เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าพลิกประวัติศาสตร์บทใหม่ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในเครื่องเสียงสำหรับครึ่งปีหลังของปีธุรกิจ 2561 ภายใต้แนวคิด “Discovery New Realm of Music Expression” นำทัพโดยกลุ่มเครื่องเสียงไฮเรสออดิโอระดับเรือธง ไฮเอนด์ Signature Series รุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยหูฟัง และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดใกล้เคียงกับต้นฉบับการบันทึกเสียง พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มกลุ่มหูฟังในกลุ่ม In-Ear Stage Monitor ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน และนักดนตรีมืออาชีพ เพื่อการถ่ายทอดเสียงดนตรีบนเวทีแสดงสดได้อย่างเที่ยงตรง ตลอดจนหูฟังไฮเรสออดิโอแบบ Noise Cancelling ลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass พร้อมด้วยวอล์คแมนรุ่นใหม่ และลำโพง Sound Bar ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงคุณภาพสุดคมชัดให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นไป

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนรักเสียงเพลงมาอย่างยาวนาน โซนี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดเสียงที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของนักฟังเพลงยุคใหม่อย่างตรงใจมาโดยตลอด และในวันนี้ โซนี่ได้ยกระดับนวัตกรรมการฟังเพลงให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอซีรี่ส์ระดับเรือธง “Signature Series” อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวเพิ่มอีก 2 รุ่น ประกอบด้วย หูฟังรุ่น IER-Z1R และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่น DMP-Z1 ให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของตลาดไฮเรสออดิโอที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นสุดยอดนวัตกรรมเครื่องเสียงที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่อันสุนทรีย์ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพสูง และในปีนี้โซนี่ยังได้ขยายไลน์หูฟังคุณภาพสูงในกลุ่ม In-ear Stage Monitor Headphones ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของโซนี่อิเลคทรอนิคส์และโซนี่มิวสิค ที่ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการปรับแต่งเสียงให้ได้คุณภาพเสียงที่คมชัด เที่ยงตรง ตามที่ผู้ผลิตเพลงต้องการอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ให้ทุกเส้นเสียงของดนตรีมีชีวิตชีวา สมจริงที่สุด และสร้างประสบการณ์พิเศษ มอบความสุขให้แก่คนรักเสียงเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสไตล์”

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องเสียงจากโซนี่ ประกอบด้วย

ผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio ในกลุ่ม Signature Series

นับเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอระดับพรีเมี่ยมซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นอย่างพิถิพิถันในทุกรายะเอียดด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโซนี่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Signature Series ประกอบด้วยหูฟัง IER-ZIR และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล DMP-Z1

• IER-Z1R – สุดยอดหูฟังแบบ In-ear ระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของตระกูล Signature Serise โดยจุดเด่นของ IER-Z1R นอกจากการเลือกใช้วัสดุเซอร์โคเนียมอัลลอยมาผลิตเป็นโครงสร้างหูฟังภายนอก ซึ่งมีความทนทานและหรูหราแล้ว นอกจากนี้ยังออกแบบให้ Face Plate สลักเป็นลาย Perlage ลักษณะเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรู พร้อมด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบ HD Hybrid Driver System ถึง 3 ไดร์เวอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยไดนามิก ไดร์เวอร์ขนาด 5 ม.ม.ซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยผลึกโพลีเมอร์เหลว ทำให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงที่กว้างถึง 3Hz-100,000 Hz ซึ่งเทียบชั้นได้กับหูฟังแบบครอบหูของโซนี่รุ่น MDR-Z1R เลยทีเดียว รวมถึงไดร์เวอร์ขนาด 12 ม.ม. ที่มีไดอะแฟรมทรงโดมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยเคลือบด้วยอลูมิเนียม และ Balanced Armature ที่มีไดอะแฟรมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยทำจากทองแดงเคลือบด้วยเงิน โดยทั้ง 3 ไดร์เวอร์ จะบรรจุอยู่ในโครงสร้าง Refined-Phase เพื่อให้เสียงที่ผสมผสานออกมี Phase Response ทั้งยังช่วยขจัดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย รวมทั้งมีสายสัญญาณขนาด 3.5 ม.ม. และสายสัญญาณแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าในเดือนธันวาคม 2561 ในราคา 69,990 บาท

• DMP-Z1 – เป็นสุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมภาคขยายเสียงสำหรับหูฟัง และยังเป็นเครื่องเล่นเพลงไฮเรสออดิโอรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเล่นเพลงทั่วไปเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การรองรับความละเอียดเสียงได้ถึงระดับไฮเรส ทั้งไฟล์ PCM ที่ความละเอียด 32 bit 384 kHz และ DSD ที่ความละเอียด 11.2 MHz ด้วยชิป AK4497EQ จาก Asahi Kasei จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานแบบ Dual DAC ต่อกับภาคขยายสำหรับหูฟังที่ใช้ชิป TPA6120A2 จาก Texas Instrument และมีตัวปรับความดังเสียงแบบอนาล็อกซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละช่องสัญญาณเสียงแบบ Balanced แต่ละช่องได้อย่างอิสระ เพื่อคงความบริสุทธิ์ของเสียงให้ได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกำลังขับหูฟังถึง 1,500 mW และใช้ระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Walkman Signature series แต่เพิ่มความสามารถทางด้านการประมวลเสียงใหม่ทั้ง DSD Remastering Engine ที่ทำการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลให้อยู่ในรูป DSD และยังมี Vinyl Processor ซึ่งจะจำลองลักษณะเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมี DSEE HX รุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกรูปแบบปรับแต่งที่เหมาะสมของเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติได้ ขณะที่โครงเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็น H-Shaped ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันสัญญาณรบกวน โดยมาพร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 256 GB และช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C และการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดปกติ และ 9 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง เปิดจอง Pre order รับสินค้าเดือนมกราคม 2562 ราคา 269,990 บาท

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor

เป็นครั้งแรกของโซนี่กับการพัฒนาหูฟังไฮเรสออดิโอ Stage Monitor ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น และไดร์เวอร์ขับเสียงตัวใหม่ที่โซนี่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงสำหรับงานแสดงสดบนเวทีหรือผลิตบทเพลงในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย IER-M9 และ IER-M7

· IER-M9 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการออกแบบ วิจัยและพัฒนาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง เสมือนได้รับฟังจากการแสดงดนตรีสดจากศิลปินนักร้องนักดนตรีหรือต้นฉบับบันทึกเสียงในสตูดิโอด้วย ไดร์เวอร์ Balanced Armature 5 ตัวที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย, Voice Coil เคลือบเงิน, ขั้วต่อเคลือบทองคำ ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงมีน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู มาพร้อมกับจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 39,990 บาท

· IER-M7 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature 4 ตัว ซึ่งที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู พร้อมจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 24,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Premium On-Ear Headphone

· MDR-Z7M2 – เป็นหูฟังสเตอริโอไฮเรสออดิโอแบบครอบหูระดับพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังแบบครอบหูในตระกูล Z7 ที่พัฒนาโดยนำเอาเทคโนโลยีจากความสำเร็จของหูฟัง Signature Series รุ่น MDR-Z1R ให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ไดอะแฟรมซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยอลูมิเนียม และควบคุมการขยับด้วยพลังแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมใช้แมกนีเซียมตรงบริเวณของส่วนโดมพร้อมปิดด้วยตะแกรงฉลุลายแบบโปร่งด้วยลวดลาย Fibonacci Pattern Grill ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความถี่สูงได้ถึง 100KHz ขณะที่ตัวหูฟังหุ้มหนังแท้ และแถบคาดศีรษะทำจากอลูมิเนียมอัลลอย จึงสวมใส่สบายและทนทาน มาพร้อมสายสัญญาณทั้งขนาด 3.5 ม.ม. และขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 29,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Noise Canceling Headphone

