ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018 (2018 World’s Most Ethical Companies) จากสถาบันอิธิสเฟียร์ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการนิยามและยกระดับมาตรฐานด้านวิธีปฏิบัติทางธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องในเรื่องดังกล่าวติดต่อกันถึง 8 ปีซ้อน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ทำเนียบบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงสุดในโลกประจำปี เกิดขึ้นในปี 2006 จากการรวบรวมรายชื่อบริษัทอันทรงเกียรติที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นผู้นำที่มีจรรยาบรรณในอุตสาหกรรมนั้นๆ ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านพฤติกรรมองค์กร ทั้งในเรื่องสิ่งถูกต้องที่พึงปฏิบัติ และกลยุทธ์ที่สร้างประสิทธิผลในระยะยาว โดยมีการประเมินใน 5 เรื่องได้แก่ โปรแกรมด้านจริยธรรมและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้อง การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate citizenship and responsibility) วัฒนธรรมด้านจรรยาบรรณ ธรรมาภิบาลและความเป็นผู้นำ รวมถึงนวัตกรรมและการมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยในปี 2018 มีรายชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 135 บริษัท จาก 23 ประเทศ (มีเพียง 3 บริษัทที่มาจากประเทศฝรั่งเศส) และจาก 57 อุตสาหกรรม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องติดต่อกันถึง 8 ปี

สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค รางวัลในปีนี้ยังคงมีความสำคัญมากเทียบเท่ากับ 8 ปีที่ได้รับติดต่อกันมาตั้งแต่ปีแรก นายเอ็มมานูเอล บาโบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ดูแลด้านการเงินและกฎหมาย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขยายความว่า “การได้รับการยกย่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทในการเดินหน้าตามกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์กรของเรา พร้อมกับการมอบสิ่งที่ผู้มีส่วนร่วมในองค์กรทั้งหมดคาดหวังจากเรา คือการรับประกันถึงนวัตกรรมด้านโซลูชั่น ที่เกิดจากการที่พนักงานบริษัทรู้สึกภาคภูมิใจในการได้มีส่วนร่วมดังกล่าว ดังนั้นหลักจรรยาบรรณที่เรายึดถือปฏิบัติจึงยิ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับลูกค้า”

ทิโมธี เออบลิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อิธิสเฟียร์ เสริมว่า “ในปีที่ผ่านมา คือ ปี 2017 วาทกรรมทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยลึกซึ้ง เสียงสนับสนุนก็เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง บรรดาองค์กรระดับโลกที่มีกฏระเบียบบังคับด้านกฏหมายคล้องจองไปในทิศทางเดียวกัน ก็กลายเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเงื่อนไขของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้ เราเห็นบรรดาบริษัทต่างหาเสียงสนับสนุนกันมากขึ้น ดังนั้นการจัดอันดับบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นถึงแบบอย่างของผู้นำ พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีกับทุกคนในชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลก”

คำมั่นสัญญาต่อจรรยาบรรณและความรับผิดชอบสำคัญและส่งผลในวงกว้าง สะท้อนได้จากการกระทำ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้กำหนดจรรยาบรรณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ไว้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ ในการสร้างคำมั่นสัญญาเพื่อสร้างมาตรฐานสูงสุด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด โดยมีการนำเสนอเป็นหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ปี 2002 สำหรับเป็นแนวทางให้กับพนักงานของเราทั่วโลก บริษัทฯ เป็นผู้นำพาความริเริ่มทั้งภายในองค์กรและอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอยู่อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่มีให้เห็น อย่างเช่นในปี 2017 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เริ่มนำโมดูลใหม่ด้าน e-training หรือการฝึกอบรมผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ และการฝึกอบรมแบบเห็นหน้า มาช่วยในการสร้างความมั่นใจในเรื่องของหลักคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ ในสถานการณ์ที่พนักงานแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการคอรัปชั่น และเพื่อขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงเรื่องของความรับผิดชอบ บริษัทได้มีการเปิดตัวโปรแกรมการมอนิเตอร์ซัพพลายเออร์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงภาระรับผิดชอบในส่วนซัพพลายเชนว่าด้วยการปกป้องสภาพแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังได้ออกแบบโปรแกรม Responsibility & Ethics Dynamics เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นพยายามของพนักงานในการยึดถือหลักปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบและช่วยบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการป้องกัน ตลอดจนคำการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสืบสวนและควบคุม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าว ยังใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพเรื่องของจรรยาบรรณ ตามบารอมิเตอร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ว่าด้วยเรื่องของโลกและสังคม ทั้งนี้ จากการเผยแพร่ผลงานล่าสุด (ไตรมาสที่ 3 ปี 2017) ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนในเรื่องภาระรับผิดชอบด้านซัพพลายเชน โดย 84.6 เปอร์เซ็นต์ของซัพพลายเออร์ดำเนินการได้สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 26000 จากเดิมปี 2015 ได้เพียง 48 เปอร์เซ็นเท่านั้น ในขณะที่ 88.7% ของกลุ่มกิจการได้ผ่านการประเมินด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบภายในของ บริษัท เทียบกับช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 79%

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

สงกรานต์นับเป็นเทศกาลสำคัญของไทย แม้จะผ่านข้ามเวลามาสู่ยุคใดก็ตาม ยังคงเป็นเทศกาลที่ทุกครัวเรือนให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่ยังเป็นวันของครอบครัวด้วย บางครอบครัวยังถือว่าเป็นวันแห่งการพักผ่อนประจำปี ในการพาครอบครัวไปพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และต้องจากบ้านเป็นระยะเวลานาน สร้างความกังวลอยู่ไม่น้อย เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ ปัจจุบันเป็นยุค 4.0 เราก็ใช้ชีวิต แบบ 4.0 กับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มความปลอดภัยให้เราได้คลายกังวล แต่ควรต้องรู้ก่อนที่จะ “วางใจ” เมื่อปิดบ้านยาวหลายวัน กับการฝากบ้านไว้กับเทคโนโลยี

