซต์
“การร่วมมือกันระหว่างบีอีซี-เทโร มิวสิค กับ IMIMobile ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในเมียนมา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านดิจิตอลคอนเทนต์เพลงที่ครอบคลุมทั้งเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยของบีอีซี-เทโร มิวสิค ประกอบกับศักยภาพของเมียนมา และความแข็งแกร่งของพันธมิตรในท้องถิ่น จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังเมียนมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ให้ได้รับการตอบรับและมีการเติบโตเช่นเดียวกับในประเทศกัมพูชา โดยในอนาคตเรายังวางแผนที่จะรุกขยายธุรกิจพร้อมเปิดรับพันธมิตรรายใหม่ๆในเมียนมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การฟังเพลงดิจิตอลของคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ไม่ไปทำงานได้มั้ย?

หยุดไป 2 วัน หยุดยังไม่ทันสะใจ ยังไม่ทันได้ทำอะไร หันมาอีกทีก็แบบว่า อ้าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนี่หว่า… วันจันทร์อีกแล้วหรอเนี่ย หรือใครที่กำลังใช้วันหยุดอย่างเต็มที่และมีความสุข ถึงจะเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ พอนึกขึ้นมาว่าพรุ่งนี้จะเป็น เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ความสุขที่มีมาตลอดวันหยุดก็หดหายไปในทันใด วันจันทร์น่าเบื่อจริงหรือเปล่า และทำไมต้องเกลียดวันจันทร์กันด้วย ในเมื่อแก้ไขให้วันจันทร์ไปอยู่วันอื่นไม่ได้ แนะนำวิธีแก้ไขที่ตัวคุณเอง ต้อนรับวันจันทร์ที่แสนสดชื่น พร้อมลุยงานแบบไม่มีอิดออด

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ ไม่ไปทำงานได้มั้ย?

แปปเดียวก็วนกลับมาแล้วกับ เช้าวันจันทร์แสนน่าเบื่อ

1. เข้านอนให้เร็วขึ้นในคืนวันอาทิตย์

นี่คงเป็นความคิดของคนทำงานหลาย ๆ คน “โอ้ย..วันจันทร์อีกแล้ว ไม่อยากตื่นเช้าเลย” เป็นเพราะวันหยุดคุณจะตื่นสายเท่าไหร่ก็ได้ พอถึงวันจันทร์ความขี้เกียจก็เลยถามหาคุณเข้าให้ แนะนำให้คุณรีบเข้านอนในคืนวันอาทิตย์ คุณจะได้พักผ่อนได้เพียงพอ แล้วตื่นมาในเช้าวันจันทร์อย่างสดใส

2. ตื่นเร็วขึ้นหนีรถติดที่น่าเบื่อ

“วันจันทร์ทีไร ทำไมรถถึงติดได้ ติดดีแบบนี้ทุกทีนะ” อาจจะเป็นไปได้ว่า ทุกคนขี้เกียจตื่นเช้าเหมือนกัน และพร้อมใจกันตื่นสายขึ้นอีกนิด ออกจากบ้านเวลาพร้อมกัน รถก็เลยติด ต้องไปนั่งเซ็งกันบนถนน คุณลองทำตัวให้แตกต่าง ตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม เพื่อหนีปัญหารถติดที่แสนเซ็ง และน่าเบื่อ ถึงที่หมายเร็วกว่าเดิม มีเวลาได้หายใจหายคอ ไม่ต้องรีบเร่งกระหืดกระหอบ ไม่ซ้ำเติมวันจันทร์ที่น่าเบื่ออยู่แล้วให้ยิ่งน่าเบื่อเพิ่มขึ้นอีก

3. ส่งยิ้มให้ตัวเองก่อนออกจากบ้าน

“หมดวันหยุดแล้วหรอเนี่ย ทำไมไวจังยังไม่หายเหนื่อยเลย” ถ้าท้อแท้กับการต้องเริ่มต้นทำงานในวันจันทร์แล้ว ทั้ง ๆ ที่ร่างกายและจิตใจยังไม่พร้อม ก่อนออกจากบ้าน ลองส่องกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเองดู เป็นการให้กำลังใจตัวเอง และสร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มต้นเดินทางไปทำงานในตอนเช้า