· WH-1000XM3 – หูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดจากตระกูล 1000X โดยเป็นครั้งแรกของหูฟังโซนี่ที่มีการใส่อนาล็อกแอมป์เข้าไปเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Cancelling Processor QN1 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนและเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 40 ม.ม. และวงจรประมวลผลที่แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 4 เท่า รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LDAC แบบ 32 bit, aptX และ AAC พร้อมกับภาคขยายเสียงแบบแยกส่วน ที่สำคัญยังเปลี่ยนพอร์ตใหม่มาเป็น USB-C เพื่อให้ประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม. เมื่อมีการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนไปพร้อมกัน โดยมีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 13,990 บาท

· WI-C600N – หูฟังไร้สาย in ear แบบคล้องคอ ที่จะทำให้คนรักเสียงดนตรีได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงสุดโปรดไปพร้อมกับการออกกำลังยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอล Digital Noise Cancelling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนขณะเดินทางหรือทำงาน ทั้งยังถ่ายทอดเสียงที่ชัดใส ด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 6 ม.ม. ทำให้สวมใส่ฟังเพลงได้สบายตลอดวัน โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน 6.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด Bluetooth และ Noise Cancelling มีให้เลือก 3 สี คือ ดำ, ขาว และน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายในช่วงมกราคม 2562 ในราคา 4,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ลำโพงไร้สายตระกูล Extra Bass

SRS-XB01 – ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพาที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัดในรูปทรงกลมมน และยังน้ำหนักเบาเพียง 160 กรัม เพื่อให้คุณพกพาเสียงเพลงไปกับการเดินทางทุกที่ได้อย่างสะดวก แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงเบสที่หนักแน่นและสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ EXTRA BASS และเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐานIPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไร้กังวลแม้ลำโพงคู่ใจจะเปียกน้ำ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรได้ตามความชื่นชอบในสไตล์คุณ รวมถึงมีไมโครโฟนในตัวเพื่อให้คุณสามารถรับสายจากสมาร์ทโฟนผ่านลำโพงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ ดำ, น้ำเงิน, ขาว, เขียว, เหลือง และชมพู เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 1,590 บาท

Life Space UX – Glass Sound Speakers

LSPX-S1 – ลำโพงแก้วไร้สายรุ่นแรกจากโซนี่ ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัยสอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ขณะเดียวกันยังได้รับการออกแบบให้เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างภายในห้องด้วยหลอด ฟิลาเมนท์ LED หรือแม้กระทั่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้องก็สวยงามมีสไตล์เช่นกัน โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา (Advanced Vertical Drive Technology) สร้างสุนทรีย์ภาพทางเสียงให้รอบบ้าน ทั้งยังมาพร้อมซัฟวูฟเฟอร์และลำโพงทวีตเตอร์ ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส ฟังสบาย เต็มอรรถรส พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และแอพพลิเคชั่น Music Center ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง โดยพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 34,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูล Walkman®

Walkman® NW-A50 Series – เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอคุณภาพสูงซีรีย์ใหม่ของโซนี่ ที่มาพร้อมกับรูปทรงขนาดกะทัดรัด ส่วนโครงเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม พร้อมการออกแบบได้อย่างหรูหรามีสไตล์ ให้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีชั้นเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดมากมาย อาทิ S-Master HX™ digital amplifier ที่จะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา พ่วงด้วยเทคโนโลยี DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ แบบใหม่ ที่จะช่วยขยายรายละเอียดของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution แบบอัตโนมัติ พร้อมสุดยอดฟังก์ชั่น DAC ใช้ร่วมกับสมารท์โฟนหรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้เสียง, ไดมามิค, รายละเอียดเสียงและ Sound stage ที่ดีขึ้น นอกจากนี้มาพร้อมกับ Bluetooth Receiver สะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ รองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA เพื่อให้การคุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่ สามารถเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth, NFC และ Qualcomm® aptX™ HD รวมทั้ง LDAC Technology
Walkman® NW-A50 Series มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นประกอบด้วย Walkman® NW-A55 และ NW-A56HN ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB และ 32GB ตามลำดับ พร้อมช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเก็บคลังเพลงโปรดของคุณ สามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง และไฟล์ MP3 ได้นานถึง 45 ชั่วโมง โดยรุ่น NW-A56HN มาพร้อมหูฟัง Noise cancelling แบบอินเอียที่มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound Mode) สำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสขณะเดียวกันยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก แถมยังรองรับการเล่นไฟล์เพลงรูปแบบใหม่อย่าง MQA อีกด้วย ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาดำ Grayish Black, สีฟ้า Moonlight Blue, สีแดงTwilight Red, สีเขียวอ่อน Horizon Green, และสีทอง Pale Gold เข้าคู่กับหูฟัง H.ear ลงตัวกับสไตล์ที่เป็นคุณ ทยอยวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม โดยรุ่น NW-A55 วางจำหน่ายราคา 7,490 บาท และรุ่น NW-56HN ราคา 10,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Home Entertainment

· HT-S700RF นับเป็นโฮมเธียเตอร์ชุดแรกที่ออกแบบมาในรูปแบบของลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมลำโพงคู่หลังทรงสูงแบบ Tallboy ตัวโลหะฝาครอบ (Metal Grill) ออกแบบในรูปทรงเพชรเพิ่มความหรูหรา สามารถจัดวางได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเสียงระบบเซอร์ราวด์แบบ 5.1ch ผ่านระบบลำโพงอันทรงพลังขนาด 1000 วัตต์ พร้อม Subwoofer และเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำมากมาย อาทิ S-Master Amplifier ที่จะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์เต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่หนักแน่นและคมชัดสมจริงที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งการฟังเสียงเพลงสุดโปรดระดับพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มอรรถรส ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีผ่านเทคโนโลยี Bluetooth เพื่อให้คุณรับความบันเทิงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมเพลงสุดโปรดจาก Music Center App ได้มากมายจากทุกมุมห้องได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมี HDMI ที่ช่วยให้การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างง่ายดาย พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ราคายังไม่กำหนด

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง High Power Audio System

MHC-V21D – หนึ่งในสุดยอดชุดเครื่องเสียง V-Series ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ด้วยจุดเด่นในการออกแบบลำโพงแบบมุม ช่วยในการกระจายเสียงในระยะที่กว้างขึ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์แนวตั้งขนาดกะทัดรัด พร้อมที่จับเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพาไปจัดปาร์ตี้ได้ทุกที่ มีเครื่องเล่น DVD ในตัว รองรับการเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน HDMI ARC และยังมาพร้อมกับระบบ Party Chain แบบไร้สายช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มสีสันด้วยลูกเล่น DJ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Music Center บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย ซึ่งสินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในราคา 5,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์

XAV-AX1000 – นวัตกรรมเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น apple car play รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขนาด 6.2 นิ้ว ที่มีความคมชัดและตอบสนองได้อย่าง ฉับไว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีทุกย่านความถี่ได้อย่างคมชัดและเบสทรงพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และ Dynamic Stage Organizer (DSO) รองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

XAV-AX3000 – เป็นเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์ ที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงขณะขับรถได้อย่างเต็มอรรถรสและสะดวกปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Andriod และ iOS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส ที่มีความบางและขนาดใหญ่ถึง 6.95 นิ้ว ให้ความคมชัดและตอบสนองได้อย่างฉับไว ทั้งยังสามารถสั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงมากมาย อาทิ EXTRA BASS และ Dynamic Stage Organizer (DSO) ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลากตามความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยกำลังขับเสียง 55 วัตต์ในตัว ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัดแม้จะเปิดเสียงดังก็ตาม รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

เชื่อว่าเหล่าเกมส์เมอร์ทั้งหลายต้องมีปัญหากับการเลือกจอเกมส์แบบที่ชอบแน่นอน เพราะคุณภาพกราฟฟิคเรื่องความละเอียดหน้าจอยังเป็นที่ถกเถีบงกันอยู่ว่าเล่นแบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบง่ายๆ 4K ต้องดีกว่าตามมาด้วยราคาที่รุนแรงพอสมควรทำให้ตลาดอยู่ในช่วงเติบโตกัน ทำให้ทางค่ายเกมส์ใหญ่อย่างสตีมได้มี ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K ซึ่งอะไรที่เป้นปัจจัยทำให้คนส่วนใหญ่เลือก 1080p มากกว่าเรื่องของราคาแล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง มาดูกันเลย