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

ยูพีเอส (UPS) หรืออุปกรณ์สำรองไฟ สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่มีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์หลายชิ้นที่นำมาช่วยอำนวยความสะดวก เพราะเมื่อเกิดไฟดับ อุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่สามารถใช้งานได้เลย ยูพีเอสจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องตระเตรียมเอาไว้ ช่วยให้สามารถวางใจได้ว่าอุปกรณ์ไอทีต่างๆ จะมีพลังงานหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะต้องเตรียมเอาไว้กี่ตัวนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของ UPS และจำนวนอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อเชื่อม รวมไปถึงผู้ใช้งานต้องประเมินความเสี่ยงในพื้นที่นั้นๆ ว่า ถ้าไฟดับโดยปกติจะดับประมาณกี่นาที อย่างไรก็ตาม การเลือกยูพีเอสควรเลือกแบบที่ได้มาตรฐานสากล มีตัวปรับแรงดันไฟฟ้า ป้องกันไฟกระชาก เพื่อถนอมอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ใช้นานๆ ถ้ามี PowerChute™ Personal Edition จะช่วยให้เราสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะของ UPS ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ ตัวอย่างเช่น ยูพีเอสของ APC จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะมีซอฟต์แวร์ PowerChute™ Personal Edition มาให้ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ดังนั้น UPS ที่มีความฉลาด จะมีบทบาทสำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 และเพื่อให้อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ดำเนินการได้โดยไม่สะดุด เช่น ไวไฟเร้าเตอร์ หากมีการสะดุดเมื่อไร อุปกรณ์อื่นๆ ก็จะสะดุดตามเช่นกัน

ไวไฟเร้าเตอร์ อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น กล้อง IP Camera ในปัจจุบันล้วนต้องต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต และมาแสดงผลในสมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ต เพื่อให้สามารถสั่งงานและมอนิเตอร์ได้อย่างใกล้ชิดและเรียลไทม์ ดังนั้นก่อนปิดบ้านยาวควรมีการปิด พักเครื่องไวไฟเร้าเตอร์สักครู่ แล้วค่อยเปิดขึ้นใหม่ ป้องกันปัญหาเครื่องร้อนจนแฮงค์ไปเองในระหว่างที่ไม่อยู่บ้าน ที่สำคัญควรมีการติดตั้งผ่านอุปกรณ์สำรองไฟหรือ UPS เพื่อให้เครื่องไวไฟเร้าเตอร์สามารถปล่อยสัญญาณไวไฟได้อย่างต่อเนื่องแม้ช่วงเวลาไฟดับ และเพื่อให้อุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ ที่ต้องสื่อสารผ่านไวไฟสามารถรับสัญญาณได้ตลอดเวลา

กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดในปัจจุบันหาซื้อง่ายและเป็นที่นิยมโดยเฉพาะ IP Camera เพราะติดตั้งได้สะดวก สามารถดูข้อมูลที่ไหนก็ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เราสามารถตรวจตรารอบบ้านได้ แม้อยู่ห่างไกล เพราะหากไฟดับ เราจะไม่สามารถ

มอนิเตอร์ได้ ดังนั้น กล้องวงจรปิดจึงเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ต้องติดตั้งผ่าน UPS เพื่อให้มีพลังงานหมุนเวียนอยู่ตลอด และควรตรวจเช็คการเชื่อมต่อ ทดสอบดูผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนออกจากบ้าน

เครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์อีกทางเลือกหนึ่งของคนรักสัตว์ ที่จำเป็นต้องให้อยู่บ้านเพียงลำพัง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้สามารถสั่งงานเพื่อให้อาหารผ่านสมาร์ทโฟนได้ บางรุ่นมาพร้อมความสามารถให้ผู้ใช้งานหรือเจ้าของพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ และเพื่อความแน่ใจว่าเครื่องจะไม่ทำงานผิดพลาดควรมีการตรวจเช็คความพร้อมของอุปกรณ์และปริมาณอาหารให้เพียงพอ รวมถึงตรวจเช็คแบตเตอรี่ที่มาพร้อมเครื่องให้เรียบร้อย และเพื่อป้องกันความผิดพลาด ควรติดตั้งยูพีเอสเอาไว้ก่อนกับอุปกรณ์ไวไฟเร้าเตอร์ในบ้าน

เครื่องปั๊มออกซิเจนสำหรับสัตว์น้ำ หากใครเลี้ยงปลาตู้ราคาแพง ควรตรวจเช็คระบบการผลิตออกซิเจนและสายยางให้ดีว่าไม่มีอะไรเข้าไปติด เครื่องปั๊มไม่มีเสียงดังจนผิดสังเกต ถ้าเป็นไปได้ควรต่อเชื่อมกับยูพีเอส เมื่อเกิดกรณีไฟดับ ไฟตก ที่สำคัญควรถามผู้เชี่ยวชาญว่าเครื่องปั๊มออกซิเจนที่ใช้ เหมาะกับ UPS รุ่นใด และควรประเมินถึงระยะเวลาในการสำรองไฟด้วย

ระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ และอุปกรณ์ตั้งเวลารดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ สำหรับบ้านที่มีสวนสุดรัก แม้อากาศในประเทศไทยจะเดาได้ยากว่าหน้าร้อนจะมีฝนตกไหม แต่เราคิดไว้ก่อนว่าฝนคงไม่ตก เราจะได้เตรียมการตั้งเวลาให้เครื่องรดน้ำอัตโนมัติรดน้ำในช่วงเวลาที่เราต้องการได้ ซึ่งอาจต้องตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมีอะไรอุดตันไหม ระบบตั้งเวลาใช้งานดีอยู่ไม่ติดขัด