4. เตรียมลิสต์งานที่ต้องทำไว้ล่วงหน้า

สำหรับใครที่มีงานค้างจากวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์เลย ไหนจะงานเก่าที่ค้างมา งานใหม่ที่มีเพิ่ม ความคิดจะเปลี่ยนไป เมื่อคุณจัดระบบและระเบียบการทำงานของคุณให้ดี วันศุกร์ก่อนที่จะรีบไปปาร์ตี้ต่อ หรือรีบกลับบ้านไปเตรียมตัวเที่ยวต่างจังหวัด ให้คุณเคลียร์งานที่ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ให้เรียบร้อย แล้วเริ่มวางแผนการทำงานของสัปดาห์หน้าไว้ก่อนเลย หรือใครจะวางแผนเคลียร์งาน จัดการเดตไลน์วันส่งงานเป็นวันไหน สามารถวางแผนได้ตามสไตล์การทำงานของตัวเองได้เลย วันจันทร์มาจะได้ไม่มีงานค้าง เริ่มทำงานใหม่ได้ทันที

5. สัปดาห์นี้ยังมีวันอื่นนอกจากวันจันทร์

“วันจันทร์แล้ว งานจะต้องถาโถมเข้ามาเป็นกองภูเขางานแน่เลย คิดแล้วก็ไม่อยากไปทำงาน” อย่าไปเครียดค่ะ แค่คุณจัดการวางแผนการทำงาน แล้วค่อย ๆ เคลียร์ไปทีละงาน สองงาน ไม่นานจากงานล้นมือก็ค่อย ๆ เสร็จไปเอง หรืองานบางงานก็อาจจะยังไม่ต้องรีบส่งภายในวันจันทร์นี้นี่นา ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายวันตลอดทั้งสัปดาห์นี้ จะเครียดไปทำไมกัน ค่อย ๆ เคลียร์ไปค่ะ

ความจริงคุณไม่ได้เกลียดวันจันทร์หรอก คุณแค่ยังต้องการการพักผ่อน และยังไม่อยากตื่นขึ้นมาทำงานในวันเริ่มต้นของสัปดาห์ แต่ถ้าคุณลองทำตามคำแนะนำข้างต้น เชื่อว่าไม่ว่าจะวันจันทร์หรือวันไหน คุณก็สดใส พร้อมลุยงานทุกวัน

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

รายงานการวิจัยพฤติกรรมผู้ บริโภคทั่วโลกปี 2016 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ ของผู้บริโภคกว่า 28,000 คน ใน 32 ประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริ โภคในประเทศไทยจำนวน 800 คน เผยโอกาสใหม่สำหรับผู้ค้ าออนไลน์ชาวไทยที่ต้ องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มี แนวโน้มเพิ่มขึ้น ยอดใช้จ่ายออนไลน์ทั้งหมดของนั กช้อปชาวไทยคาดการณ์ว่าจะมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2559 ตามที่ประเมินไว้ที่ประมาณ 325.6 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 376.8 พันล้านบาท ในปี 2560 สำหรับยอดการช้อปออนไลน์ ของประเทศไทยที่มาจากการซื้ อของผ่านเว็บไซต์ในประเทศคาดว่ าจะเพิ่มขึ้น 84 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 จากยอดการซื้อสินค้าประมาณ 60.3 พันล้านบาทในปี 2560 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ เป็นอันดับสอง

ประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในการ ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ

จากการสำรวจพบว่านักช้อปออนไลน์ ในประเทศไทยจำนวน 55 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้ จ่ายออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 และจากกลุ่มนักช้อปเหล่านั้น ราว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ความสะดวกสบายของการช้อปออนไลน์ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พวกเขาหันมาช้อปด้วยวิธีนี้ มากขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์มองว่าการส่งของที่ รวดเร็วเป็นอีกปัจจัยหลัก  และ 35 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าทำให้ประหยัดเงินได้ มากกว่า ซึ่งเหตุผลดังกล่าวล้วนเป็นปั จจัยอันดับต้นๆ และคาดว่าในปี 2560 นี้ พวกเขาจะหันมาใช้จ่ายออนไลน์ มากขึ้น ผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางอี คอมเมิร์ซเพื่อทำกิจธุระประจำวันมากขึ้น ผลวิจัยระบุว่าในประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช้ อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะช้อปสินค้าหมวดหมู่ ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และ เครื่องประดับ  ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึ กษาและสื่อบันเทิง (40 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ บริโภค (39 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าผู้บริ โภคคาดการณ์ว่าในปีนี้ ในประเทศไทย จะเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอีคอมเมิ ร์ซในชีวิตประจำวันมากขึ้น สินค้า 3 ประเภทที่คาดว่าจะมีการซื้อผ่ านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 ได้แก่ ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 24 เปอร์เซ็นต์) สินค้าบริโภค (เติบโต 20 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าสำหรับเด็ก (เติบโต 16 เปอร์เซ็นต์) เทรนด์การใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มื อถือของคนไทยกำลังเป็นที่นิยม จากการสำรวจในหลายประเทศ พบว่า ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นนักช้ อปข้ามประเทศที่นิยมซื้อสินค้ าผ่านอุปกรณ์มือถือมากที่สุด โดยกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปชาวจีนที่ ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ เลือกช้อปผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ ทโฟน ส่วนเหล่านักช้อปจากประเทศไทยถึ ง  46 เปอร์เซ็นต์ นิยมซื้อสินค้าข้ามประเทศผ่านอุ ปกรณ์มือถือ ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชี ยแปซิฟิกทั้งหมด โดยเฉลี่ยจะมีนักช้อปข้ ามประเทศที่ซื้อสินค้าผ่านอุ ปกรณ์มือถืออยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์ ซื่งเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 27 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลดังกล่าวเนื่ องมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย[ 1] และ PayPal คาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ ยอดการซื้อขายออนไลน์ผ่านอุ ปกรณ์มือถือ (mobile-commerce) จะเพิ่มเป็นจาก 141.7 พันล้านบาทในปี 2559 เป็น 173.6  พันล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่ อยๆ ตามจำนวนอุปกรณ์มือถือที่เพิ่ มมากขึ้น ผนวกกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุ ปกรณ์มือถือใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่ อง เพื่อให้การซื้อขายออนไลน์ผ่ านอุปกรณ์มือถือเป็นทั้ งประสบการณ์ และโอกาสทางธุรกิจทั้งสำหรับผู้ ซื้อและผู้ค้าออนไลน์

แม้การช้อปข้ามประเทศจะเป็นที่ นิยมของผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดย 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้สำรวจทั้ งหมดระบุว่า ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำให้นักช้อปไม่สามารถซื้อของข้ ามประเทศได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร ปัจจัยรองลงมาคือ การจ่ายค่าภาษีศุลกากร (44 เปอร์เซ็นต์) และความชัดเจนของอัตราภาษีศุ ลกากร (42 เปอร์เซ็นต์) ดั้งนั้นร้านค้าควรจะหาช่ องทางที่จะแก้ไขหรื อบรรเทาความกังวลของผู้ซื้ อในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ บริโภคมั่นใจและกล้าซื้อสินค้ ามากขึ้น ทั้งนี้ PayPal มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้ างความมั่นใจในการช้อปด้วย Refunded Returns[2] หรือ การคืนเงินค่าจัดส่งให้สูงสุด 15 ดอลลาร์สหรัฐ[3] สำหรับสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อช่วยให้นักช้อปมั่ นใจในการช้อปออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ PayPal ยังมีบริการ Buyer Protection หรือบริการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้นักช้อปมั่นใจทุกครั้ งในการช้อป และก้าวข้ามข้อจำกัดในการตัดสิ นใจที่จะซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายนี้ครอบคลุมการซื้อในกลุ่ มสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ตั๋วอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ไฟล์เพลงดิจิตอล อีบุ๊ค เกมส์ และการโหลดซอฟท์แวร์และยังมี นโยบายคุ้มครองผู้ขายที่เรียกว่ า Seller Protection ที่คุ้มครองผู้ขายจากการถู กหลอกลวงด้านธุรกรรมออนไลน์อี กด้วย

 

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

ในการทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง ก็เป็นปัญหาที่ทีมงานคาดไม่ถึงมาก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนๆ แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็เถอะ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต้องใช้ไหวพริบ และเป็นการวัดกึ๋นของทีมได้เลยว่า มีการจัดการปัญหาได้ดีเพียงไร จริง ๆ แล้วเรื่องการแก้ไขปัญหาหลายคนอาจคิดว่า มันเป็นทักษะเฉพาะตัวหรือเปล่า ฝึกได้จริง ๆ เหรอ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ค่ะ ขอเพียงตั้งใจ แล้วทำตาม 6 ข้อด้านล่างนี้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาสกิล วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้บ้างไม่มากก็น้อย