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ปัจจุบันความละเอียดหรือความคมชัดของภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราๆ มีอรรถรสและสนุกไปกับการเล่นเกมส์มากขึ้น และคงจะไม่กี่คนจริงๆ (ผู้เขียนกล้าคอนเฟิร์ม!) ที่จะไม่รู้จักหรือรันเกมส์ผ่าน Steam แพลตฟอร์ม/ร้านขายเกมส์ออนไลน์และแหล่งชุมชนขนาดยักษ์ ที่พวกเขายังทำตัวเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อเกมเมอร์สายพีซีที่ดี ด้วยการหมั่นทำแบบสอบถามต่างๆ ขึ้นเพื่อวัดและแสดงสถิติที่น่าสนใจทั้งหลาย และในครั้งนี้ เกี่ยวเนื่องกับจำนวนกราฟฟิกของความละเอียดภาพที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ปรับใช้กัน

โดยจากผลสำรวจนั้น พบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam จำนวนกว่า 63.72 % เล่นเกมส์ด้วยความละเอียดภาพ 1,920 x 1,080 (Full HD) รองลงมา 13.33 % ใช้ความละเอียด 1,366 x 768 (HD), 3.12 % เล่นที่ความละเอียด 2,560 x 1,440 (QHD) ในขณะที่อันดับสุดท้ายมีเพียงแค่ 1.14 % ใช้ความละเอียด 3,840 x 2,160 หรือ 4K นั่นเอง แต่กระนั่นเอง แม้เปอร์เซ็นต์ของความละเอียดหลังสุดอย่าง 4K จะมีน้อยมากๆ แต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และนักพัฒนาเกมส์ทั้งหลาย ต่างก็พยายามผลักดันและค่อยๆ ผลักดันให้เกมเมอร์ทั้งหลายสามารถเล่นเกมส์ที่มีภาพในระดับ 4K ได้ (อาทิ PlayStation 4 Pro เป็นต้น) นอกจากนี้อีกผลสำรวจที่แถมมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพวกเขาพบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam ในจำนวน 12.50 % ยังคงใช้กราฟฟิกการ์ด GeForce GTX 1060 รองลงมา 9.59 % ใช้ GTX 1050 Ti มีเพียงแค่ 2.23 % เท่านั้นที่ติดตั้ง GTX 1080 และการสำรวจของเหล่านี้ของ Steam เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยวิเคราะห์ว่าเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายใช้อะไรเพื่อสนุกกับเกมส์ที่พวกเขาเล่นอีกด้วย

 

ที่มา : www.digitaltrends.com

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

โซฟอส (SOPHOS) (LSE: SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทาง เปิดตัว Sophos Intercept X for Server ซึ่งเป็นระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการเรียนรู้ภัยคุกคามแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยให้การปกป้องภัยจากโลกไซเบอร์ด้วยวิวัฒนาการการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงข่ายประสาทเทียมที่เป็นการจำลองมาจากสมองของมนุษย์ (Neural Network) ของ SOPHOSผ่านการฝึกฝนมาจากกลุ่มตัวอย่างหลายร้อยล้านตัวอย่างเพื่อค้นหาต้นตอของโค้ดที่เป็นอันตรายและป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งนี้ จากการวิจัยโดยศูนย์วิจัยของSOPHOS (SophosLabs) ระบุว่า ร้อยละ 75 ของมัลแวร์ที่พบในองค์กรมักจะมีลักษณะเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับโจมตีองค์กรนั้นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ามัลแวร์ส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

การสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ของ SOPHOS พบว่า สองในสามของผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกผ่านทางช่องโหว่ (anti-exploit) คืออะไร ทำให้องค์กรเหล่านั้นมีความเสี่ยงในการโดนโจรกรรมข้อมูลได้ เมื่ออาชญากรไซเบอร์เข้ามาอยู่ในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาสามารถใช้เทคนิคในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายด้วยวิธีการเจาะเข้าไปยังช่องโหว่ที่พบของแต่ละเครื่องในองค์กร เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล (personally-identifiable information หรือ PII), ข้อมูลธนาคาร, ภาษี, บัญชีเงินเดือน, บันทึกทางการเงินอื่นๆ, ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นกรรมสิทธิ์, แอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปขายได้บน Dark Web (เว็บไซต์ที่ตั้งใจ ปกปิดข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในเชิงผิดกฎหมาย) หรือใช้เพื่อการโจมตีประเภทอื่นๆ โดยหวังประโยชน์ทางการเงินเป็นต้น นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ยังอาจได้รับความเสียหายจาก ransomware และการใช้ทรัพยากรของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ในการโจมตีเป้าหมายอื่น การโจมตีที่เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจมากกว่าการโจมตีบนอุปกรณ์ปลายทาง เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้

Deep Learning Neural Network

  • ใช้ Deep Learning Neural Network (เครือข่ายประสาทเทียมเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก) จาก Intercept X เพื่อตรวจจับมัลแวร์และแอพพลิเคชั่นที่ไม่พึงประสงค์ใหม่ๆ และที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้
  • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบหาความพยายามของภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วในการตรวจสอบไฟล์ว่า เป็นไฟล์ที่ปลอดภัย หรือ เป็นไฟล์ที่ฝังโค้ดอันตรายเอาไว้

Active Adversary Mitigation

  • ป้องกันระบบจากอาชญากรไซเบอร์และเทคนิคที่ทำการแฝงตัว ที่มักจะชอบใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับกับระบบป้องกันไวรัสแบบเดิมๆ
  • Credential Theft Protection ช่วยป้องกันการขโมยพาสเวิร์ดจากหน่วยความจำของเครื่อง, registry และหน่วยจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
  • Code Cave Utilization ตรวจจับการปรากฏตัวของโค้ดที่เป็นอันตราย ที่ถูกนำไปใช้แฝงไปกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป

Exploit Protection

  • ป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกหาประโยชน์โดยการโจมตีจากช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จัก
  • ปกป้องระบบจาก exploit kit ทั้ง browser, plugin หรือ java-based แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ทำการอัพเดทเพื่อปิดกั้นช่องโหว่(unpatched)ก็ตาม

 

Master Boot-Record Protection

  • WipeGuard คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี Anti-ransomware ของ Intercept X ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระบบจาก ransomware หลากหลายชนิด หรือโค้ดที่เป็นอันตรายที่พุ่งเป้าไปที่การเข้ารหัส Master Boot-Record ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้

Root Cause Analysis

  • เทคโนโลยีการตรวจจับและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะให้รายละเอียดที่ช่วยเหลือในการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด สามารถทราบถึงการโจมตีนั้นเข้ามาได้อย่างไรและสร้างความเสียหายต่อส่วนใดบ้าง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อไปหลังจากการวิเคราะห์การโจมตี เพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก

Cloud Workload Discovery for Server

  • ค้นหาและปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานบน public cloud ได้แก่ Microsoft Azure และ Amazon Web Services
  • ป้องกันความเสี่ยงจากการฉ้อฉลด้าน IT หรือทรัพย์สินที่ถูกลืม

คุณซูมิท บานซาล (Sumit Bansal) ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคอาเซียนและเกาหลีของ SOPHOS กล่าวว่า “บริษัทต่างๆ จัดเก็บข้อมูลสำคัญๆ ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็ทราบดี ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ถูกโจมตีและไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งองค์กรอาจได้รับผลกระทบ เมื่อถูกโจมตีแล้ว อาชญากรไซเบอร์สามารถเจาะลึกเข้าไปในเครือข่ายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น ลักลอบขโมยข้อมูลขององค์กรและใช้ข้อมูลที่ถูกโจรกรรมไปเพื่อทำการ spear-phishing หรือแม้กระทั่งขายต่อในราคาแพงบน Dark Web หรือเครือข่ายส่วนตัวของผู้ซื้อ”