ระบบสัญญาณกันขโมย เป็นอีกระบบที่มีการพัฒนาถึงขั้นแจ้งเตือนผ่านทางสมาร์ทโฟน รวมไปถึงรองรับซิมการ์ด หรือเชื่อมต่อผ่านสัญญาณไวไฟได้ ปัจจุบันมีการนำมาขายอย่างแพร่หลาย ระบบจะส่งเสียงดังหรือให้แสงสว่างเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างวิ่งผ่านเซ็นเซอร์ หรือคุยตอบโต้กับผู้บุกรุก โดยก่อนจะปิดบ้านระยะเวลานาน ควรตรวจสอบระบบเหล่านี้ รวมถึงแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้ในช่วงเวลาที่เราไม่อยู่ นอกจากการเลือกใช้ระบบสัญญาณกันขโมย เราอาจสร้างวิธีการของเราเพื่อหลอกมิจฉาชีพว่าอยู่บ้านได้เช่น ตั้งเวลาเปิด/ปิดทีวี ม่านไฟฟ้า หรือ เปิดเพลงเสียงให้ดังควบคู่กันไปอีกด้วย

ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ หรือ โฮมออโตเมชั่น นับเป็นระบบที่เหมาะสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่ต้องการฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายด้วยการเชื่อมโยงอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เข้าด้วยกันสามารถดูผ่านแอปพลิเคชั่นเดียวได้เลย ให้ความครบเครื่องเรื่องความสะดวกและความปลอดภัยในการจัดการบ้านยุคดิจิทัล ผู้ใช้สามารถสั่งเปิด-ปิด ตั้งค่าให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อัตโนมัติ และควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต ได้ เช่น ระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง สมาร์ททีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ระบบม่าน กล้อง CCTV หรือ IP Camera ระบบกันขโมย และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อและทำงานผสานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่นเครื่องให้อาหารสัตว์ หรือจะเพิ่มเติมเทคโนโลยีบางส่วนเพื่อพูดคุย แบบเห็นหน้ากับสัตว์เลี้ยงของตนเอง เมื่อเวลาคิดถึง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงไม่

เหงา อีกทั้งยังง่ายในการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาเยี่ยม จะมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามายังสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต เราสามารถดูผ่านระบบออนไลน์ได้เลย ขณะที่ผู้มาเยี่ยมจะพูดคุยกับเราผ่านวีดีโอดอร์โฟน ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเข้า-ออกบ้าน นอกจากนี้ หากขณะที่เราไม่อยู่บ้าน และมีผู้บุกรุก เราก็จะรู้ได้ในทันที ซึ่งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ยังสามารถเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ

เทคโนโลยีเหล่านี้หลายท่านอาจจะมองว่ายุ่งยากและจะวางใจได้แค่ไหน แต่สำหรับระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ เช่น Wiser Home Control ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้ต้องการใช้งานสามารถแจ้งความต้องการของท่านกับผู้วางระบบได้ว่าต้องการให้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในเรื่องใดบ้าง ซึ่งเป็นการง่ายกว่าที่ต้องศึกษาเทคโนโลยีด้วยตัวเองที่มีมากมายในยุค 4.0 นี้

Sellsuki ผู้ชนะเลิศ โครงการ Visa’s Everywhere Initiative

วีซ่า บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก ประกาศให้ Sellsuki ผู้ชนะเลิศ เป็นทีมผู้ชนะจากการแข่งขัน Visa’s Everywhere Initiative ครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับรางวัลมูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนา และสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นวัตกรรมของวีซ่า ที่สิงคโปร์

Sellsuki ผู้ชนะเลิศโครงการ Visa’s Everywhere Initiative

Sellsuki ผู้ชนะเลิศ โครงการ Visa’s Everywhere Initiative

ผู้ชนะเลิศจากโครงการ Visa’s Everywhere Initiative (VEI) เซลสุกิ เป็นแพลตฟอร์มที่ผสานช่องทางค้าปลีกและโซลูชั่นทั้งหมดไว้ด้วยกัน และเป็นแหล่งรวบรวมโซลูชั่นครบวงจรพร้อมด้วยระบบโลจิสติกส์ที่หลากหลาย โดยมีสื่อโซเชียลเป็นหลัก ซึ่งช่วยผู้ค้าในการบริหารจัดการช่องทางการขายของตัวเอง ด้วยความร่วมมือกับวีซ่า เซลสุกิจะใช้ APIs ของวีซ่า ในการสร้างโซลูชั่นการชำระเงินรูปแบบดิจิตอล เพื่อส่งเสริมให้อีโคซิสเต็มของอีคอมเมิร์ซมีความครอบคลุมมากที่สุด

Visa’s Everywhere Initiative เป็นโครงการด้านนวัตกรรมระดับโลก เพื่อเป็นเวทีให้กลุ่ม Startup ได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับแวดวงการชำระเงิน และขับเคลื่อนอนาคตของการค้าขาย ผ่านเครือข่ายระดับโลกของวีซ่า โดยการแข่งขันระดับโลกในปี 2561 นี้ ได้เริ่มต้นที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก และยังเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากจำนวนผู้ส่งใบสมัครมากกว่า 80 ทีม คณะกรรมการได้คัดเลือกเก้าทีมเพื่อเข้ารอบสุดท้าย และนำเสนอผลงานตามสามโจทย์การแข่งขัน ดังนี้