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

1. ดูจากผู้มีประสบการณ์

แน่นอนว่าไม่มีใครทำทุกอย่างเป็นตั้งแต่เกิด เมื่อเริ่มเข้าทำงานแรกยังเป็นหนุ่มสาวหน้าใหม่ไฟแรง มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับหัวหน้าเก่ง ๆ ก็อย่าลืมรีบเร่งฉกฉวยโอกาสเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์ถ่ายทอดให้ เริ่มแรกถ้ายังไม่มีประสบการณ์ก็เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์นี่แหล่ะดี อาจจะเป็นการเรียนรู้จากหน้างานเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจริงก็ได้ หรือเกิดจากการสอบถามถึงเคสต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์เคยเจอ เคยผ่านมาให้พี่ ๆ เล่าให้ฟัง เพื่อเตรียมตัวโดยไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยไปถาม แล้วเราจำไปใช้ก็ได้เช่นกันค่ะ

2. ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ทำให้ถ่องแท้

ฟังจากผู้มีประสบการณ์ก็คงช่วยได้จุดหนึ่ง แต่จะดีมาก ๆ ถ้าเรามีความเข้าใจพื้นฐานต่อเนื้องานที่เรากำลังทำอย่างถ่องแท้ เข้าใจในทุกมุม ความเข้าใจช่วยได้ในหลายส่วนหากมีปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้น เราจะรู้ทันทีว่าต้องไปตามแก้ที่จุดไหน กับใคร และเราจะสามารถ catch up งานได้ทันว่า โปรเจกต์นี้ดำเนินการไปถึงจุดไหนแล้ว

3. ฝึกวิเคราะห์ปัญหา

การรู้เหตุแห่งปัญหา และผลที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และไม่หลอกตัวเองย่อมทำให้รู้หนทางแห่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เริ่มรู้และเข้าใจ flow การทำงานทั้งหมด สิ่งที่สำคัญก็คือต้องฝึกคิดวิเคราะห์แยกแยะปัญหาให้เป็น เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ

4. ฟังอย่างแตกฉาน

ที่สำคัญไม่แพ้การพูด ก็คือ “การฟัง” หลายคนเข้าใจผิด หลงลืมมองข้ามการฟังที่ดีไป ทำให้ตีความผิดในหลายเรื่องและนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพของการแก้ปัญหา เวลาฟัง จงฟังอย่างตั้งใจ และคิดตามไปด้วย อย่าได้ใจลอย คิดไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญจับประเด็นให้ได้ ว่าผู้ส่งสารต้องการจะบอกอะไรกับเราบ้าง แล้วเราจะนำมาวางแผนการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

5. เล่าให้มีประเด็น

สลับกันกับข้อด้านบน เวลาเป็นคนเล่า ก็ต้องเล่าอย่างมีประเด็นด้วย เล่าให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเราต้องการจะสื่อสารอะไรกับเรื่องนี้ และจะขอความเห็นใน next step อย่างไรก็ว่ากันไป การจะเล่าก็ต้องเตรียมตัว เรียบเรียงประเด็นต่าง ๆ นหัวแล้วค่อยพรั่งพรูออกมา ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วต้องเล่า ต้องพยายามเล่าให้ครบถ้วนใจความแต่กระชับมากที่สุด เพื่อจะได้เอาเวลาไปคิดวางแผนวิธีรับมือแก้ไขกับปัญหาได้ทัน

6. ทีมเวิร์ค

สุดท้ายคือเรื่องราวของทีมเวิร์ค ในบางครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาออาจไม่ใหญ่โตมากนัก ลำพังคนเพียงคนเดียวก็เอาอยู่ แต่อีกในหลายครั้งหลายคราที่ปัญหาเกิดมา ต้องการทีมงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหา คน ๆ เดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันการณ์ การทำงานการเป็นทีมเวิร์คจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเองว่าบทบาทของเราจะช่วยแก้ปัญที่เกิดขึ้นได้ตรงไหน และพยายามผลักดันให้การแก้ปัญหาได้ลุล่วงไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด

ประสบการณ์การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สะสมกันมาเป็นสิ่งสำคัญ และควรจำไปใช้ตลอดชีวิตการทำงาน แต่ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประสบการณ์ก็คือการฝึกฝนนั่นเอง อย่าลืมพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และอย่าเหนื่อยหน่ายที่จะต้องทำมัน เพราะปัญหาเป็นของคู่กับชีวิต ตราบใดที่ยังไม่ลาจากโลนี้ไปก็ทำใจเถอะนะ

Cr.Jobsdb