นอกจากนี้ ผู้บุกรุกยังใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกเป็น Proxy เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายแทน และติดตั้ง Cryptominers บนกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรและในระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสามารถเข้ามาขโมยใช้ทรัพยกรเช่น CPU, RAM, ไฟฟ้าและทรัพยากรอื่นๆ ของบริษัท เพื่อใช้ในการขุดหา cryto-currencies โดยแรงจูงใจของอาชญากรไซเบอร์ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานจัดการเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรว่า มีข้อมูลอะไรที่สำคัญจัดเก็บไว้ภายในบ้าง หรือ เซิฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมายสามารถที่จะต่อยอดไปยังส่วนต่างๆเพิ่มเติมในองค์กรได้อย่างไร เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการก่ออาชญากรรมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกขั้นสูงที่ช่วยปกป้องระบบที่ไม่ได้รับการอัพเดทการโจมตีผ่านทางช่องโหว่  ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องคำนึงถึงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว

คุณซูมิท กล่าวอีกว่า “เซิร์ฟเวอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่มักถูกมองข้ามในกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางของหลายๆ บริษัท การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นในความสำเร็จของกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยเพื่อคลอบคลุมในทุกๆชั้นขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูล และเมื่อใช้ร่วมกันกับ Sophos Synchronized Security และการจัดการที่ง่ายดายจาก Sophos Central (Console) ของเรา ทำให้ Intercept X for Server เป็นส่วนเติมเต็มอันทรงพลังที่ช่วยปกป้องธุรกิจไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป”

ความจำเป็นในการป้องกันเซิร์ฟเวอร์มีอยู่ในองค์กรทุกขนาด โดยธุรกิจขนาดเล็กๆ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าองค์กรขนาดใหญ่กว่าที่มีทรัพยากรมากกว่า อย่างที่ คุณแฟรงค์ ดิคสัน (Frank Dickson) รองประธานฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยของ IDC กล่าวว่า “ตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากต้องมีการป้องกันในระดับเดียวกับขององค์กรขนาดใหญ่ แต่การป้องกันจะต้องใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าเสียดายที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมักถูกล่อลวงให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมและด้อยประสิทธิภาพในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อประหยัดต้นทุน ทำให้ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์สำหรับ SMB ต้องจัดหาระบบที่มีราคาน่าสนใจและเหมาะสมสำหรับแผนกไอทีที่มีขนาดเล็กหรือมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ”

ดิคสันกล่าวต่อว่า ด้วยแนวทางของSOPHOS “SOPHOSตอบโจทย์ด้านปัจจัยความสะดวกในการใช้งาน โดยการผนวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงบน Sophos Central ดังนั้นจึงมีแผงควบคุมเพียงหนึ่งเดียวให้ทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าจัดการระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-Premise หรือในระบบคลาวด์

Intercept X for Server ซึ่งเป็นโซลูชั่นใหม่ของ Sophos จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของเซิร์ฟเวอร์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Deep learning ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างชาญฉลาด, Anti-exploit เพื่อป้องกันการบุกรุก และเทคโนโลยีเด่นๆ ด้านอื่นๆ อีกทั้งเทคโนโลยี Anti-exploit สามารถครอบครองสิทธิสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น เพราะอาชญากรทางไซเบอร์มักใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ในการเจาะเข้าสู่ระบบ เนื่องจากในปัจจุบันมีชุดเครื่องมือเพื่อการบุกรุกที่พร้อมใช้และราคาไม่แพงขายใน Dark Web แม้แต่อาชญากรไซเบอร์ที่มีความชำนาญเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดการโจมตีที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ทำให้การปกป้องที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์และมีความทันสมัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

คุณไซมอน บาร์นส์ (Simon Barnes) หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของ Riverlite ใน St. Neots เมือง Cambridgeshire สหราชอาณาจักร และเป็นพาร์ทเนอร์ของ SOPHOS กล่าวว่า “SOPHOSเข้าใจว่าเซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องใช้เกณฑ์การรักษาความปลอดภัยเฉพาะของตนเอง เช่น คุณลักษณะการ lockdown ในโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบัน และความสามารถใหม่ในการค้นหาเวิร์คโหลดในระบบคลาวด์ ลูกค้าหลายรายของ Riverlite เป็นบริษัทที่ขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ซึ่งต้องการให้เราช่วยทำให้การติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์มีความปลอดภัยและปกป้องระบบจากการถูกบุกรุก การมีทรัพยากรในระบบคลาวด์หรือการโยกย้ายและใช้งานบน public cloud อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจใดก็ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่บรรดา Managed Service Provider (MSP) ต้องมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ ‘มองไม่เห็น’ เหล่านี้ ซึ่งหลายๆ ครั้งมักถูกละเลยได้ง่ายจากกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยโดยรวม ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การรักษาความปลอดภัยของบริษัทมีจุดอ่อน หากเซิร์ฟเวอร์ใดๆ ที่ไม่ได้รับการป้องกันถูกโจมตีก็อาจสร้างความหายนะให้ธุรกิจทั้งหมด เราจึงยินดีที่จะอัพเกรดและเพิ่ม Intercept X for Server เพื่อการรักษาความปลอดภัยของลูกค้าของเรา”

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

แน่นอนว่าไม่มีองค์กรไหนหรือบริษัทใดที่จะมีแต่พนักงานคนเดิม ชุดเดิมอยู่ทำงานตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน ตามวงจรชีวิตการทำงานก็จะมีทั้ง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน และพนักงานแบบ ฟรีแลนซ์ ขึ้นอยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ ตอบโจทย์ของพนักงานได้มากน้อยแค่ไหน เพราะพนักงานแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าเมื่อมีพนักงานเก่าก็ต้องมีพนักงานใหม่ บางองค์กรอาจจะไม่มีปัญหา แต่ในหลาย ๆ องค์กรกลับเกิดปัญหาระหว่างพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

ข้อดีของพนักงานใหม่

ช่วยแบ่งเบางาน เพราะเหตุผลหลักที่หลาย ๆ บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่ก็เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานภายในออฟฟิศนั่นเอง
ว่านอนสอนง่าย เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักใคร ย่อมไม่มีปากมีเสียง หรือไม่เป็นตัวตั้งตัวดีในการก่อปัญหากับคนอื่น ๆ แน่นอน
มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ หรือจะเป็นใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่นก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความคิดใหม่ ๆ ติดตัวมาเสมอ ส่วนหนึ่งด้วยความที่มาจากอีกองค์กรหนึ่ง มาจากอีกมุมองหนึ่งเลยเสมือนเป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ให้ทีมได้
กระตือรือร้น ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ย่อมมีไฟในการทำงานมากเป็นธรรมดา ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากน้องใหม่ในทีมจะสามารถทำงานได้เป็นตั้ง ๆ หรือสั่งอะไรก็สามารถทำให้ได้ทันที
เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เพราะด้วยความสด ความใหม่นั่นเองที่ทำให้พนักงานใหม่เปรียบเสมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ๆ และที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้ได้เร็วเสียด้วย
ข้อเสียของพนักงานใหม่

ประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์เลย ซึ่งเป็นข้อเสียที่มักจะพบได้บ่อย ๆ
เสียเวลาในการเทรน สำหรับน้อง ๆที่เพิ่งเรียนจบถือว่าต้องสอนกันยาวไหนจะการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบริษัท ไหนจะต้องเรียนรู้งานอีกกว่าจะสามารถทำงานได้เต็มที่จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม อย่างไรก็ต้องเสียเวลาในการปรับตัวกับองค์กรใหม่ เรียนรู้งานใหม่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งแม้จะเป็นงานในขอบเขตที่เหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจจะไม่เหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำไว้อยู่แล้ว ไหนจะค่าเทรนกว่าจะทำงานได้ดีอีก บริษัทก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย
ไม่แน่นอน บางครั้งฝ่ายบุคคลต้องประสบปัญหาพนักงานไม่มาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือตอบตกลงมาทำงานแล้วแต่ถึงเวลากลับไม่มาทำงาน หรือแม้แต่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ทน พอถึงระยะหนึ่งก็ลาออก ทำให้ต้องประกาศรับคนใหม่อีกแล้ว
ข้อดีของพนักงานเก่า

ทำให้งานราบรื่น ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์ ฉะนั้นจึงไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักแน่นอน
รู้งาน เพราะทำงานมานานสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้
รู้จักบริษัท รู้ประวัติความเป็นมาของบริษัท รู้ที่มาที่ไปและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร จึงสามารถปรับตัวให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด
มั่นคง ส่วนใหญ่พนักงานเก่ามักจะมีอายุงานนาน มักจะไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย
ข้อเสียของพนักงานเก่า

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า ทำให้บางครั้งตัวบริษัทไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกภายนอกได้ทัน ก็กลายเป็นองค์กรล้าสมัยไป
มีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่าทำให้พนักงานเก่ายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก จนปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
ความคิดไม่ค่อยสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งด้วยความที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ งานที่ออกมาจึงเป็นงานเดิม ๆ
หมดไฟ พนักงานเก่าหลาย ๆ คนเริ่มมีครอบครัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานน้อยลง บางคนทำงานหนักที่ออฟฟิศ กลับบ้านก็ต้องมาทำงานบ้าน ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว พอหัวตกถึงหมอนก็หลับเป็นตาย เช้าตื่นมาก็ไปทำงาน แล้วก็วนลูปอยู่อย่างนี้ทำให้ค่อย ๆ หมดไฟกับการทำงานไปในที่สุด
ตกลงใครสำคัญกว่ากัน?