1. ทำอย่างไรถึงจะสร้างประสบการณ์การชำระเงินระบบดิจิตอลที่ตรงต่อความต้องการและคุ้มค่าต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทย

i. UTU www.utu.global/

ii. Angel Life www.angl.life

iii. Instarem www.instarem.com

2. ทำอย่างไรสตาร์อัพถึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการเร่งและขยายช่องทางเข้าถึงระบบการชำระเงินและการค้าขาย

i. 2C2P www.2c2p.com

ii. Jumper www.jumper.ai

iii. Sellsuki www.sellsuki.co.th

3. ทำอย่างไรถึงทำให้ร้านค้าเข้าถึงการชำระเงินแบบดิจิตอลได้อย่างง่ายดายและเข้าถึงนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้า

i. Seekster www.seekster.co

ii. Digio www.digio.co.th

iii. Silo www.silots.com

Silo ได้รับรางวัล People’s Choice’s Award พร้อมเงินมูลค่า 200,000 บาท

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวด้านฟินเทคอย่างเข้มข้น เห็นได้จากการที่เราได้รับใบสมัครเข้าแข่งขันจำนวนมาก ที่วีซ่า เราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมต้องอาศัยการร่วมมือและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน โดยการนำพาพันธมิตรมาร่วมมือกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถนำคุณค่ามามอบให้กับทุกคนได้ ดังนั้นการทำงานร่วมกับกลุ่มสตาร์ทอัพผ่านโครงการ Visa’s Everywhere Initiative จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มของการชำระเงินและยังสามารถใช้นวัตกรรมแบบใหม่ในการผลักดันให้ประเทศเข้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ เรามีความตั้งใจที่จะทำงานกับบริษัทเหล่านี้ ให้ช่วยเหลือและการสนับสนุนด้วยความเชี่ยวชาญและ APIs ของวีซ่า เพื่อยกระดับโซลูชั่นพวกเขาให้มีความสากลยิ่งขึ้น”

Visa’s Everywhere Initiative ถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นเวทีในการสร้างสรรค์และพัฒนาความสามารถสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพทั่วโลก ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการกว่า 2,100 ทีม และมีการระดมเงินทุนเพื่อพัฒนามากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายกว่า 131 ทีม และมีผู้ชนะทั้งหมด 36 ทีม โครงการ Visa’s Everywhere Initiative ได้จัดขึ้นในมากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Visa’s Everywhere Initiative รวมถึงรายละเอียดของผู้ชนะและผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://visa.co.th/everywhere

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Trendmacro สรุปภาพรวม ผลประกอบการประจำปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยบริษัท เทรนด์ไมโคร สามารถทำยอดขายได้เติบโตตามเป้าในทุกภาคอุตสาหกรรม (Cross Industry) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งาน (User Protection) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Network Security ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจระดับกลาง ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ ในกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน และภาครัฐ และสำหรับปี 2561บริษัท ฯยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มบุคลากร พร้อมทั้งอัพเดตและอบรมให้ความรู้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่าย และบริษัทคู่ค้าให้มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและตลาดได้มากยิ่งขึ้น

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์มีความรุนแรงและน่ากลัวมากกว่าในอดีต ตัวอย่างเช่นภัยคุกคามด้านแรนซั่มแวร์นั้น ในแต่ละเดือนมีตระกูลใหม่ๆ เกิดขึ้นมากถึง 27 สายพันธุ์ แม้ว่าจะมีการป้องกันแล้วแต่ก็ยังหลุดรอดเข้าผ่านทางช่องโหว่ต่างๆ และทำการเข้ารหัสเครื่องเอ็นด์พอยท์อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 60 วินาที และเราเชื่อว่าในปี 2561จะยังคงความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนการโจมตีในแบบ BEC (Business Email Compromise) ก็รุนแรงไม่แพ้กัน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไปแล้วเกินกว่า 9 พันล้านเหรียญฯ และสำหรับในปี 2561 พวกอาชญากรทางไซเบอร์เหล่านี้ จะเพิ่มวิธีการใหม่ เช่นการโจมตีแบบ BPC (Business Process Compromise) ขึ้นมาอีก ส่วนประเด็นด้านช่องโหว่นั้น พบว่าเมื่อปีที่ผ่านมามีช่องโหว่ต่างๆ มากมายถูกค้นพบกว่า 1,000 รายการ โดยเฉพาะช่องโหว่ที่น่ากลัวไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่แบบ Zero Days, ช่องโหว่ที่สัมพันธ์กับระบบ SCADA, และช่องโหว่ในเว็บบราวเซอร์ต่างๆ เป็นต้น

ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา เทรนด์ไมโคร ได้เสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันเพิ่มเข้าไปมากมาย อาทิ เช่น เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ที่นำไปติดตั้งอยู่ในทุกๆโซลูชั่นหลักของผลิตภัณฑ์เทรนด์ไมโคร ช่วยสร้างระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในการจัดการกับภัยคุกคามทั้งแบบที่รู้จัก (Known Threat) และแบบไม่รู้จัก (Unknown Threat) ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับในปี 2561 นี้ เทรนด์ไมโครได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีด้านการป้องกันภัยรุ่นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคโนโลยีหลักด้วยกัน ประกอบด้วย Connected Threat Defense หรือ CTD ซึ่งเป็นแนวคิดในการป้องกันภัยที่เชื่อมโยงและผสานระบบความปลอดภัยต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นระบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถป้องกัน, ตรวจสอบ, และตอบสนอง ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที กลุ่มที่สองจะเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบบนคลาวด์ หรือ Security on Cloud โดยผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโคร สามารถที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ทั้งระบบที่รันบน AWS หรือ Azure ก็ตาม นอกจากนั้นแล้วยังสามารถปกป้องลงไปถึงระดับแอพพลิเคชัน เช่น Office 365 และ Google และเทคโนโลยีที่สาม ก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก TippingPoint ในตระกูล TX Series ที่เป็นเทคโนโลยี Next Generation Intrusion Prevention System (หรือ เรียกว่า Next-Gen IPS) มีความเหนือชั้นในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันเทรนด์ไมโคร ดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญให้บริการ โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลัก (Distiributor) 3 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท nForce Secure company limited, Netpoleon Thailand Co., Ltd. และ SIS Distribution (Thailand) public company limitedรวมถึงมีบริษัทคู่ค้า (Partner) อีกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2561 นี้ ทางเทรนด์ไมโครจะเข้าไปเพิ่มศักยภาพของตัวแทนจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนและอัพเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และยังพร้อมที่จะเปิดรับคู่ค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games (www.wcg.com) ประกาศจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับงาน WCG (World Cyber Games) ที่จะกลับมาอีกครั้งในต้นปีหน้า WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก ซึ่งประวัติความเป็นมาของ WCG ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2000 และได้กลายเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตามหลังจากการแข่งขัน WCG ในปี 2013 ที่เมือง Kunshan ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สิ้นสุดลง การจัดการแข่งขัน WCG ได้ว่างเว้นไปยาวนานถึง 4 ปี จนกระทั่งถึง ปี 2017 นี้ ทาง Smilegate Holding ได้รับสิทธิในการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมงานโดยมุ่งเน้นการผสมผสานกันระหว่างเกม เทคโนโลยียุคดิจิทัลและ ดนตรีให้หล่อหลอมรวมกันอย่างลงตัวและพิเศษสุดอีกด้วย