มาถึงตรงนี้คงจะพอเล็งเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่ หรือพนักงานเก่าต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่าใครเป็นคนสำคัญเราขอตอบว่า “สำคัญเท่ากัน”

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแคมเปญ ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ (Super Brands Sale) ส่งหลากหลายสินค้าในราคาสุดพิเศษให้นักช้อปชาวไทยได้เลือกช้อปปิ้งตลอดสามวันเต็ม ระหว่างวันที่ 16 – 19 กรกฎาคมนี้ ที่ลาซมอลล์ (LazMall) อีกหนึ่งช่องทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่รวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงผู้ค้าที่ได้รับการรับรองไว้ด้วยกัน

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคมนี้ นักช้อปสามารถเข้าไปค้นหาสินค้าที่ชื่นชอบ รวมถึงดีลและส่วนลดที่ลาซาด้าเตรียมไว้ให้ แล้วเลือกไว้ในรายการโปรดพร้อมใส่ในตระกร้าสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนช้อปจริง

ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้าได้ร่วมกับแบรนด์สินค้ามากกว่า 60 แบรนด์ เพื่อมอบดีลและโปรโมชั่นสุดเร้าใจสำหรับนักช้อป ซึ่งแคมเปญนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคมด้วย ซุปเปอร์ แฟลชเซลส์ ซึ่งมีดีลมากกว่า 150 ดีลจากแบรนด์ชั้นนำ และยังมีช่วงเวลาลดราคาสุดพิเศษ 2 ช่วงต่อวันตลอดสามวัน โดยแบรนด์จะนำสินค้ามาลดราคาเพิ่มอีก 5 – 15 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าของลาซาด้าได้ช้อปสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำในราคาที่ดีที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ นักช้อปยังมีโอกาสได้รับโค้ดส่วนลดจากแบรนด์ที่ร่วมแคมเปญ รวมถึง ดีลห้าดาว ที่คัดสรรจากสินค้าที่ได้เรทติ้งห้าดาว และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่เดียวเท่านั้น

นักช้อปชาวไทย เตรียมพบกับดีลสุดพิเศษตลอดสามวัน อาทิ

ส่วนลดสูงสุด 50% จากเทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) และลดเพิ่มอีก 12% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ใช้โค้ดส่วนลด 15% เพื่อลดราคาสินค้าของซัมซุง (Samsung) โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ
ส่วนลดสูงสุด 50% จากสินค้าของลอรีอัล (L’Oreal) และลดเพิ่มเติมอีก 20% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟลดสูงสุด 50% เมื่อซื้อสินค้าคจาก เบบี้ เลิฟ (Baby Love)
นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด กล่าวว่า “ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้ามีขนาดใหญ่ขึ้นทุกปี เพราะลาซาด้าตั้งใจที่จะมอบสินค้าราคาพิเศษที่สุดให้กับนักช้อปชาวไทย ด้วยการนำเอาสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ และผู้ค้าที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียวกัน ทั้งยังมีส่วนลด โปรโมชั่น และแฟลชเซลส์ที่มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าของเราได้ราคาที่ดีที่สุดตลอดทั้งแคมเปญนี้ ทั้งนี้เพราะเรามุ่งมั่นในการนำเอาสินค้าและโปรโมชั่นที่พิเศษที่สุดมามอบให้กับลูกค้า เพื่อตอบแทนทุกคนที่เชื่อใจในลาซาด้า”

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

เลอโนโว ผู้นำยอดขายคอมพิวเตอร์อันดับ 1 จัดแคมเปญ Carnival Sale ขนสินค้าเรือธงตั้งแต่ Lenovo Ideapad, Lenovo Yoga, Lenovo Miix, Lenovo All in One และ Lenovo Legion ด้วยงาน Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ เอาใจคอโน๊ตบุ๊คทุกท่านที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์สเปคแรง ในราคาโดนใจ พร้อมส่วนลด และของแถมมากมาย ที่งาน Commart ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2561 ที่บูธ เลอโนโว P3 Zone Plenary Hall ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์รุ่นที่ร่วมรายการในงาน Commart รับฟรี! หูฟัง JBL*, Lenovo Wireless Mouse*, กระเป๋าเป้ Targus*, Creative Speaker*, และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

ไฮไลท์โปรโมชั่นสุดพิเศษ

  • รับฟรี Lenovo 300 Wireless Mouse มูลค่า 490 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Ideapad 330S โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยวัสดุอะลูมิเนียม หน้าจอคมชัดความละเอียดระดับ Full HD ขนาด 14 นิ้ว บางสุดเพียง 5.7 มิลลิเมตร ถ่ายทอดประสบการณ์ความบันเทิงและการทำงานได้อย่างไม่มีสะดุด ด้วยชิปประมวลผล Intel® Core i7 และระบบปฎิบัติการ Windows 10 แท้
  • รับฟรี JBL Bluetooth Headset มูลค่า 2,490 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Yoga 530 โน๊ตบุ๊คเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นครอบคลุมถึง 360 องศา ให้คุณปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระ 4 รูปแบบ พร้อมหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขุมพลัง Intel® Core i7 พร้อมรองรับระบบความปลอดภัยแบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ให้ประสิทธิภาพการทำงานอย่างไร้ที่ติเพียงเครื่องเดียวในราคาสุดคุ้ม
  • รับฟรี กระเป๋าเป้ Targus TSB906 มูลค่า 1,390 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Miix 520 โน้ตบุ๊ตแบบ 2-in-1 กับความโดดเด่นทั้งประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา Active Pen 2 ที่ทำให้ท่านสามารถขีดเขียนบนจอได้อย่างอิสระ ถ้าหากต้องการจะพักผ่อนแบบสบาย ๆ เพียงแค่ถอดคีย์บอร์ดออกมา เพื่อปรับไปใช้งานเป็นแท็บเล็ตหน้าจอขนาด 12 นิ้ว ตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา
  • รับฟรี Creative Speaker Sbs A120 มูลค่า 690 บาท เมื่อซื้อ Lenovo All-in-One 520 ที่มาพร้อมการออกแบบที่ลงตัวสวยงามดุจเฟอนิเจอร์ ในขนาดที่กะทัดรัดมีให้เลือกทั้งจอภาพขนาด 21.5 และ 23 นิ้ว บนจอภาพระบบสัมผัสแบบไร้ขอบ ความละเอียดระดับ FHD IPS เหมาะสำหรับทั้งทำงานหรือเพื่อความบันเทิงได้ดั่งใจ
  • รับฟรี Lenovo Legion M200 Mouse มูลค่า 900 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y520 Tower พีซีคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่วงการพีซีเกมมิ่ง ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการสตรีมมิ่งเกมสดผ่าน Mixer อย่าง DirectX® 12 อัตราเฟรมที่ไม่จำกัด อีกทั้งรองรับระบบการใช้งาน VR-ready ให้ประสิทธิภาพการแสดงผลกราฟฟิกและความเร็วอย่างดี
  • รับฟรี Lenovo Legion M200 Mouse มูลค่า 900 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y520 Laptop เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ครบครันในทุกฟังก์ชัน จอขนาด 15.6 นิ้ว ขุมพลังแรงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเล่นเกมอย่างจุใจ ด้วยซีพียู 7th Gen Intel® Core i7 พร้อมคีย์บอร์ดแบบ Backlit และลำโพงHerman พร้อมระบบเสียง Dolby Audio Premium เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมสุดมันส์
  • รับฟรี Xbox 360 Wireless Controller มูลค่า 2,690 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y720 Laptop โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมได้เป็นอย่าง ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 รองรับระบบการประมวลผลได้จนถึงสูงสุดที่ Intel® Core™ i7-7700K และอุปกรณ์เสริมหน่วยความจำ Intel Optane™ ความจุ 16GB เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ รวมไปถึงกราฟฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GTX 1070 8GB สามารถจัดการกับเกมใดๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพ และภาพที่เหมือนจริงในการเล่น เพื่อเอาชนะการต่อสู้ได้อย่างมั่นใจ

ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสอบถามโปรโมชั่นโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์รุ่นอื่นๆที่ร่วมรายการได้ที่งาน Commart ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2561 ที่บูธ เลอโนโว P3 Zone Plenary Hall ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018 (2018 World’s Most Ethical Companies) จากสถาบันอิธิสเฟียร์ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการนิยามและยกระดับมาตรฐานด้านวิธีปฏิบัติทางธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องในเรื่องดังกล่าวติดต่อกันถึง 8 ปีซ้อน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ทำเนียบบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงสุดในโลกประจำปี เกิดขึ้นในปี 2006 จากการรวบรวมรายชื่อบริษัทอันทรงเกียรติที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นผู้นำที่มีจรรยาบรรณในอุตสาหกรรมนั้นๆ ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านพฤติกรรมองค์กร ทั้งในเรื่องสิ่งถูกต้องที่พึงปฏิบัติ และกลยุทธ์ที่สร้างประสิทธิผลในระยะยาว โดยมีการประเมินใน 5 เรื่องได้แก่ โปรแกรมด้านจริยธรรมและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้อง การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate citizenship and responsibility) วัฒนธรรมด้านจรรยาบรรณ ธรรมาภิบาลและความเป็นผู้นำ รวมถึงนวัตกรรมและการมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยในปี 2018 มีรายชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 135 บริษัท จาก 23 ประเทศ (มีเพียง 3 บริษัทที่มาจากประเทศฝรั่งเศส) และจาก 57 อุตสาหกรรม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องติดต่อกันถึง 8 ปี

สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค รางวัลในปีนี้ยังคงมีความสำคัญมากเทียบเท่ากับ 8 ปีที่ได้รับติดต่อกันมาตั้งแต่ปีแรก นายเอ็มมานูเอล บาโบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ดูแลด้านการเงินและกฎหมาย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขยายความว่า “การได้รับการยกย่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทในการเดินหน้าตามกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์กรของเรา พร้อมกับการมอบสิ่งที่ผู้มีส่วนร่วมในองค์กรทั้งหมดคาดหวังจากเรา คือการรับประกันถึงนวัตกรรมด้านโซลูชั่น ที่เกิดจากการที่พนักงานบริษัทรู้สึกภาคภูมิใจในการได้มีส่วนร่วมดังกล่าว ดังนั้นหลักจรรยาบรรณที่เรายึดถือปฏิบัติจึงยิ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับลูกค้า”

ทิโมธี เออบลิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อิธิสเฟียร์ เสริมว่า “ในปีที่ผ่านมา คือ ปี 2017 วาทกรรมทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยลึกซึ้ง เสียงสนับสนุนก็เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง บรรดาองค์กรระดับโลกที่มีกฏระเบียบบังคับด้านกฏหมายคล้องจองไปในทิศทางเดียวกัน ก็กลายเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเงื่อนไขของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้ เราเห็นบรรดาบริษัทต่างหาเสียงสนับสนุนกันมากขึ้น ดังนั้นการจัดอันดับบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นถึงแบบอย่างของผู้นำ พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีกับทุกคนในชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลก”

คำมั่นสัญญาต่อจรรยาบรรณและความรับผิดชอบสำคัญและส่งผลในวงกว้าง สะท้อนได้จากการกระทำ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้กำหนดจรรยาบรรณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ไว้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ ในการสร้างคำมั่นสัญญาเพื่อสร้างมาตรฐานสูงสุด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด โดยมีการนำเสนอเป็นหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ปี 2002 สำหรับเป็นแนวทางให้กับพนักงานของเราทั่วโลก บริษัทฯ เป็นผู้นำพาความริเริ่มทั้งภายในองค์กรและอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอยู่อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่มีให้เห็น อย่างเช่นในปี 2017 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เริ่มนำโมดูลใหม่ด้าน e-training หรือการฝึกอบรมผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ และการฝึกอบรมแบบเห็นหน้า มาช่วยในการสร้างความมั่นใจในเรื่องของหลักคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ ในสถานการณ์ที่พนักงานแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการคอรัปชั่น และเพื่อขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงเรื่องของความรับผิดชอบ บริษัทได้มีการเปิดตัวโปรแกรมการมอนิเตอร์ซัพพลายเออร์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงภาระรับผิดชอบในส่วนซัพพลายเชนว่าด้วยการปกป้องสภาพแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังได้ออกแบบโปรแกรม Responsibility & Ethics Dynamics เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นพยายามของพนักงานในการยึดถือหลักปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบและช่วยบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการป้องกัน ตลอดจนคำการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสืบสวนและควบคุม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าว ยังใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพเรื่องของจรรยาบรรณ ตามบารอมิเตอร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ว่าด้วยเรื่องของโลกและสังคม ทั้งนี้ จากการเผยแพร่ผลงานล่าสุด (ไตรมาสที่ 3 ปี 2017) ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนในเรื่องภาระรับผิดชอบด้านซัพพลายเชน โดย 84.6 เปอร์เซ็นต์ของซัพพลายเออร์ดำเนินการได้สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 26000 จากเดิมปี 2015 ได้เพียง 48 เปอร์เซ็นเท่านั้น ในขณะที่ 88.7% ของกลุ่มกิจการได้ผ่านการประเมินด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบภายในของ บริษัท เทียบกับช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 79%

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

สงกรานต์นับเป็นเทศกาลสำคัญของไทย แม้จะผ่านข้ามเวลามาสู่ยุคใดก็ตาม ยังคงเป็นเทศกาลที่ทุกครัวเรือนให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่ยังเป็นวันของครอบครัวด้วย บางครอบครัวยังถือว่าเป็นวันแห่งการพักผ่อนประจำปี ในการพาครอบครัวไปพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และต้องจากบ้านเป็นระยะเวลานาน สร้างความกังวลอยู่ไม่น้อย เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ ปัจจุบันเป็นยุค 4.0 เราก็ใช้ชีวิต แบบ 4.0 กับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มความปลอดภัยให้เราได้คลายกังวล แต่ควรต้องรู้ก่อนที่จะ “วางใจ” เมื่อปิดบ้านยาวหลายวัน กับการฝากบ้านไว้กับเทคโนโลยี

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

ยูพีเอส (UPS) หรืออุปกรณ์สำรองไฟ สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่มีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์หลายชิ้นที่นำมาช่วยอำนวยความสะดวก เพราะเมื่อเกิดไฟดับ อุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่สามารถใช้งานได้เลย ยูพีเอสจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องตระเตรียมเอาไว้ ช่วยให้สามารถวางใจได้ว่าอุปกรณ์ไอทีต่างๆ จะมีพลังงานหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะต้องเตรียมเอาไว้กี่ตัวนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของ UPS และจำนวนอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อเชื่อม รวมไปถึงผู้ใช้งานต้องประเมินความเสี่ยงในพื้นที่นั้นๆ ว่า ถ้าไฟดับโดยปกติจะดับประมาณกี่นาที อย่างไรก็ตาม การเลือกยูพีเอสควรเลือกแบบที่ได้มาตรฐานสากล มีตัวปรับแรงดันไฟฟ้า ป้องกันไฟกระชาก เพื่อถนอมอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ใช้นานๆ ถ้ามี PowerChute™ Personal Edition จะช่วยให้เราสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะของ UPS ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ ตัวอย่างเช่น ยูพีเอสของ APC จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะมีซอฟต์แวร์ PowerChute™ Personal Edition มาให้ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ดังนั้น UPS ที่มีความฉลาด จะมีบทบาทสำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 และเพื่อให้อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ดำเนินการได้โดยไม่สะดุด เช่น ไวไฟเร้าเตอร์ หากมีการสะดุดเมื่อไร อุปกรณ์อื่นๆ ก็จะสะดุดตามเช่นกัน