WCG 2018: มิติใหม่ของมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

โดยภายใต้ธีมในการจัดงานคือ “Global E-Sports Festival for a Better World” ซึ่งการจัดการแข่งขัน WCG 2018 จะแสดงให้เห็นถึง “ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา” ของผู้เข้าแข่งขันประเภทต่างๆ รวมถึงการแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ และการแสดงดนตรีประเภท Live กระจายอยู่ในโซนงาน นอกจากนั้นแล้วการจัดการแข่งขัน WCG ที่จะถึงนี้ จะมุ่งเน้นการยกระดับการจัดงาน ให้เป็น “มหกรรมการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก” เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทุกระดับวัย ในการแข่งขันอีสปอร์ตมากขึ้น รวมถึงการผลักดันให้เกิดทัศนคติในด้านบวกในการเล่นเกม โดยการเล่นเกมที่ถูกวิธี และมีวินัยในตนเองจะทำให้ผู้เล่นมีความสุข อิ่มเอมใจ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ดีแก่สังคม อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมในเรื่องน้ำใจของนักกีฬา ในการรู้แพ้รู้ชนะอีกด้วย

“ในการเล่นเกมที่ดีนั้นย่อมสามารถส่งเสริมบุคคลกรที่มีคุณภาพได้เช่นกัน” กล่าวโดย คุณค็อน ฮ็อกบิน ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games ตัวอย่างผู้เล่นเกมอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในชีวิต อาทิ คุณเกลลูม แพทรี่ อดีตผู้แข่งขันเกมระดับอาชีพ (รองชนะเลิศ ในการแข่งขันเกม StarCraft เมื่อปี 2003) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาการจัดการแข่งขันใน
ครั้งนี้

และอีกหนึ่งอดีตผู้แข่งขันเกมส์ระดับอาชีพอย่าง คุณจีออน ยง-จุน ซึ่งปัจจุบันเป็น ผู้ประกาศทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงเป็นนักแคสเกมให้กับสื่อโทรทัศน์ ช่อง OGN

ในส่วนของไฮไลท์ของงาน WCG 2018 นั้นคือการผสมผสานระหว่างการเล่นเกมและดนตรีเข้าด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็น 4 โซน อาทิ Super Arena ซึ่งจะเป็นที่จัดการแข่งขันอีสปอร์ต, New Horizons นำเสนอการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวล้ำนำสมัย, Festival โซนกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม (คอนเสิร์ต การแสดงดนตรีต่างๆ) และโซนสุดท้าย Fan Stadium ซึ่งเป็นโซนนิทรรศการ

สำหรับโซน Super Arena จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองระดับคือ ระดับ Master และ Premium ในระดับ Master นั้น จะเป็นการแข่งขันเกมต่างๆ อันเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และในระดับพรีเมี่ยมจะเป็นเกมการแข่งขันที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค โดยเกม DOTA 2, Counter-Strike และ Heroes of Newerth จะถูกนำมาอยู่ในการแข่งขันระดับ Master ส่วนรายละเอียดเกมอื่นๆ จะมีการอัพเดทต่อไปในอนาคตอันใกล้

ในโซนของ New Horizons จะจัดให้มีการแสดงนวัตกรรมล้ำยุคล้ำสมัย แสดงถึงโลกยุคดิจิทัลที่ไร้ขีดจำกัด โซนดังกล่าว จะประกอบไปด้วยเกมที่มีการประยุกต์ใช้ Virtual Reality (VR) และ Drones จากผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Drones ที่จะนำมาโชว์ รวมไปถึง DJI Drones ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิต Drones ชั้นนำของโลก นอกจากนั้นแล้ว ยังมีทัวร์นาเมนท์การแข่งขัน Drone Champions League (DCL) อีกด้วย และเพื่อผลักดันให้งานเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของการจัดการแข่งขัน นั่นคือ การผลักดันทัวร์นาเมนท์การแข่งขันให้เข้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ในโซนนี้ จะมีการจัดผู้เล่น Drones ที่ดีที่สุดในโลกเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้นแล้ว HTC Vive จะถูกประกอบในฐานะ VR Partner

ในส่วนของโซน Festival นั้น จะมีการแสดงงานดนตรี ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เชิงดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกิจกรรม “กระทบไหล่ Celeb.” ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับทีมงาน Cosplay “Spiral Cats” รวมถึงชมการแสดงคอนเสิร์ตของดีเจชื่อดังอย่าง Steve Aoki นอกจากนั้นแล้ว ภายในโซนนี้ ยังมีกิจกรรม TED Talks ซึ่งจะมีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาอีสปอร์ต และทิศทาง ของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

เลอโนโว เปิดตัว สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่อัดแน่นด้วยสเปกเหนือคำบรรยายทั้งกล้องหลังแบบคู่ แบตเตอรี่ทรงพลังอึดนานถึง 2 วัน และระบบปฏิบัติการ Pure Android Nougat ให้การทำงานลื่นไหลเต็มประสิทธิภาพ

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

เก็บภาพทุกรายละเอียดพร้อมความประทับใจด้วยกล้องหลังแบบคู่ โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียดถึง 13MP พร้อมเซนเซอร์แบบ Purecell Plus ทำงานคู่กับกล้องที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเซนเซอร์เพื่อให้รูปได้ความชัดลึกความละเอียดที่ 5MP ด้วยเลนส์คุณภาพจาก Largan precision ทำให้คุณได้ภาพชัดระดับโปรพร้อมเอฟเฟคโบเก้ โดยสามารถปรับค่ารูรับแสงได้กว้างสูงสุดถึง F/0.8 ควบคู่กับเทคโนโลยี Imagiq V2 0.8 -5.6 focal ratio รวมทั้งโหมดโปรตั้งค่ากล้องทำให้คุณได้ภาพที่น่าทึ่งไม่แพ้กล้อง DSLR ส่วนกล้องหน้าดีไซน์มาให้เซลฟี่ได้ดั่งใจด้วยความละเอียดถึง 8MP มาพร้อมไฟแฟลชสำหรับเซลฟี่ทุกสภาพแสงและโหมดโปร ช่วยให้ภาพของคุณออกมาสวยสะดุดตายิ่งขึ้น

Lenovo K8 Plus ให้การทำงานที่มีเสถียรภาพสูงจากระบบปฏิบัติการ Pure Android 7.1.1 Nougat มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานแบบมัลติวินโดวส์ สามารถสลับแอพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว และจำกัดการใช้งานดาต้าได้ด้วยตัวคุณเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ทรงพลัง มีความจุสูงถึง 4,000 mAh รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง สามารถรับชมวีดีโอได้นานถึง 20 ชั่งโมง หรือเล่นอินเตอร์เน็ตได้ไม่อั้นยาวนาน 13 ชั่วโมง อีกทั้งมาพร้อมระบบชาร์จที่รวดเร็ว พร้อมใช้งานได้ในเพียงไม่กี่นาทีของการชาร์จ ช่วยให้คุณประหยัดเวลาการชาร์จได้อย่างชัดเจน

ตัวเครื่องดีไซน์โลหะสวยงามทนทานพร้อมหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ป้องกันรอยขีดข่วนด้วยกระจกจาก Corning® Gorilla® Glass ตอบโจทย์ประสบการณ์ทางความบันเทิงที่เหนือระดับด้วยระบบเสียงแบบ Dolby Atmos® ให้คุณภาพเสียงคมชัดรอบทิศทาง และรองรับเทคโนโลยี VR ให้คุณสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง เต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างเต็มที่ด้วยหน่วยความจำที่ 32GB ซึ่งสามารถเพิ่มได้ด้วย Micro SD Card อีกถึง 128GB ที่ให้ความปลอดภัยและสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบสแกนลายนิ่วมือ Lenovo K8 Plus พร้อมระบบการใช้งานแบบ Dual- SIM รองรับการเชื่อมต่อความเร็วบนเครือข่าย 4G/3G, Voice over LTE, Wi-Fi, GPS และ Bluetooth ให้ความปลอดภัยและสะดวกกว่าเดิมด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ

ราคา และ การจัดจำหน่าย
Lenovo K8 Plus วางจำหน่าย 2 สีให้เลือกได้แก่ Vemon Black และ Fine Gold โดยวางจำหน่ายพิเศษเฉพาะที่เว็บไซต์ Lazada เท่านั้น! ในราคาจำน่ายที่ 7,990 บาท

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 – 6 มาสถิตที่ iflix ได้แล้ววันนี้

ไอฟลิกซ์ (iflix) ผู้ให้บริการสตรีมและดาวน์โหลดซีรีส์และหนังชั้นนำในโลก จัดเต็มมหากาพย์ภาพยนตร์ “สตาร์ วอร์ส” ทั้ง 6 ภาค แบบบรรยายไทยและพากย์ไทยมาให้สมาชิกไอฟลิกซ์ไทยได้สนุกกับตำนานสงครามจักรวาลในอวกาศทั้งในแอปพลิเคชั่น iflix และเว็บไซต์ iflix.com โดยสามารถเข้าถึงคอนเทนท์ได้จากช่อง “สตาร์ วอร์ส” บนหน้าโฮมเพจทั้งภาค 1 – 6 ไม่ว่าจะเป็น

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 - 6 มาสถิตที่ iflix

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 – 6 มาสถิตที่ iflix ได้แล้ววันนี้

  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 1 ภัยซ่อนเร้น (Star Wars: Episode I – The Phantom Menace)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 2 กองทัพโคลนจู่โจม (Star Wars: Episode II – Attack of the Clones)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 3 ซิธชำระแค้น (Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 4 ความหวังใหม่ (Star Wars: Episode IV – A New Hope)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 5 จักรวรรดิโต้กลับ (Star Wars: Episode V – Empire Strikes Back)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 6 การกลับมาของเจได (Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi)

แฟนๆสามารถติดตาม สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 7: อุบัติการณ์แห่งพลัง (Star Wars: Episode VII – The Force Awakens) ได้ที่ iflix ในปี 2018

รับชมวีดีโอสตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 1 – 6 ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=IBeL90_mCLo

หนังสตาร์ วอร์ส (เอพพิโซด 4 ความหวังใหม่) ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1977 ถูกฉายใน 32 โรงภาพยนตร์ทั่วอเมริกา ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการภาพยนตร์ โดยหนัง Star Wars ยังทุบสถิติรายได้ทำเงินสูงสุดและกลายเป็นตำนานตลอดกาล ซึ่งนับเป็นอุปรากรอวกาศ (space opera) ที่มีเรื่องราวผสมผสานระหว่างความเป็นเทพนิยาย, ตะวันตก, ยุค 1930s, เทคนิคพิเศษตระการตา และเป็นมาตรฐานตำนานจากวัฒนธรรมทั่วโลก โดยมหากาพย์ละครอวกาศ สตาร์ วอร์ส ถูกสร้างและเขียนโดย จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแฟนตาซี, ศัพท์เฉพาะในพลังลึกลับ, วัฒนธรรม ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากหนังแล้ว ยังมีสื่อต่างๆที่เรียกว่า “จักรวาลขยาย” อาทิ หนังสือ ละครโทรทัศน์ วิดีโอเกม หนังสือการ์ตูน และอื่นมากมาย

ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

สมกับเป็นแบรนด์เพอร์ฟอร์มานซ์ สปอร์ตแวร์ เมื่อ Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผลิตชุดนอนสุดไฮเทค ชุด Athlete Recovery Sleepwear เพื่อตอกย้ำมิชชั่นสำคัญ MAKE ALL ATHLETES BETTER ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพนักกีฬาหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก Athlete Recovery Sleepwear เกิดจากการที่ ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็กชื่อดังจากทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์โลก 4 สมัย และแบรนด์ แอทลีทของ Under Armour ได้ชวน เควิน ฮาร์ลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหารท่านอื่นๆ จากอันเดอร์ อาร์เมอร์มาดูสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่องจากแมตช์การแข่งขันในปี 2014 ด้วยการใช้ผ้าที่ทำจากไบโอเซรามิคมาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริงหลังจากการแข่งขัน ทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์ ตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไขโดยใช้ความเป็นเจ้านวัตกรรมเสื้อผ้ากีฬาให้เป็นประโยชน์ออกแบบชุดกีฬานี้ สองปีครึ่งหลังจากนั้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มชุดนอนจึงถือกำเนิดขึ้น

ชุด Athlete Recovery Sleepwear

ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

แม้ภายนอกจะดูเหมือนชุดนอนทั่วๆไป แต่ Athlete Recovery Sleepwear ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TB 12 เพื่อช่วยยกระดับการนอนขั้นสูงสุด “วิธีการทำงานของชุดนอนนี้คือ นำความร้อนที่ออกมาจากร่างกายส่งกลับไปที่เดิมในรูปแบบรังสีฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) ฟังดูแล้วเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ความพิเศษนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่ารังสีฟาร์ อินฟราเรด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ชุดนอนผลิตด้วยกรรมวิธีอนุภาคไบโอเซรามิค (Biocermaics) ที่ฝังตัวในเนื้อผ้า แม้ทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไบโอเซรามิกอาจเป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่มีความสามารถสูงในการปลดล็อกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ไบโอเซรามิกในชุดนอนนี้จะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น สารพิษจำพวกกรดแล็คติกและอื่นๆ ก็จะถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น และลดอาการอักเสบอีกด้วย” เกลนน์ ซิลเบิร์ต รองประธานระดับสูงฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติจาก Under Armour กล่าว

Athlete Recovery Sleepwear จำหน่ายมีจำหน่ายออนไลน์ที่ underarmour.co.th เริ่มต้นในราคา 1,990 บาทสำหรับเสื้อ และกางเกงราคาเริ่มต้นที่ 2,390 บาท อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักเท่านั้น หากคนที่ต้องการใส่เพราะอยากหลับสบาย อันนี้ไม่แนะนำนะ และข่าวดีว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายช็อปประเทศไทยให้ได้ทดลองของจริงได้ในต้นปีหน้าอย่างแน่นอน สาวกสปอร์ตแวร์สามารถเข้าไปชมคอลเล็กชั่นชุดนอนได้ที่ bit.ly/2xQAfL1 และเตรียมตัวเป็นเจ้าของกันได้เลย

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

จากที่ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ได้วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณก็จำเป็นต้องยกระดับไฟล์วอลล์ที่มีอยู่ให้ทันกับอันตรายพวกนี้ด้วย แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กรในปัจจุบันแม้แต่องค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกวดขันด้านความปลอดภัยมากที่สุด ก็ยังมีรอยต่อระหว่างช่วงการค้นพบช่องโหว่ ไปจนถึงการติดตั้งแพทช์อยู่ดี ซึ่งสามารถกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไฟร์วอลล์แบบ Next-Gen มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นแนวหน้าปกป้ององค์กรจากอันตรายขั้นสูงทั้งหลายที่รุมล้อม

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

ในไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation ทุกตัว จะมีองค์ประกอบสำคัญด้านความปลอดภัยที่รู้จักกันในชื่อ ระบบป้องกันการบุกรุกหรือ IPS ซึ่งจะคอยตรวจสอบข้อมูลในแพ็กเก็ตที่พบบนทราฟิกเครือข่ายแบบเชิงลึก เพื่อค้นหาและปิดกั้นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ก่อนที่จะวิ่งไปถึงเครื่องเหยื่อเป้าหมาย นอกจากนี้ ไฟร์วอลล์ Next-Gen ยังมีลำดับชั้นความปลอดภัยที่สำคัญในชื่อเทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์ที่ทำงานผ่านคลาวด์ โดยสามารถตรวจจับไฟล์เอกสารที่ถูกติดอาวุธร้ายแม้จะอยู่ในรูปไฟล์ที่ใช้งานทั่วไปอย่าง Microsoft Office และ PDF มีการระบุค้นหาไฟล์ต้องสงสัยตั้งแต่ที่เกตเวย์ และมัดแพ็คไว้อย่างดีก่อนส่งโยนเข้าไปขังในแซนด์บ็อกซ์บนคลาวด์เพื่อตัดแขนตัดขาให้สิ้นฤทธิ์ พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่า ทั้งฟีเจอร์ IPS และ Sandbox นี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อใช้ตรวจจับทราฟฟิกที่วิ่งผ่านเข้าออกจากไฟร์วอลล์เท่านั้น จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องยึดแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าระบบในองค์กรสามารถรับมือกับการโจมตีที่มีการแพร่กระจายเหมือนเวิร์มบนเครือข่ายได้

แนวทางการปฏิบัติที่แนะนำ:

  • ทำให้แน่ใจว่า คุณได้รับการปกป้องที่เหมาะสม โดยเฉพาะการมีโซลูชั่นแซนด์บ็อกซ์ และเอนจิ้น IPS บนไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation แบบประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดอย่างละเอียด และปิดกั้นพอร์ตที่เปิดไว้โดยไม่จำเป็นไม่ให้สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก เนื่องจากพอร์ตที่เปิดค้างไว้เหล่านี้อ่อนไหวต่อการโดนโจมตีเป็นอย่างมาก รวมทั้งถือเป็นช่องทางในการแพร่กระจายเวิร์มเข้ามาในระบบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้วีพีเอ็นในการเข้ารหัสการเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาใช้ทรัพยากรในเครือข่ายภายใน
  • รักษาความปลอดภัยให้กับทราฟิกทั้งขาเข้าและขาออกด้วยการตั้งโปรไฟล์ IPS ที่เหมาะสม
  • บังคับใช้ฟีเจอร์แซนด์บ็อกซ์กับทราฟิกทั้งบนเว็บและอีเมล์ เพื่อให้มั่นในว่า ทุกไฟล์ที่น่าสงสัยที่เข้ามาผ่านการดาวน์โหลดบนเว็บ หรือผ่านไฟล์แนบบนอีเมล์นี้จะถูกวิเคราะห์หาพฤติกรรมที่เป็นอันตรายก่อนถูกปล่อยเข้าสู่เครือข่ายของคุณ
  • จำกัดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสภายในเครือข่าย ด้วยการแบ่งส่วนเครือข่ายภายในหรือ LAN ให้เป็นเครือข่ายย่อยๆ จะจำกัดโซนแยกต่างหาก หรือใช้การแบ่งเครือข่ายภายในแบบเวอร์ช่วลหรือ VLAN ที่สามารถรับการปกป้องและเชื่อมต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นที่ไฟร์วอลล์ได้ นอกจากนี้ ควรบังคับใช้โพลิซี IPS ที่เหมาะสมเพื่อควบคุมทราฟิกที่วิ่งอยู่ภายในแลน เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่, เวิร์ม, และบอทต่างๆ ไม่ให้วิ่งข้ามส่วนเครือข่ายย่อยภายในแลนไปมาได้ดังใจ
  • ใช้โซลูชั่นที่จำกัดส่วนของระบบที่ติดเชื้อแยกต่างหากโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่โซลูชั่นความปลอดภัยของคุณจะต้องตรวจพบระบบที่โดนเล่นงานแล้วอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำกัดบริเวณแยกระบบดังกล่าวต่างหากออกมาจนกว่าจะกวาดล้างสำเร็จ ไม่ว่าจะกำจัดด้วยกลไกอัตโนมัติหรือลงมือเองแบบแมนน่วลก็ตาม

ทั้งนี้ แรนซั่มแวร์, บอทเน็ต, และการโจมตีขั้นสูงอื่นๆ ล้วนมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองไปทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอทีในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว จึงสำคัญเป็นอย่างมากที่ทั้งไฟร์วอลล์และเอนด์พอยต์จะต้องสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือต้องสงสัยอย่างทันท่วงที

แม้การประสานงานดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ปัจจุบัน ด้วยกลไกที่เรียกว่า Sophos Synchronised Security ทำให้ทั้งเอนด์พอยต์และเครือข่ายสามารถประสานการทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นแบบเรียลไทม์ได้ ทำให้องค์กรสามารถป้องกัน, ตรวจจับ, สืบสวน, และฟื้นฟูหลังเกิดอันตรายได้โดยที่เกิดความเสียหายแก่ระบบน้อยที่สุด และเปลืองแรงน้อยที่สุดเช่นกัน ซึ่งในอดีต กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การค้นพบไปจนถึงการจัดการตอบสนองนั้นมักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ทุกวันนี้ได้ร่นเวลาลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาทีด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์

สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้มีทีมงานด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรระดับมืออาชีพเป็นของตนเอง การเลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ก็สามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานได้ พร้อมกับยกระดับการประสานงานด้านงานปฏิบัติการ และการจัดการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้ได้การปกป้องและความสามารถในการจัดการที่ดีกว่าเดิม ให้ทุกองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ได้รับการปกป้องจากอันตรายที่ซับซ้อนและผ่านการเตรียมการมาอย่างดีได้เสมอ

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

ซัมซุงเนรมิตทุกห้องให้สวยกว่าเดิม ด้วย Samsung The Frame (ซัมซุง เดอะเฟรม) นวัตกรรมทีวีล่าสุดหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ไม่ใช่แค่ทีวีแต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน ภายใต้แนวคิด “Art when it’s off, TV when it’s on” ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ ที่ผสานเทคโนโลยีกับดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ ออกแบบโดย ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวสวิส อีฟ เบฮาร์ (Yves Béhar) และยังได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม (Best of Innovations Award) จากงาน CES ประจำปี 2017 อีกด้วย

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

หน้าจอของ The Frame เสมือนกรอบสำหรับแสดงภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการ ด้วยฟังก์ชั่นที่สร้างสรรค์มาเพื่อผู้รักศิลปะอย่างแท้จริง Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ จาก Samsung Collection กว่า 100 แบบ จากศิลปินระดับโลกที่ให้เลือกแสดงภาพศิลปะบนจอ หรือ My Collection แสดงภาพครอบครัว ไปจนถึงรูปภาพส่วนตัว และยังสามารถเลือกสรรงานศิลป์เพิ่มเติมได้มากมายจาก Art Store ทั้งยังมี Customizable Frame กรอบทีวีที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีวอลนัท สีไม้เบจ และสีขาว พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของทีวี ที่การจัดวางทีวีจะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดทีวีกับผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจแกลเลอรี่งานศิลป์ระดับโลก

Samsung The Frame มีความละเอียดหน้าจอขณะเปิดรับชมรายการต่างๆ ที่ระดับยูเอชดี มาพร้อมเซนเซอร์วัดความสว่างของแสงโดยรอบที่ช่วยปรับระดับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การรับชมเหนือระดับ และเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหว ที่ช่วยให้เปิดโหมดประหยัดพลังงานเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้องโดยอัตโนมัติและเมื่อปิดทีวีมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 74,990 บาท