ไวไฟเร้าเตอร์ อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น กล้อง IP Camera ในปัจจุบันล้วนต้องต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต และมาแสดงผลในสมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ต เพื่อให้สามารถสั่งงานและมอนิเตอร์ได้อย่างใกล้ชิดและเรียลไทม์ ดังนั้นก่อนปิดบ้านยาวควรมีการปิด พักเครื่องไวไฟเร้าเตอร์สักครู่ แล้วค่อยเปิดขึ้นใหม่ ป้องกันปัญหาเครื่องร้อนจนแฮงค์ไปเองในระหว่างที่ไม่อยู่บ้าน ที่สำคัญควรมีการติดตั้งผ่านอุปกรณ์สำรองไฟหรือ UPS เพื่อให้เครื่องไวไฟเร้าเตอร์สามารถปล่อยสัญญาณไวไฟได้อย่างต่อเนื่องแม้ช่วงเวลาไฟดับ และเพื่อให้อุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ ที่ต้องสื่อสารผ่านไวไฟสามารถรับสัญญาณได้ตลอดเวลา

กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดในปัจจุบันหาซื้อง่ายและเป็นที่นิยมโดยเฉพาะ IP Camera เพราะติดตั้งได้สะดวก สามารถดูข้อมูลที่ไหนก็ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เราสามารถตรวจตรารอบบ้านได้ แม้อยู่ห่างไกล เพราะหากไฟดับ เราจะไม่สามารถ

มอนิเตอร์ได้ ดังนั้น กล้องวงจรปิดจึงเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ต้องติดตั้งผ่าน UPS เพื่อให้มีพลังงานหมุนเวียนอยู่ตลอด และควรตรวจเช็คการเชื่อมต่อ ทดสอบดูผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนออกจากบ้าน

เครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์อีกทางเลือกหนึ่งของคนรักสัตว์ ที่จำเป็นต้องให้อยู่บ้านเพียงลำพัง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้สามารถสั่งงานเพื่อให้อาหารผ่านสมาร์ทโฟนได้ บางรุ่นมาพร้อมความสามารถให้ผู้ใช้งานหรือเจ้าของพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ และเพื่อความแน่ใจว่าเครื่องจะไม่ทำงานผิดพลาดควรมีการตรวจเช็คความพร้อมของอุปกรณ์และปริมาณอาหารให้เพียงพอ รวมถึงตรวจเช็คแบตเตอรี่ที่มาพร้อมเครื่องให้เรียบร้อย และเพื่อป้องกันความผิดพลาด ควรติดตั้งยูพีเอสเอาไว้ก่อนกับอุปกรณ์ไวไฟเร้าเตอร์ในบ้าน

เครื่องปั๊มออกซิเจนสำหรับสัตว์น้ำ หากใครเลี้ยงปลาตู้ราคาแพง ควรตรวจเช็คระบบการผลิตออกซิเจนและสายยางให้ดีว่าไม่มีอะไรเข้าไปติด เครื่องปั๊มไม่มีเสียงดังจนผิดสังเกต ถ้าเป็นไปได้ควรต่อเชื่อมกับยูพีเอส เมื่อเกิดกรณีไฟดับ ไฟตก ที่สำคัญควรถามผู้เชี่ยวชาญว่าเครื่องปั๊มออกซิเจนที่ใช้ เหมาะกับ UPS รุ่นใด และควรประเมินถึงระยะเวลาในการสำรองไฟด้วย

ระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ และอุปกรณ์ตั้งเวลารดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ สำหรับบ้านที่มีสวนสุดรัก แม้อากาศในประเทศไทยจะเดาได้ยากว่าหน้าร้อนจะมีฝนตกไหม แต่เราคิดไว้ก่อนว่าฝนคงไม่ตก เราจะได้เตรียมการตั้งเวลาให้เครื่องรดน้ำอัตโนมัติรดน้ำในช่วงเวลาที่เราต้องการได้ ซึ่งอาจต้องตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมีอะไรอุดตันไหม ระบบตั้งเวลาใช้งานดีอยู่ไม่ติดขัด

ระบบสัญญาณกันขโมย เป็นอีกระบบที่มีการพัฒนาถึงขั้นแจ้งเตือนผ่านทางสมาร์ทโฟน รวมไปถึงรองรับซิมการ์ด หรือเชื่อมต่อผ่านสัญญาณไวไฟได้ ปัจจุบันมีการนำมาขายอย่างแพร่หลาย ระบบจะส่งเสียงดังหรือให้แสงสว่างเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างวิ่งผ่านเซ็นเซอร์ หรือคุยตอบโต้กับผู้บุกรุก โดยก่อนจะปิดบ้านระยะเวลานาน ควรตรวจสอบระบบเหล่านี้ รวมถึงแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้ในช่วงเวลาที่เราไม่อยู่ นอกจากการเลือกใช้ระบบสัญญาณกันขโมย เราอาจสร้างวิธีการของเราเพื่อหลอกมิจฉาชีพว่าอยู่บ้านได้เช่น ตั้งเวลาเปิด/ปิดทีวี ม่านไฟฟ้า หรือ เปิดเพลงเสียงให้ดังควบคู่กันไปอีกด้วย

ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ หรือ โฮมออโตเมชั่น นับเป็นระบบที่เหมาะสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่ต้องการฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายด้วยการเชื่อมโยงอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เข้าด้วยกันสามารถดูผ่านแอปพลิเคชั่นเดียวได้เลย ให้ความครบเครื่องเรื่องความสะดวกและความปลอดภัยในการจัดการบ้านยุคดิจิทัล ผู้ใช้สามารถสั่งเปิด-ปิด ตั้งค่าให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อัตโนมัติ และควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต ได้ เช่น ระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง สมาร์ททีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ระบบม่าน กล้อง CCTV หรือ IP Camera ระบบกันขโมย และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อและทำงานผสานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่นเครื่องให้อาหารสัตว์ หรือจะเพิ่มเติมเทคโนโลยีบางส่วนเพื่อพูดคุย แบบเห็นหน้ากับสัตว์เลี้ยงของตนเอง เมื่อเวลาคิดถึง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงไม่

เหงา อีกทั้งยังง่ายในการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาเยี่ยม จะมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามายังสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต เราสามารถดูผ่านระบบออนไลน์ได้เลย ขณะที่ผู้มาเยี่ยมจะพูดคุยกับเราผ่านวีดีโอดอร์โฟน ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเข้า-ออกบ้าน นอกจากนี้ หากขณะที่เราไม่อยู่บ้าน และมีผู้บุกรุก เราก็จะรู้ได้ในทันที ซึ่งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ยังสามารถเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ

เทคโนโลยีเหล่านี้หลายท่านอาจจะมองว่ายุ่งยากและจะวางใจได้แค่ไหน แต่สำหรับระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ เช่น Wiser Home Control ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้ต้องการใช้งานสามารถแจ้งความต้องการของท่านกับผู้วางระบบได้ว่าต้องการให้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในเรื่องใดบ้าง ซึ่งเป็นการง่ายกว่าที่ต้องศึกษาเทคโนโลยีด้วยตัวเองที่มีมากมายในยุค 4.0 นี้

Sellsuki ผู้ชนะเลิศ โครงการ Visa’s Everywhere Initiative

วีซ่า บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก ประกาศให้ Sellsuki ผู้ชนะเลิศ เป็นทีมผู้ชนะจากการแข่งขัน Visa’s Everywhere Initiative ครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับรางวัลมูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนา และสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นวัตกรรมของวีซ่า ที่สิงคโปร์

Sellsuki ผู้ชนะเลิศโครงการ Visa’s Everywhere Initiative

Sellsuki ผู้ชนะเลิศ โครงการ Visa’s Everywhere Initiative

ผู้ชนะเลิศจากโครงการ Visa’s Everywhere Initiative (VEI) เซลสุกิ เป็นแพลตฟอร์มที่ผสานช่องทางค้าปลีกและโซลูชั่นทั้งหมดไว้ด้วยกัน และเป็นแหล่งรวบรวมโซลูชั่นครบวงจรพร้อมด้วยระบบโลจิสติกส์ที่หลากหลาย โดยมีสื่อโซเชียลเป็นหลัก ซึ่งช่วยผู้ค้าในการบริหารจัดการช่องทางการขายของตัวเอง ด้วยความร่วมมือกับวีซ่า เซลสุกิจะใช้ APIs ของวีซ่า ในการสร้างโซลูชั่นการชำระเงินรูปแบบดิจิตอล เพื่อส่งเสริมให้อีโคซิสเต็มของอีคอมเมิร์ซมีความครอบคลุมมากที่สุด

Visa’s Everywhere Initiative เป็นโครงการด้านนวัตกรรมระดับโลก เพื่อเป็นเวทีให้กลุ่ม Startup ได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับแวดวงการชำระเงิน และขับเคลื่อนอนาคตของการค้าขาย ผ่านเครือข่ายระดับโลกของวีซ่า โดยการแข่งขันระดับโลกในปี 2561 นี้ ได้เริ่มต้นที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก และยังเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากจำนวนผู้ส่งใบสมัครมากกว่า 80 ทีม คณะกรรมการได้คัดเลือกเก้าทีมเพื่อเข้ารอบสุดท้าย และนำเสนอผลงานตามสามโจทย์การแข่งขัน ดังนี้

1. ทำอย่างไรถึงจะสร้างประสบการณ์การชำระเงินระบบดิจิตอลที่ตรงต่อความต้องการและคุ้มค่าต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทย

i. UTU www.utu.global/

ii. Angel Life www.angl.life

iii. Instarem www.instarem.com

2. ทำอย่างไรสตาร์อัพถึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการเร่งและขยายช่องทางเข้าถึงระบบการชำระเงินและการค้าขาย

i. 2C2P www.2c2p.com

ii. Jumper www.jumper.ai

iii. Sellsuki www.sellsuki.co.th

3. ทำอย่างไรถึงทำให้ร้านค้าเข้าถึงการชำระเงินแบบดิจิตอลได้อย่างง่ายดายและเข้าถึงนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้า

i. Seekster www.seekster.co

ii. Digio www.digio.co.th

iii. Silo www.silots.com

Silo ได้รับรางวัล People’s Choice’s Award พร้อมเงินมูลค่า 200,000 บาท

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวด้านฟินเทคอย่างเข้มข้น เห็นได้จากการที่เราได้รับใบสมัครเข้าแข่งขันจำนวนมาก ที่วีซ่า เราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมต้องอาศัยการร่วมมือและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน โดยการนำพาพันธมิตรมาร่วมมือกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถนำคุณค่ามามอบให้กับทุกคนได้ ดังนั้นการทำงานร่วมกับกลุ่มสตาร์ทอัพผ่านโครงการ Visa’s Everywhere Initiative จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มของการชำระเงินและยังสามารถใช้นวัตกรรมแบบใหม่ในการผลักดันให้ประเทศเข้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ เรามีความตั้งใจที่จะทำงานกับบริษัทเหล่านี้ ให้ช่วยเหลือและการสนับสนุนด้วยความเชี่ยวชาญและ APIs ของวีซ่า เพื่อยกระดับโซลูชั่นพวกเขาให้มีความสากลยิ่งขึ้น”

Visa’s Everywhere Initiative ถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นเวทีในการสร้างสรรค์และพัฒนาความสามารถสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพทั่วโลก ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการกว่า 2,100 ทีม และมีการระดมเงินทุนเพื่อพัฒนามากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายกว่า 131 ทีม และมีผู้ชนะทั้งหมด 36 ทีม โครงการ Visa’s Everywhere Initiative ได้จัดขึ้นในมากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Visa’s Everywhere Initiative รวมถึงรายละเอียดของผู้ชนะและผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://visa.co.th/everywhere

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Trendmacro สรุปภาพรวม ผลประกอบการประจำปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยบริษัท เทรนด์ไมโคร สามารถทำยอดขายได้เติบโตตามเป้าในทุกภาคอุตสาหกรรม (Cross Industry) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งาน (User Protection) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Network Security ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจระดับกลาง ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ ในกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน และภาครัฐ และสำหรับปี 2561บริษัท ฯยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มบุคลากร พร้อมทั้งอัพเดตและอบรมให้ความรู้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่าย และบริษัทคู่ค้าให้มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและตลาดได้มากยิ่งขึ้น

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

Trendmacro สรุปภาพรวม ตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี 2561

คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์มีความรุนแรงและน่ากลัวมากกว่าในอดีต ตัวอย่างเช่นภัยคุกคามด้านแรนซั่มแวร์นั้น ในแต่ละเดือนมีตระกูลใหม่ๆ เกิดขึ้นมากถึง 27 สายพันธุ์ แม้ว่าจะมีการป้องกันแล้วแต่ก็ยังหลุดรอดเข้าผ่านทางช่องโหว่ต่างๆ และทำการเข้ารหัสเครื่องเอ็นด์พอยท์อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 60 วินาที และเราเชื่อว่าในปี 2561จะยังคงความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนการโจมตีในแบบ BEC (Business Email Compromise) ก็รุนแรงไม่แพ้กัน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไปแล้วเกินกว่า 9 พันล้านเหรียญฯ และสำหรับในปี 2561 พวกอาชญากรทางไซเบอร์เหล่านี้ จะเพิ่มวิธีการใหม่ เช่นการโจมตีแบบ BPC (Business Process Compromise) ขึ้นมาอีก ส่วนประเด็นด้านช่องโหว่นั้น พบว่าเมื่อปีที่ผ่านมามีช่องโหว่ต่างๆ มากมายถูกค้นพบกว่า 1,000 รายการ โดยเฉพาะช่องโหว่ที่น่ากลัวไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่แบบ Zero Days, ช่องโหว่ที่สัมพันธ์กับระบบ SCADA, และช่องโหว่ในเว็บบราวเซอร์ต่างๆ เป็นต้น

ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา เทรนด์ไมโคร ได้เสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันเพิ่มเข้าไปมากมาย อาทิ เช่น เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ที่นำไปติดตั้งอยู่ในทุกๆโซลูชั่นหลักของผลิตภัณฑ์เทรนด์ไมโคร ช่วยสร้างระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในการจัดการกับภัยคุกคามทั้งแบบที่รู้จัก (Known Threat) และแบบไม่รู้จัก (Unknown Threat) ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับในปี 2561 นี้ เทรนด์ไมโครได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีด้านการป้องกันภัยรุ่นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคโนโลยีหลักด้วยกัน ประกอบด้วย Connected Threat Defense หรือ CTD ซึ่งเป็นแนวคิดในการป้องกันภัยที่เชื่อมโยงและผสานระบบความปลอดภัยต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นระบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถป้องกัน, ตรวจสอบ, และตอบสนอง ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที กลุ่มที่สองจะเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบบนคลาวด์ หรือ Security on Cloud โดยผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโคร สามารถที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ทั้งระบบที่รันบน AWS หรือ Azure ก็ตาม นอกจากนั้นแล้วยังสามารถปกป้องลงไปถึงระดับแอพพลิเคชัน เช่น Office 365 และ Google และเทคโนโลยีที่สาม ก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก TippingPoint ในตระกูล TX Series ที่เป็นเทคโนโลยี Next Generation Intrusion Prevention System (หรือ เรียกว่า Next-Gen IPS) มีความเหนือชั้นในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันเทรนด์ไมโคร ดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญให้บริการ โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลัก (Distiributor) 3 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท nForce Secure company limited, Netpoleon Thailand Co., Ltd. และ SIS Distribution (Thailand) public company limitedรวมถึงมีบริษัทคู่ค้า (Partner) อีกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2561 นี้ ทางเทรนด์ไมโครจะเข้าไปเพิ่มศักยภาพของตัวแทนจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนและอัพเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และยังพร้อมที่จะเปิดรับคู่ค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง