งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

ปริญญาด้านการตลาดที่คุณเพิ่งได้รับคือใบเบิกทางชั้นดีที่จะเปิดประตูพาคุณไปสู่ทางเลือกที่หลากหลายในตลาดแรงงานทุกวันนี้ ใครก็ตามที่มีทักษะทางด้านการตลาดที่ดี มักเป็นที่ต้องการขององค์กรหรือธุรกิจทั่วไปรวมถึง ฟรีแลนซ์ อย่างมาก สายงานทางด้านการตลาดมีมากมายหลายสาย แบ่งได้ตามความเชี่ยวชาญ ความถนัด ทักษะและบุคลิกภาพ หากคุณเป็นหนึ่งในเด็กการตลาดที่เพิ่งจบใหม่และยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานการตลาดสายใดแล้วล่ะก็ วันนี้ได้รวบรวม 7 สายงานการตลาดที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ทำเป็นคู่มือขนาดย่อที่จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าคุณเหมาะกับสายงานใด และสายงานนั้น ๆ มีขีดความต้องการในตลาดแรงงานในปัจจุบันสูงเพียงใดมาฝากกันค่ะ

งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

1. Social Media Marketing : งานการตลาดสายโซเชียลมีเดีย

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการใช้บล็อกและโซเชียลมีเดียรูปแบบต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, Pinterest ฯลฯ เพื่อการกระตุ้นการรับรู้และความสนใจในสินค้า บริการหรือแบรนด์นั้น ๆ และสร้างความผูกพันและความรู้สึกในแง่บวกให้เกิดขึ้นกับลูกค้า

– เหมาะกับ : คนที่มีบุคลิกเปิดเผย เป็นนักสื่อสารที่ดี เป็นผู้ใช้โซเชียลมีเดียและสมาร์ทโฟนตัวยง

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อดิจิทัลและอินเตอร์เน็ต ชำนาญในการสร้างเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ มีทักษะทางการตลาดออนไลน์ที่แข็งแกร่ง

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง การตลาดด้านโซเชียลมีเดียถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีอิทธิพลมากที่สุดในการสร้างแบรนด์หรือสร้างฐานลูกค้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน

2. Digital Marketing : งานการตลาดดิจิทัล

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลต่าง ๆ เช่น Internet, smartphone และ tablets, display advertising และสื่อดิจิทัลทั้งหลายในการโปรโมทสินค้าและบริการ

– เหมาะกับ : คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตและซื้อสินค้าบริการต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์เป็นประจำ รักในเทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลและชอบท่องเวป

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อดิจิตอลและอินเตอร์เน็ต มีความเข้าใจหลักพื้นฐานและการใช้งานด้านการตลาดดิจิทัล และมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคออนไลน์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง เพราะการที่แบรนด์ปรากฏอยู่ทางออนไลน์จะเป็นตัวชี้วัดได้เบื้องต้นว่า แบรนด์นั้นมีความน่าเชื่อถือ

3. Corporate Communications : งานสื่อสารองค์กร

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการจัดการการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถทำจดหมายข่าวสารภายในองค์ก จดบันทึก ทำอีเมลประกาศข่าวสาร รวมถึงการสื่อสารนอกองค์กร โดยบทความบนเวปไซต์ โซเชียลมีเดีย ใช้ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ในการสร้างข่าวประชาสัมพันธ์ การที่ผู้บริหารขององค์กรไปร่วมงานอีเวนท์ต่าง ๆ และสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้

– เหมาะกับ : ผู้ที่ชอบติดต่อสื่อสาร คนบุคลิกเปิดเผย ชอบเข้าสังคม มีความมั่นใจในตนเอง

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาทั้งพูดและเขียน เป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อ เป็นนักสร้างคอนเทนท์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง องค์กรใหญ่ ๆ โดยมากจะมีแผนกสื่อสารองค์กรเพื่อบริหารจัดการการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรในหลาย ๆ ระดับ

4. Brand Management : งานบริหารแบรนด์สินค้า

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการจัดการภาพลักษณ์ขององค์กร การวางตำแหน่งของสินค้าและบริการ, การบริหารจัดการการเติบโตขององค์กรระหว่างสื่อและลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ

– เหมาะกับ : กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ ก็อปปี้ไรท์เตอร์ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด

– ทักษะที่ควรมี : มีความเข้าใจและมีประสบการณ์ในการสร้างแบรนด์และเชี่ยวชาญในทางปฏิบัติ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการสื่อสารระดับดีมาก

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยมากและองค์กรใหญ่ ๆ ต้องการทีมเก่ง ๆ ที่ช่วยบริหารจัดการภาพลักษณ์ขององค์กรเพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีที่มีต่อองค์กรของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

5. Copywriter : งานเขียนคำโฆษณา

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้าง “คำ” ที่เป็นจุดขายที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นและดึงดูดความสนใจเพื่อให้ได้กระแสและปฏิกิริยาตอบรับจากผู้รับสารได้ทันที

– เหมาะกับ : นักสื่อสารที่หลงใหลในการเขียน นักคิดที่สามารถอยู่ในใจของผู้รับสารได้

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการเขียนที่ยอดเยี่ยม เป็นนักคิดสารที่สร้างสรรค์ มีความเข้าใจศาสตร์ของการสื่อสารในยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง ก็อปปี้ไรท์เตอร์เก่ง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแบรนด์ในชั่วพริบตา เหมือนกับโลโก้แบรนด์ที่ใช่จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกแตกต่างที่มีต่อแบรนด์ได้

6. E-Commerce : งานอีคอมเมิร์ซ

– งานที่เกี่ยวข้อง : สามารถให้ประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ที่ดีที่สุดกับลูกค้าได้

– เหมาะกับ : นักออกแบบเวปไซต์ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ นักพัฒนาโปรแกรม นักพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งานออนไลน์ (UX Designer) นักการตลาดดิจิทัล ก็อปปี้ไรท์เตอร์

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการเขียนและออกแบบโปรแกรมต่าง ๆ ที่ดี อินเทรนด์อยู่เสมอ รู้จักการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซขั้นพื้นฐาน มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคออนไลน์เป็นอย่างดี

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

7. Event Management : การจัดการงานอีเวนท์

– งานที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบ วางแผน และจัดการงานอีเวนท์ตามความต้องการของลูกค้า

– เหมาะกับ : นักเข้าสังคมตัวยงที่รู้ว่าอะไรอินเทรนด์ อะไรที่กำลังเป็นกระแสในยุคนี้ นักคิด นักเจรจา และนักวางแผน

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการบริหารจัดการที่ดี มีความละเอียดในการวางแผน กว้างขวาง แก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง โดยเฉพาะในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการสร้างความประทับใจที่น่าจดจำและสัมผัสได้กับลูกค้าผ่านทางงานอีเวนท์ เพื่อเพิ่มภาพจำในทางบวกให้กับแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและกระตุ้นยอดขาย

ข้อดีของการเป็นเด็กจบใหม่ก็คือ คุณสามารถเลือกสายงานตามความถนัดและมีทางเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือการหาประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด และพยายามลองทำงานที่หลากหลายเพื่อดูว่างานใดที่เอื้อต่อการแสดงความสามารถของคุณได้เต็มที่ โลกอยู่ในกำมือคุณแล้ว

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการมอบหมายให้ Acrosure ออกแบบและพัฒนาระบบ ทิพยประกันภัยเปิดตัว “Tip Gateway, powered by Acrosure” ซึ่งเป็นระบบ “Self-serve Insurance API Gateway” ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Insure with Partner” ชูจุดเด่นอยู่ที่การเปิดให้ Tech Startup เข้ามาเชื่อมต่อด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนของการทำงานได้เป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถออกแบบความคุ้มครองในรูปแบบใหม่ๆที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้ตามที่ต้องการ พร้อมเผยโฉมห้อง “TIP Inspiration Chamber (TIP IC)” ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น “Innovative Co-Working Space” เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมของสตาร์ทอัพ

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจประกันภัยเป็นอย่างมาก การใช้กลยุทธ์ทำการตลาดจะต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลที่ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก รวมถึงทางบริษัทฯมีแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนทิพยประกันภัยให้ก้าวสู่การเป็น Digital Insurance Company อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ ประกอบกับปัจจุบันนี้ “สตาร์ทอัพ” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจประกันภัยเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนที่เป็นการขายกรมธรรม์และการให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย โดยทิพยประกันภัยได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงมีแผนที่จะสนับสนุนสตาร์ทอัพให้เป็นช่องทางใหม่ในการที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของทิพยประกันภัยในรูปแบบดิจิตอลได้จากทุกช่องทาง

ล่าสุด ทิพยประกันภัย ได้มอบหมายให้ Acrosure ทำการพัฒนาระบบ Insurance API Gateway ภายใต้ชื่อ TIP Gateway, powered by Acrosure เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับระบบประกันภัยเพื่อนำเสนอประกันให้กับลูกค้าได้จากระบบได้ทันที ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ง่าย มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว โดยทิพยประกันภัยถือเป็นบริษัทประกันรายแรกในโลก ที่เปิดให้บริการ Insurance API Gateway แบบ Self-Serve และพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านต่างๆให้กับสตาร์ทอัพทุกรายที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจร่วมกับทิพยประกันภัย

นอกจากนี้ทิพยประกันภัยยังเปิดตัวห้อง “TIP Inspiration Chamber (TIP IC)” ที่ถูกออกแบบมาด้วยคอนเซ็ปต์ Innovative Co-Working Space ภายในห้องเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย รองรับการใช้งานด้วยเทคโนโลยีต่างๆ โดยห้อง Inspiration Chamber ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ Tech Startup ได้เข้ามาใช้พื้นที่ในการบ่มเพาะความคิด รวมถึงพัฒนานวัตกรรม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพในมิติต่างๆ อาทิ Business Know-how และ Regulatory Requirement Support เป็นต้น เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการสร้างธุรกิจได้

ทางด้าน นายกิตติชัย จิรสุขานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Acrosure (อะโครชัวร์) จำกัด กล่าวว่า TIP Gateway, powered by Acrosure นี้เป็น Insurance API Gateway ที่มีเป้าหมายให้ธุรกิจสตาร์ทอัพ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเชื่อมต่อเพื่อสร้างแอปพลิเคชันให้บริการประกันในรูปแบบดิจิตอลได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ชุดคำสั่งยังถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีความปลอดภัยสูง และยังมีเครื่องมือที่จำเป็น อาทิ ระบบตรวจสอบข้อผิดพลาด ระบบรายงาน และส่งข้อมูลให้กับลูกค้าที่ครบครัน ซึ่งจะช่วยให้การเริ่มทำธุรกิจประกันเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

ระบบ TIP Gateway, powered by Acrosure พร้อมเป็น infrastructure ให้กับทุกสตาร์ทอัพที่ต้องการให้บริการประกันภัยหรือสร้างธุรกิจ InsurTech พร้อมช่วยออกแบบเงื่อนไขการประกันแบบใหม่ ๆ ให้ตรงตามความต้องการของแต่ละสตาร์ทอัพ โดยงานนี้ TIP Gateway ได้ทำการเปิดตัวความร่วมมือกับสตาร์ทอัพชั้นนำในไทย ได้แก่

– BUILK บริษัทด้านระบบบริหารธุรกิจก่อสร้าง ที่ทำให้ผู้รับเหมาสามารถซื้อประกันก่อสร้างได้จากภายในแอปพลิเคชั่น

– SHIPPOP บริษัทให้บริการส่งพัสดุ ที่ร่วมกับทิพยประกันภัยและ Acrosure ให้บริการประกันขนส่งสินค้าแบบรายเที่ยว ที่ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท

– Tourkrub ศูนย์รวมแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ให้บริการประกันท่องเที่ยวกับลูกค้าผ่านระบบของ Acrosure

– Drivemate ผู้ให้บริการรถเช่า ร่วมมือกับทิพยประกันภัยและ Acrosure ในการประกันรถให้กับผู้เช่า

 

– Cleverse เปิดตัวระบบซื้อผลิตภัณฑ์ของทิพยประกันภัย ผ่าน LINE ที่มีประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย ไม่ซ้ำซ้อน และอาศัย API ของ Acrosure ช่วยให้สามารถออกกรมธรรม์ได้ในทันที นายกิตติชัยกล่าว

TIP Gateway, powered by Acrosure นี้ถือเป็นการปฏิรูปธุรกิจประกันภัยครั้งสำคัญ และเป็นการเปิดโลกของการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจประกันภัยเข้ากับ Tech Startup ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ทิพยประกันภัยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance เต็มรูปแบบอย่างแท้จริง โดยผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acrosure.com

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าพลิกประวัติศาสตร์บทใหม่ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในเครื่องเสียงสำหรับครึ่งปีหลังของปีธุรกิจ 2561 ภายใต้แนวคิด “Discovery New Realm of Music Expression” นำทัพโดยกลุ่มเครื่องเสียงไฮเรสออดิโอระดับเรือธง ไฮเอนด์ Signature Series รุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยหูฟัง และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดใกล้เคียงกับต้นฉบับการบันทึกเสียง พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มกลุ่มหูฟังในกลุ่ม In-Ear Stage Monitor ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน และนักดนตรีมืออาชีพ เพื่อการถ่ายทอดเสียงดนตรีบนเวทีแสดงสดได้อย่างเที่ยงตรง ตลอดจนหูฟังไฮเรสออดิโอแบบ Noise Cancelling ลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass พร้อมด้วยวอล์คแมนรุ่นใหม่ และลำโพง Sound Bar ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงคุณภาพสุดคมชัดให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นไป

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนรักเสียงเพลงมาอย่างยาวนาน โซนี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดเสียงที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของนักฟังเพลงยุคใหม่อย่างตรงใจมาโดยตลอด และในวันนี้ โซนี่ได้ยกระดับนวัตกรรมการฟังเพลงให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอซีรี่ส์ระดับเรือธง “Signature Series” อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวเพิ่มอีก 2 รุ่น ประกอบด้วย หูฟังรุ่น IER-Z1R และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่น DMP-Z1 ให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของตลาดไฮเรสออดิโอที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นสุดยอดนวัตกรรมเครื่องเสียงที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่อันสุนทรีย์ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพสูง และในปีนี้โซนี่ยังได้ขยายไลน์หูฟังคุณภาพสูงในกลุ่ม In-ear Stage Monitor Headphones ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของโซนี่อิเลคทรอนิคส์และโซนี่มิวสิค ที่ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการปรับแต่งเสียงให้ได้คุณภาพเสียงที่คมชัด เที่ยงตรง ตามที่ผู้ผลิตเพลงต้องการอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ให้ทุกเส้นเสียงของดนตรีมีชีวิตชีวา สมจริงที่สุด และสร้างประสบการณ์พิเศษ มอบความสุขให้แก่คนรักเสียงเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสไตล์”

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องเสียงจากโซนี่ ประกอบด้วย

ผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio ในกลุ่ม Signature Series

นับเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอระดับพรีเมี่ยมซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นอย่างพิถิพิถันในทุกรายะเอียดด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโซนี่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Signature Series ประกอบด้วยหูฟัง IER-ZIR และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล DMP-Z1

• IER-Z1R – สุดยอดหูฟังแบบ In-ear ระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของตระกูล Signature Serise โดยจุดเด่นของ IER-Z1R นอกจากการเลือกใช้วัสดุเซอร์โคเนียมอัลลอยมาผลิตเป็นโครงสร้างหูฟังภายนอก ซึ่งมีความทนทานและหรูหราแล้ว นอกจากนี้ยังออกแบบให้ Face Plate สลักเป็นลาย Perlage ลักษณะเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรู พร้อมด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบ HD Hybrid Driver System ถึง 3 ไดร์เวอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยไดนามิก ไดร์เวอร์ขนาด 5 ม.ม.ซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยผลึกโพลีเมอร์เหลว ทำให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงที่กว้างถึง 3Hz-100,000 Hz ซึ่งเทียบชั้นได้กับหูฟังแบบครอบหูของโซนี่รุ่น MDR-Z1R เลยทีเดียว รวมถึงไดร์เวอร์ขนาด 12 ม.ม. ที่มีไดอะแฟรมทรงโดมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยเคลือบด้วยอลูมิเนียม และ Balanced Armature ที่มีไดอะแฟรมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยทำจากทองแดงเคลือบด้วยเงิน โดยทั้ง 3 ไดร์เวอร์ จะบรรจุอยู่ในโครงสร้าง Refined-Phase เพื่อให้เสียงที่ผสมผสานออกมี Phase Response ทั้งยังช่วยขจัดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย รวมทั้งมีสายสัญญาณขนาด 3.5 ม.ม. และสายสัญญาณแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าในเดือนธันวาคม 2561 ในราคา 69,990 บาท

• DMP-Z1 – เป็นสุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมภาคขยายเสียงสำหรับหูฟัง และยังเป็นเครื่องเล่นเพลงไฮเรสออดิโอรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเล่นเพลงทั่วไปเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การรองรับความละเอียดเสียงได้ถึงระดับไฮเรส ทั้งไฟล์ PCM ที่ความละเอียด 32 bit 384 kHz และ DSD ที่ความละเอียด 11.2 MHz ด้วยชิป AK4497EQ จาก Asahi Kasei จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานแบบ Dual DAC ต่อกับภาคขยายสำหรับหูฟังที่ใช้ชิป TPA6120A2 จาก Texas Instrument และมีตัวปรับความดังเสียงแบบอนาล็อกซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละช่องสัญญาณเสียงแบบ Balanced แต่ละช่องได้อย่างอิสระ เพื่อคงความบริสุทธิ์ของเสียงให้ได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกำลังขับหูฟังถึง 1,500 mW และใช้ระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Walkman Signature series แต่เพิ่มความสามารถทางด้านการประมวลเสียงใหม่ทั้ง DSD Remastering Engine ที่ทำการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลให้อยู่ในรูป DSD และยังมี Vinyl Processor ซึ่งจะจำลองลักษณะเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมี DSEE HX รุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกรูปแบบปรับแต่งที่เหมาะสมของเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติได้ ขณะที่โครงเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็น H-Shaped ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันสัญญาณรบกวน โดยมาพร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 256 GB และช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C และการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดปกติ และ 9 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง เปิดจอง Pre order รับสินค้าเดือนมกราคม 2562 ราคา 269,990 บาท

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor

เป็นครั้งแรกของโซนี่กับการพัฒนาหูฟังไฮเรสออดิโอ Stage Monitor ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น และไดร์เวอร์ขับเสียงตัวใหม่ที่โซนี่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงสำหรับงานแสดงสดบนเวทีหรือผลิตบทเพลงในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย IER-M9 และ IER-M7

· IER-M9 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการออกแบบ วิจัยและพัฒนาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง เสมือนได้รับฟังจากการแสดงดนตรีสดจากศิลปินนักร้องนักดนตรีหรือต้นฉบับบันทึกเสียงในสตูดิโอด้วย ไดร์เวอร์ Balanced Armature 5 ตัวที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย, Voice Coil เคลือบเงิน, ขั้วต่อเคลือบทองคำ ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงมีน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู มาพร้อมกับจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 39,990 บาท

· IER-M7 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature 4 ตัว ซึ่งที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู พร้อมจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 24,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Premium On-Ear Headphone

· MDR-Z7M2 – เป็นหูฟังสเตอริโอไฮเรสออดิโอแบบครอบหูระดับพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังแบบครอบหูในตระกูล Z7 ที่พัฒนาโดยนำเอาเทคโนโลยีจากความสำเร็จของหูฟัง Signature Series รุ่น MDR-Z1R ให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ไดอะแฟรมซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยอลูมิเนียม และควบคุมการขยับด้วยพลังแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมใช้แมกนีเซียมตรงบริเวณของส่วนโดมพร้อมปิดด้วยตะแกรงฉลุลายแบบโปร่งด้วยลวดลาย Fibonacci Pattern Grill ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความถี่สูงได้ถึง 100KHz ขณะที่ตัวหูฟังหุ้มหนังแท้ และแถบคาดศีรษะทำจากอลูมิเนียมอัลลอย จึงสวมใส่สบายและทนทาน มาพร้อมสายสัญญาณทั้งขนาด 3.5 ม.ม. และขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 29,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Noise Canceling Headphone

· WH-1000XM3 – หูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดจากตระกูล 1000X โดยเป็นครั้งแรกของหูฟังโซนี่ที่มีการใส่อนาล็อกแอมป์เข้าไปเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Cancelling Processor QN1 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนและเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 40 ม.ม. และวงจรประมวลผลที่แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 4 เท่า รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LDAC แบบ 32 bit, aptX และ AAC พร้อมกับภาคขยายเสียงแบบแยกส่วน ที่สำคัญยังเปลี่ยนพอร์ตใหม่มาเป็น USB-C เพื่อให้ประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม. เมื่อมีการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนไปพร้อมกัน โดยมีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 13,990 บาท

· WI-C600N – หูฟังไร้สาย in ear แบบคล้องคอ ที่จะทำให้คนรักเสียงดนตรีได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงสุดโปรดไปพร้อมกับการออกกำลังยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอล Digital Noise Cancelling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนขณะเดินทางหรือทำงาน ทั้งยังถ่ายทอดเสียงที่ชัดใส ด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 6 ม.ม. ทำให้สวมใส่ฟังเพลงได้สบายตลอดวัน โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน 6.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด Bluetooth และ Noise Cancelling มีให้เลือก 3 สี คือ ดำ, ขาว และน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายในช่วงมกราคม 2562 ในราคา 4,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ลำโพงไร้สายตระกูล Extra Bass

SRS-XB01 – ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพาที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัดในรูปทรงกลมมน และยังน้ำหนักเบาเพียง 160 กรัม เพื่อให้คุณพกพาเสียงเพลงไปกับการเดินทางทุกที่ได้อย่างสะดวก แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงเบสที่หนักแน่นและสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ EXTRA BASS และเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐานIPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไร้กังวลแม้ลำโพงคู่ใจจะเปียกน้ำ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรได้ตามความชื่นชอบในสไตล์คุณ รวมถึงมีไมโครโฟนในตัวเพื่อให้คุณสามารถรับสายจากสมาร์ทโฟนผ่านลำโพงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ ดำ, น้ำเงิน, ขาว, เขียว, เหลือง และชมพู เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 1,590 บาท

Life Space UX – Glass Sound Speakers

LSPX-S1 – ลำโพงแก้วไร้สายรุ่นแรกจากโซนี่ ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัยสอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ขณะเดียวกันยังได้รับการออกแบบให้เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างภายในห้องด้วยหลอด ฟิลาเมนท์ LED หรือแม้กระทั่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้องก็สวยงามมีสไตล์เช่นกัน โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา (Advanced Vertical Drive Technology) สร้างสุนทรีย์ภาพทางเสียงให้รอบบ้าน ทั้งยังมาพร้อมซัฟวูฟเฟอร์และลำโพงทวีตเตอร์ ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส ฟังสบาย เต็มอรรถรส พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และแอพพลิเคชั่น Music Center ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง โดยพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 34,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูล Walkman®

Walkman® NW-A50 Series – เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอคุณภาพสูงซีรีย์ใหม่ของโซนี่ ที่มาพร้อมกับรูปทรงขนาดกะทัดรัด ส่วนโครงเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม พร้อมการออกแบบได้อย่างหรูหรามีสไตล์ ให้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีชั้นเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดมากมาย อาทิ S-Master HX™ digital amplifier ที่จะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา พ่วงด้วยเทคโนโลยี DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ แบบใหม่ ที่จะช่วยขยายรายละเอียดของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution แบบอัตโนมัติ พร้อมสุดยอดฟังก์ชั่น DAC ใช้ร่วมกับสมารท์โฟนหรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้เสียง, ไดมามิค, รายละเอียดเสียงและ Sound stage ที่ดีขึ้น นอกจากนี้มาพร้อมกับ Bluetooth Receiver สะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ รองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA เพื่อให้การคุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่ สามารถเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth, NFC และ Qualcomm® aptX™ HD รวมทั้ง LDAC Technology
Walkman® NW-A50 Series มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นประกอบด้วย Walkman® NW-A55 และ NW-A56HN ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB และ 32GB ตามลำดับ พร้อมช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเก็บคลังเพลงโปรดของคุณ สามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง และไฟล์ MP3 ได้นานถึง 45 ชั่วโมง โดยรุ่น NW-A56HN มาพร้อมหูฟัง Noise cancelling แบบอินเอียที่มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound Mode) สำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสขณะเดียวกันยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก แถมยังรองรับการเล่นไฟล์เพลงรูปแบบใหม่อย่าง MQA อีกด้วย ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาดำ Grayish Black, สีฟ้า Moonlight Blue, สีแดงTwilight Red, สีเขียวอ่อน Horizon Green, และสีทอง Pale Gold เข้าคู่กับหูฟัง H.ear ลงตัวกับสไตล์ที่เป็นคุณ ทยอยวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม โดยรุ่น NW-A55 วางจำหน่ายราคา 7,490 บาท และรุ่น NW-56HN ราคา 10,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Home Entertainment

· HT-S700RF นับเป็นโฮมเธียเตอร์ชุดแรกที่ออกแบบมาในรูปแบบของลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมลำโพงคู่หลังทรงสูงแบบ Tallboy ตัวโลหะฝาครอบ (Metal Grill) ออกแบบในรูปทรงเพชรเพิ่มความหรูหรา สามารถจัดวางได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเสียงระบบเซอร์ราวด์แบบ 5.1ch ผ่านระบบลำโพงอันทรงพลังขนาด 1000 วัตต์ พร้อม Subwoofer และเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำมากมาย อาทิ S-Master Amplifier ที่จะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์เต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่หนักแน่นและคมชัดสมจริงที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งการฟังเสียงเพลงสุดโปรดระดับพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มอรรถรส ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีผ่านเทคโนโลยี Bluetooth เพื่อให้คุณรับความบันเทิงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมเพลงสุดโปรดจาก Music Center App ได้มากมายจากทุกมุมห้องได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมี HDMI ที่ช่วยให้การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างง่ายดาย พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ราคายังไม่กำหนด

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง High Power Audio System

MHC-V21D – หนึ่งในสุดยอดชุดเครื่องเสียง V-Series ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ด้วยจุดเด่นในการออกแบบลำโพงแบบมุม ช่วยในการกระจายเสียงในระยะที่กว้างขึ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์แนวตั้งขนาดกะทัดรัด พร้อมที่จับเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพาไปจัดปาร์ตี้ได้ทุกที่ มีเครื่องเล่น DVD ในตัว รองรับการเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน HDMI ARC และยังมาพร้อมกับระบบ Party Chain แบบไร้สายช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มสีสันด้วยลูกเล่น DJ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Music Center บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย ซึ่งสินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในราคา 5,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์

XAV-AX1000 – นวัตกรรมเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น apple car play รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขนาด 6.2 นิ้ว ที่มีความคมชัดและตอบสนองได้อย่าง ฉับไว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีทุกย่านความถี่ได้อย่างคมชัดและเบสทรงพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และ Dynamic Stage Organizer (DSO) รองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

XAV-AX3000 – เป็นเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์ ที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงขณะขับรถได้อย่างเต็มอรรถรสและสะดวกปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Andriod และ iOS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส ที่มีความบางและขนาดใหญ่ถึง 6.95 นิ้ว ให้ความคมชัดและตอบสนองได้อย่างฉับไว ทั้งยังสามารถสั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงมากมาย อาทิ EXTRA BASS และ Dynamic Stage Organizer (DSO) ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลากตามความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยกำลังขับเสียง 55 วัตต์ในตัว ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัดแม้จะเปิดเสียงดังก็ตาม รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

เชื่อว่าเหล่าเกมส์เมอร์ทั้งหลายต้องมีปัญหากับการเลือกจอเกมส์แบบที่ชอบแน่นอน เพราะคุณภาพกราฟฟิคเรื่องความละเอียดหน้าจอยังเป็นที่ถกเถีบงกันอยู่ว่าเล่นแบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบง่ายๆ 4K ต้องดีกว่าตามมาด้วยราคาที่รุนแรงพอสมควรทำให้ตลาดอยู่ในช่วงเติบโตกัน ทำให้ทางค่ายเกมส์ใหญ่อย่างสตีมได้มี ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K ซึ่งอะไรที่เป้นปัจจัยทำให้คนส่วนใหญ่เลือก 1080p มากกว่าเรื่องของราคาแล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง มาดูกันเลย

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ปัจจุบันความละเอียดหรือความคมชัดของภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราๆ มีอรรถรสและสนุกไปกับการเล่นเกมส์มากขึ้น และคงจะไม่กี่คนจริงๆ (ผู้เขียนกล้าคอนเฟิร์ม!) ที่จะไม่รู้จักหรือรันเกมส์ผ่าน Steam แพลตฟอร์ม/ร้านขายเกมส์ออนไลน์และแหล่งชุมชนขนาดยักษ์ ที่พวกเขายังทำตัวเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อเกมเมอร์สายพีซีที่ดี ด้วยการหมั่นทำแบบสอบถามต่างๆ ขึ้นเพื่อวัดและแสดงสถิติที่น่าสนใจทั้งหลาย และในครั้งนี้ เกี่ยวเนื่องกับจำนวนกราฟฟิกของความละเอียดภาพที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ปรับใช้กัน

โดยจากผลสำรวจนั้น พบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam จำนวนกว่า 63.72 % เล่นเกมส์ด้วยความละเอียดภาพ 1,920 x 1,080 (Full HD) รองลงมา 13.33 % ใช้ความละเอียด 1,366 x 768 (HD), 3.12 % เล่นที่ความละเอียด 2,560 x 1,440 (QHD) ในขณะที่อันดับสุดท้ายมีเพียงแค่ 1.14 % ใช้ความละเอียด 3,840 x 2,160 หรือ 4K นั่นเอง แต่กระนั่นเอง แม้เปอร์เซ็นต์ของความละเอียดหลังสุดอย่าง 4K จะมีน้อยมากๆ แต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และนักพัฒนาเกมส์ทั้งหลาย ต่างก็พยายามผลักดันและค่อยๆ ผลักดันให้เกมเมอร์ทั้งหลายสามารถเล่นเกมส์ที่มีภาพในระดับ 4K ได้ (อาทิ PlayStation 4 Pro เป็นต้น) นอกจากนี้อีกผลสำรวจที่แถมมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพวกเขาพบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam ในจำนวน 12.50 % ยังคงใช้กราฟฟิกการ์ด GeForce GTX 1060 รองลงมา 9.59 % ใช้ GTX 1050 Ti มีเพียงแค่ 2.23 % เท่านั้นที่ติดตั้ง GTX 1080 และการสำรวจของเหล่านี้ของ Steam เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยวิเคราะห์ว่าเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายใช้อะไรเพื่อสนุกกับเกมส์ที่พวกเขาเล่นอีกด้วย

 

ที่มา : www.digitaltrends.com

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

โซฟอส (SOPHOS) (LSE: SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทาง เปิดตัว Sophos Intercept X for Server ซึ่งเป็นระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการเรียนรู้ภัยคุกคามแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยให้การปกป้องภัยจากโลกไซเบอร์ด้วยวิวัฒนาการการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงข่ายประสาทเทียมที่เป็นการจำลองมาจากสมองของมนุษย์ (Neural Network) ของ SOPHOSผ่านการฝึกฝนมาจากกลุ่มตัวอย่างหลายร้อยล้านตัวอย่างเพื่อค้นหาต้นตอของโค้ดที่เป็นอันตรายและป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งนี้ จากการวิจัยโดยศูนย์วิจัยของSOPHOS (SophosLabs) ระบุว่า ร้อยละ 75 ของมัลแวร์ที่พบในองค์กรมักจะมีลักษณะเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับโจมตีองค์กรนั้นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ามัลแวร์ส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

การสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ของ SOPHOS พบว่า สองในสามของผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกผ่านทางช่องโหว่ (anti-exploit) คืออะไร ทำให้องค์กรเหล่านั้นมีความเสี่ยงในการโดนโจรกรรมข้อมูลได้ เมื่ออาชญากรไซเบอร์เข้ามาอยู่ในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาสามารถใช้เทคนิคในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายด้วยวิธีการเจาะเข้าไปยังช่องโหว่ที่พบของแต่ละเครื่องในองค์กร เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล (personally-identifiable information หรือ PII), ข้อมูลธนาคาร, ภาษี, บัญชีเงินเดือน, บันทึกทางการเงินอื่นๆ, ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นกรรมสิทธิ์, แอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปขายได้บน Dark Web (เว็บไซต์ที่ตั้งใจ ปกปิดข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในเชิงผิดกฎหมาย) หรือใช้เพื่อการโจมตีประเภทอื่นๆ โดยหวังประโยชน์ทางการเงินเป็นต้น นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ยังอาจได้รับความเสียหายจาก ransomware และการใช้ทรัพยากรของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ในการโจมตีเป้าหมายอื่น การโจมตีที่เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจมากกว่าการโจมตีบนอุปกรณ์ปลายทาง เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้

Deep Learning Neural Network

  • ใช้ Deep Learning Neural Network (เครือข่ายประสาทเทียมเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก) จาก Intercept X เพื่อตรวจจับมัลแวร์และแอพพลิเคชั่นที่ไม่พึงประสงค์ใหม่ๆ และที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้
  • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบหาความพยายามของภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วในการตรวจสอบไฟล์ว่า เป็นไฟล์ที่ปลอดภัย หรือ เป็นไฟล์ที่ฝังโค้ดอันตรายเอาไว้

Active Adversary Mitigation

  • ป้องกันระบบจากอาชญากรไซเบอร์และเทคนิคที่ทำการแฝงตัว ที่มักจะชอบใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับกับระบบป้องกันไวรัสแบบเดิมๆ
  • Credential Theft Protection ช่วยป้องกันการขโมยพาสเวิร์ดจากหน่วยความจำของเครื่อง, registry และหน่วยจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
  • Code Cave Utilization ตรวจจับการปรากฏตัวของโค้ดที่เป็นอันตราย ที่ถูกนำไปใช้แฝงไปกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป

Exploit Protection

  • ป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกหาประโยชน์โดยการโจมตีจากช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จัก
  • ปกป้องระบบจาก exploit kit ทั้ง browser, plugin หรือ java-based แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ทำการอัพเดทเพื่อปิดกั้นช่องโหว่(unpatched)ก็ตาม

 

Master Boot-Record Protection

  • WipeGuard คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี Anti-ransomware ของ Intercept X ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระบบจาก ransomware หลากหลายชนิด หรือโค้ดที่เป็นอันตรายที่พุ่งเป้าไปที่การเข้ารหัส Master Boot-Record ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้

Root Cause Analysis

  • เทคโนโลยีการตรวจจับและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะให้รายละเอียดที่ช่วยเหลือในการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด สามารถทราบถึงการโจมตีนั้นเข้ามาได้อย่างไรและสร้างความเสียหายต่อส่วนใดบ้าง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อไปหลังจากการวิเคราะห์การโจมตี เพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก

Cloud Workload Discovery for Server

  • ค้นหาและปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานบน public cloud ได้แก่ Microsoft Azure และ Amazon Web Services
  • ป้องกันความเสี่ยงจากการฉ้อฉลด้าน IT หรือทรัพย์สินที่ถูกลืม

คุณซูมิท บานซาล (Sumit Bansal) ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคอาเซียนและเกาหลีของ SOPHOS กล่าวว่า “บริษัทต่างๆ จัดเก็บข้อมูลสำคัญๆ ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็ทราบดี ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ถูกโจมตีและไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งองค์กรอาจได้รับผลกระทบ เมื่อถูกโจมตีแล้ว อาชญากรไซเบอร์สามารถเจาะลึกเข้าไปในเครือข่ายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น ลักลอบขโมยข้อมูลขององค์กรและใช้ข้อมูลที่ถูกโจรกรรมไปเพื่อทำการ spear-phishing หรือแม้กระทั่งขายต่อในราคาแพงบน Dark Web หรือเครือข่ายส่วนตัวของผู้ซื้อ”

นอกจากนี้ ผู้บุกรุกยังใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกเป็น Proxy เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายแทน และติดตั้ง Cryptominers บนกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรและในระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสามารถเข้ามาขโมยใช้ทรัพยกรเช่น CPU, RAM, ไฟฟ้าและทรัพยากรอื่นๆ ของบริษัท เพื่อใช้ในการขุดหา cryto-currencies โดยแรงจูงใจของอาชญากรไซเบอร์ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานจัดการเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรว่า มีข้อมูลอะไรที่สำคัญจัดเก็บไว้ภายในบ้าง หรือ เซิฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมายสามารถที่จะต่อยอดไปยังส่วนต่างๆเพิ่มเติมในองค์กรได้อย่างไร เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการก่ออาชญากรรมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกขั้นสูงที่ช่วยปกป้องระบบที่ไม่ได้รับการอัพเดทการโจมตีผ่านทางช่องโหว่  ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องคำนึงถึงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว

คุณซูมิท กล่าวอีกว่า “เซิร์ฟเวอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่มักถูกมองข้ามในกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางของหลายๆ บริษัท การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นในความสำเร็จของกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยเพื่อคลอบคลุมในทุกๆชั้นขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูล และเมื่อใช้ร่วมกันกับ Sophos Synchronized Security และการจัดการที่ง่ายดายจาก Sophos Central (Console) ของเรา ทำให้ Intercept X for Server เป็นส่วนเติมเต็มอันทรงพลังที่ช่วยปกป้องธุรกิจไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป”

ความจำเป็นในการป้องกันเซิร์ฟเวอร์มีอยู่ในองค์กรทุกขนาด โดยธุรกิจขนาดเล็กๆ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าองค์กรขนาดใหญ่กว่าที่มีทรัพยากรมากกว่า อย่างที่ คุณแฟรงค์ ดิคสัน (Frank Dickson) รองประธานฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยของ IDC กล่าวว่า “ตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากต้องมีการป้องกันในระดับเดียวกับขององค์กรขนาดใหญ่ แต่การป้องกันจะต้องใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าเสียดายที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมักถูกล่อลวงให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมและด้อยประสิทธิภาพในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อประหยัดต้นทุน ทำให้ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์สำหรับ SMB ต้องจัดหาระบบที่มีราคาน่าสนใจและเหมาะสมสำหรับแผนกไอทีที่มีขนาดเล็กหรือมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ”

ดิคสันกล่าวต่อว่า ด้วยแนวทางของSOPHOS “SOPHOSตอบโจทย์ด้านปัจจัยความสะดวกในการใช้งาน โดยการผนวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงบน Sophos Central ดังนั้นจึงมีแผงควบคุมเพียงหนึ่งเดียวให้ทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าจัดการระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-Premise หรือในระบบคลาวด์

Intercept X for Server ซึ่งเป็นโซลูชั่นใหม่ของ Sophos จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของเซิร์ฟเวอร์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Deep learning ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างชาญฉลาด, Anti-exploit เพื่อป้องกันการบุกรุก และเทคโนโลยีเด่นๆ ด้านอื่นๆ อีกทั้งเทคโนโลยี Anti-exploit สามารถครอบครองสิทธิสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น เพราะอาชญากรทางไซเบอร์มักใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ในการเจาะเข้าสู่ระบบ เนื่องจากในปัจจุบันมีชุดเครื่องมือเพื่อการบุกรุกที่พร้อมใช้และราคาไม่แพงขายใน Dark Web แม้แต่อาชญากรไซเบอร์ที่มีความชำนาญเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดการโจมตีที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ทำให้การปกป้องที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์และมีความทันสมัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

คุณไซมอน บาร์นส์ (Simon Barnes) หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของ Riverlite ใน St. Neots เมือง Cambridgeshire สหราชอาณาจักร และเป็นพาร์ทเนอร์ของ SOPHOS กล่าวว่า “SOPHOSเข้าใจว่าเซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องใช้เกณฑ์การรักษาความปลอดภัยเฉพาะของตนเอง เช่น คุณลักษณะการ lockdown ในโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบัน และความสามารถใหม่ในการค้นหาเวิร์คโหลดในระบบคลาวด์ ลูกค้าหลายรายของ Riverlite เป็นบริษัทที่ขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ซึ่งต้องการให้เราช่วยทำให้การติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์มีความปลอดภัยและปกป้องระบบจากการถูกบุกรุก การมีทรัพยากรในระบบคลาวด์หรือการโยกย้ายและใช้งานบน public cloud อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจใดก็ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่บรรดา Managed Service Provider (MSP) ต้องมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ ‘มองไม่เห็น’ เหล่านี้ ซึ่งหลายๆ ครั้งมักถูกละเลยได้ง่ายจากกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยโดยรวม ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การรักษาความปลอดภัยของบริษัทมีจุดอ่อน หากเซิร์ฟเวอร์ใดๆ ที่ไม่ได้รับการป้องกันถูกโจมตีก็อาจสร้างความหายนะให้ธุรกิจทั้งหมด เราจึงยินดีที่จะอัพเกรดและเพิ่ม Intercept X for Server เพื่อการรักษาความปลอดภัยของลูกค้าของเรา”

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

แน่นอนว่าไม่มีองค์กรไหนหรือบริษัทใดที่จะมีแต่พนักงานคนเดิม ชุดเดิมอยู่ทำงานตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน ตามวงจรชีวิตการทำงานก็จะมีทั้ง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน และพนักงานแบบ ฟรีแลนซ์ ขึ้นอยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ ตอบโจทย์ของพนักงานได้มากน้อยแค่ไหน เพราะพนักงานแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าเมื่อมีพนักงานเก่าก็ต้องมีพนักงานใหม่ บางองค์กรอาจจะไม่มีปัญหา แต่ในหลาย ๆ องค์กรกลับเกิดปัญหาระหว่างพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

ข้อดีของพนักงานใหม่

ช่วยแบ่งเบางาน เพราะเหตุผลหลักที่หลาย ๆ บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่ก็เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานภายในออฟฟิศนั่นเอง
ว่านอนสอนง่าย เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักใคร ย่อมไม่มีปากมีเสียง หรือไม่เป็นตัวตั้งตัวดีในการก่อปัญหากับคนอื่น ๆ แน่นอน
มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ หรือจะเป็นใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่นก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความคิดใหม่ ๆ ติดตัวมาเสมอ ส่วนหนึ่งด้วยความที่มาจากอีกองค์กรหนึ่ง มาจากอีกมุมองหนึ่งเลยเสมือนเป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ให้ทีมได้
กระตือรือร้น ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ย่อมมีไฟในการทำงานมากเป็นธรรมดา ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากน้องใหม่ในทีมจะสามารถทำงานได้เป็นตั้ง ๆ หรือสั่งอะไรก็สามารถทำให้ได้ทันที
เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เพราะด้วยความสด ความใหม่นั่นเองที่ทำให้พนักงานใหม่เปรียบเสมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ๆ และที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้ได้เร็วเสียด้วย
ข้อเสียของพนักงานใหม่

ประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์เลย ซึ่งเป็นข้อเสียที่มักจะพบได้บ่อย ๆ
เสียเวลาในการเทรน สำหรับน้อง ๆที่เพิ่งเรียนจบถือว่าต้องสอนกันยาวไหนจะการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบริษัท ไหนจะต้องเรียนรู้งานอีกกว่าจะสามารถทำงานได้เต็มที่จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม อย่างไรก็ต้องเสียเวลาในการปรับตัวกับองค์กรใหม่ เรียนรู้งานใหม่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งแม้จะเป็นงานในขอบเขตที่เหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจจะไม่เหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำไว้อยู่แล้ว ไหนจะค่าเทรนกว่าจะทำงานได้ดีอีก บริษัทก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย
ไม่แน่นอน บางครั้งฝ่ายบุคคลต้องประสบปัญหาพนักงานไม่มาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือตอบตกลงมาทำงานแล้วแต่ถึงเวลากลับไม่มาทำงาน หรือแม้แต่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ทน พอถึงระยะหนึ่งก็ลาออก ทำให้ต้องประกาศรับคนใหม่อีกแล้ว
ข้อดีของพนักงานเก่า

ทำให้งานราบรื่น ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์ ฉะนั้นจึงไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักแน่นอน
รู้งาน เพราะทำงานมานานสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้
รู้จักบริษัท รู้ประวัติความเป็นมาของบริษัท รู้ที่มาที่ไปและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร จึงสามารถปรับตัวให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด
มั่นคง ส่วนใหญ่พนักงานเก่ามักจะมีอายุงานนาน มักจะไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย
ข้อเสียของพนักงานเก่า

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า ทำให้บางครั้งตัวบริษัทไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกภายนอกได้ทัน ก็กลายเป็นองค์กรล้าสมัยไป
มีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่าทำให้พนักงานเก่ายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก จนปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
ความคิดไม่ค่อยสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งด้วยความที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ งานที่ออกมาจึงเป็นงานเดิม ๆ
หมดไฟ พนักงานเก่าหลาย ๆ คนเริ่มมีครอบครัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานน้อยลง บางคนทำงานหนักที่ออฟฟิศ กลับบ้านก็ต้องมาทำงานบ้าน ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว พอหัวตกถึงหมอนก็หลับเป็นตาย เช้าตื่นมาก็ไปทำงาน แล้วก็วนลูปอยู่อย่างนี้ทำให้ค่อย ๆ หมดไฟกับการทำงานไปในที่สุด
ตกลงใครสำคัญกว่ากัน?

มาถึงตรงนี้คงจะพอเล็งเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่ หรือพนักงานเก่าต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่าใครเป็นคนสำคัญเราขอตอบว่า “สำคัญเท่ากัน”

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแคมเปญ ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ (Super Brands Sale) ส่งหลากหลายสินค้าในราคาสุดพิเศษให้นักช้อปชาวไทยได้เลือกช้อปปิ้งตลอดสามวันเต็ม ระหว่างวันที่ 16 – 19 กรกฎาคมนี้ ที่ลาซมอลล์ (LazMall) อีกหนึ่งช่องทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่รวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงผู้ค้าที่ได้รับการรับรองไว้ด้วยกัน

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคมนี้ นักช้อปสามารถเข้าไปค้นหาสินค้าที่ชื่นชอบ รวมถึงดีลและส่วนลดที่ลาซาด้าเตรียมไว้ให้ แล้วเลือกไว้ในรายการโปรดพร้อมใส่ในตระกร้าสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนช้อปจริง

ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้าได้ร่วมกับแบรนด์สินค้ามากกว่า 60 แบรนด์ เพื่อมอบดีลและโปรโมชั่นสุดเร้าใจสำหรับนักช้อป ซึ่งแคมเปญนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคมด้วย ซุปเปอร์ แฟลชเซลส์ ซึ่งมีดีลมากกว่า 150 ดีลจากแบรนด์ชั้นนำ และยังมีช่วงเวลาลดราคาสุดพิเศษ 2 ช่วงต่อวันตลอดสามวัน โดยแบรนด์จะนำสินค้ามาลดราคาเพิ่มอีก 5 – 15 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าของลาซาด้าได้ช้อปสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำในราคาที่ดีที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ นักช้อปยังมีโอกาสได้รับโค้ดส่วนลดจากแบรนด์ที่ร่วมแคมเปญ รวมถึง ดีลห้าดาว ที่คัดสรรจากสินค้าที่ได้เรทติ้งห้าดาว และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่เดียวเท่านั้น

นักช้อปชาวไทย เตรียมพบกับดีลสุดพิเศษตลอดสามวัน อาทิ

ส่วนลดสูงสุด 50% จากเทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) และลดเพิ่มอีก 12% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ใช้โค้ดส่วนลด 15% เพื่อลดราคาสินค้าของซัมซุง (Samsung) โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ
ส่วนลดสูงสุด 50% จากสินค้าของลอรีอัล (L’Oreal) และลดเพิ่มเติมอีก 20% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟลดสูงสุด 50% เมื่อซื้อสินค้าคจาก เบบี้ เลิฟ (Baby Love)
นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด กล่าวว่า “ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้ามีขนาดใหญ่ขึ้นทุกปี เพราะลาซาด้าตั้งใจที่จะมอบสินค้าราคาพิเศษที่สุดให้กับนักช้อปชาวไทย ด้วยการนำเอาสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ และผู้ค้าที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียวกัน ทั้งยังมีส่วนลด โปรโมชั่น และแฟลชเซลส์ที่มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าของเราได้ราคาที่ดีที่สุดตลอดทั้งแคมเปญนี้ ทั้งนี้เพราะเรามุ่งมั่นในการนำเอาสินค้าและโปรโมชั่นที่พิเศษที่สุดมามอบให้กับลูกค้า เพื่อตอบแทนทุกคนที่เชื่อใจในลาซาด้า”

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

เลอโนโว ผู้นำยอดขายคอมพิวเตอร์อันดับ 1 จัดแคมเปญ Carnival Sale ขนสินค้าเรือธงตั้งแต่ Lenovo Ideapad, Lenovo Yoga, Lenovo Miix, Lenovo All in One และ Lenovo Legion ด้วยงาน Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ เอาใจคอโน๊ตบุ๊คทุกท่านที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์สเปคแรง ในราคาโดนใจ พร้อมส่วนลด และของแถมมากมาย ที่งาน Commart ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2561 ที่บูธ เลอโนโว P3 Zone Plenary Hall ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์รุ่นที่ร่วมรายการในงาน Commart รับฟรี! หูฟัง JBL*, Lenovo Wireless Mouse*, กระเป๋าเป้ Targus*, Creative Speaker*, และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

Carnival Sale ขนสินค้าราคาพิเศษ พร้อมของแถมสุดคุ้มที่งาน Commart 2018

ไฮไลท์โปรโมชั่นสุดพิเศษ

  • รับฟรี Lenovo 300 Wireless Mouse มูลค่า 490 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Ideapad 330S โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยวัสดุอะลูมิเนียม หน้าจอคมชัดความละเอียดระดับ Full HD ขนาด 14 นิ้ว บางสุดเพียง 5.7 มิลลิเมตร ถ่ายทอดประสบการณ์ความบันเทิงและการทำงานได้อย่างไม่มีสะดุด ด้วยชิปประมวลผล Intel® Core i7 และระบบปฎิบัติการ Windows 10 แท้
  • รับฟรี JBL Bluetooth Headset มูลค่า 2,490 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Yoga 530 โน๊ตบุ๊คเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นครอบคลุมถึง 360 องศา ให้คุณปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระ 4 รูปแบบ พร้อมหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขุมพลัง Intel® Core i7 พร้อมรองรับระบบความปลอดภัยแบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ให้ประสิทธิภาพการทำงานอย่างไร้ที่ติเพียงเครื่องเดียวในราคาสุดคุ้ม
  • รับฟรี กระเป๋าเป้ Targus TSB906 มูลค่า 1,390 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Miix 520 โน้ตบุ๊ตแบบ 2-in-1 กับความโดดเด่นทั้งประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา Active Pen 2 ที่ทำให้ท่านสามารถขีดเขียนบนจอได้อย่างอิสระ ถ้าหากต้องการจะพักผ่อนแบบสบาย ๆ เพียงแค่ถอดคีย์บอร์ดออกมา เพื่อปรับไปใช้งานเป็นแท็บเล็ตหน้าจอขนาด 12 นิ้ว ตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา
  • รับฟรี Creative Speaker Sbs A120 มูลค่า 690 บาท เมื่อซื้อ Lenovo All-in-One 520 ที่มาพร้อมการออกแบบที่ลงตัวสวยงามดุจเฟอนิเจอร์ ในขนาดที่กะทัดรัดมีให้เลือกทั้งจอภาพขนาด 21.5 และ 23 นิ้ว บนจอภาพระบบสัมผัสแบบไร้ขอบ ความละเอียดระดับ FHD IPS เหมาะสำหรับทั้งทำงานหรือเพื่อความบันเทิงได้ดั่งใจ
  • รับฟรี Lenovo Legion M200 Mouse มูลค่า 900 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y520 Tower พีซีคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่วงการพีซีเกมมิ่ง ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการสตรีมมิ่งเกมสดผ่าน Mixer อย่าง DirectX® 12 อัตราเฟรมที่ไม่จำกัด อีกทั้งรองรับระบบการใช้งาน VR-ready ให้ประสิทธิภาพการแสดงผลกราฟฟิกและความเร็วอย่างดี
  • รับฟรี Lenovo Legion M200 Mouse มูลค่า 900 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y520 Laptop เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ครบครันในทุกฟังก์ชัน จอขนาด 15.6 นิ้ว ขุมพลังแรงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเล่นเกมอย่างจุใจ ด้วยซีพียู 7th Gen Intel® Core i7 พร้อมคีย์บอร์ดแบบ Backlit และลำโพงHerman พร้อมระบบเสียง Dolby Audio Premium เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมสุดมันส์
  • รับฟรี Xbox 360 Wireless Controller มูลค่า 2,690 บาท เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y720 Laptop โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมได้เป็นอย่าง ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 รองรับระบบการประมวลผลได้จนถึงสูงสุดที่ Intel® Core™ i7-7700K และอุปกรณ์เสริมหน่วยความจำ Intel Optane™ ความจุ 16GB เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ รวมไปถึงกราฟฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GTX 1070 8GB สามารถจัดการกับเกมใดๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพ และภาพที่เหมือนจริงในการเล่น เพื่อเอาชนะการต่อสู้ได้อย่างมั่นใจ

ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสอบถามโปรโมชั่นโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์รุ่นอื่นๆที่ร่วมรายการได้ที่งาน Commart ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2561 ที่บูธ เลอโนโว P3 Zone Plenary Hall ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018 (2018 World’s Most Ethical Companies) จากสถาบันอิธิสเฟียร์ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการนิยามและยกระดับมาตรฐานด้านวิธีปฏิบัติทางธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องในเรื่องดังกล่าวติดต่อกันถึง 8 ปีซ้อน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการขนานนาม ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจรรยาบรรณ

ทำเนียบบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงสุดในโลกประจำปี เกิดขึ้นในปี 2006 จากการรวบรวมรายชื่อบริษัทอันทรงเกียรติที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นผู้นำที่มีจรรยาบรรณในอุตสาหกรรมนั้นๆ ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านพฤติกรรมองค์กร ทั้งในเรื่องสิ่งถูกต้องที่พึงปฏิบัติ และกลยุทธ์ที่สร้างประสิทธิผลในระยะยาว โดยมีการประเมินใน 5 เรื่องได้แก่ โปรแกรมด้านจริยธรรมและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้อง การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate citizenship and responsibility) วัฒนธรรมด้านจรรยาบรรณ ธรรมาภิบาลและความเป็นผู้นำ รวมถึงนวัตกรรมและการมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยในปี 2018 มีรายชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 135 บริษัท จาก 23 ประเทศ (มีเพียง 3 บริษัทที่มาจากประเทศฝรั่งเศส) และจาก 57 อุตสาหกรรม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องติดต่อกันถึง 8 ปี

สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค รางวัลในปีนี้ยังคงมีความสำคัญมากเทียบเท่ากับ 8 ปีที่ได้รับติดต่อกันมาตั้งแต่ปีแรก นายเอ็มมานูเอล บาโบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ดูแลด้านการเงินและกฎหมาย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขยายความว่า “การได้รับการยกย่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทในการเดินหน้าตามกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์กรของเรา พร้อมกับการมอบสิ่งที่ผู้มีส่วนร่วมในองค์กรทั้งหมดคาดหวังจากเรา คือการรับประกันถึงนวัตกรรมด้านโซลูชั่น ที่เกิดจากการที่พนักงานบริษัทรู้สึกภาคภูมิใจในการได้มีส่วนร่วมดังกล่าว ดังนั้นหลักจรรยาบรรณที่เรายึดถือปฏิบัติจึงยิ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับลูกค้า”

ทิโมธี เออบลิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อิธิสเฟียร์ เสริมว่า “ในปีที่ผ่านมา คือ ปี 2017 วาทกรรมทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยลึกซึ้ง เสียงสนับสนุนก็เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง บรรดาองค์กรระดับโลกที่มีกฏระเบียบบังคับด้านกฏหมายคล้องจองไปในทิศทางเดียวกัน ก็กลายเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเงื่อนไขของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้ เราเห็นบรรดาบริษัทต่างหาเสียงสนับสนุนกันมากขึ้น ดังนั้นการจัดอันดับบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นถึงแบบอย่างของผู้นำ พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีกับทุกคนในชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่มีจรรยาบรรณสูงที่สุดในโลก”

คำมั่นสัญญาต่อจรรยาบรรณและความรับผิดชอบสำคัญและส่งผลในวงกว้าง สะท้อนได้จากการกระทำ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้กำหนดจรรยาบรรณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ไว้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ ในการสร้างคำมั่นสัญญาเพื่อสร้างมาตรฐานสูงสุด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด โดยมีการนำเสนอเป็นหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ปี 2002 สำหรับเป็นแนวทางให้กับพนักงานของเราทั่วโลก บริษัทฯ เป็นผู้นำพาความริเริ่มทั้งภายในองค์กรและอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอยู่อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่มีให้เห็น อย่างเช่นในปี 2017 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เริ่มนำโมดูลใหม่ด้าน e-training หรือการฝึกอบรมผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ และการฝึกอบรมแบบเห็นหน้า มาช่วยในการสร้างความมั่นใจในเรื่องของหลักคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ ในสถานการณ์ที่พนักงานแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการคอรัปชั่น และเพื่อขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงเรื่องของความรับผิดชอบ บริษัทได้มีการเปิดตัวโปรแกรมการมอนิเตอร์ซัพพลายเออร์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงภาระรับผิดชอบในส่วนซัพพลายเชนว่าด้วยการปกป้องสภาพแวดล้อม และสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังได้ออกแบบโปรแกรม Responsibility & Ethics Dynamics เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นพยายามของพนักงานในการยึดถือหลักปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบและช่วยบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการป้องกัน ตลอดจนคำการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสืบสวนและควบคุม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าว ยังใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพเรื่องของจรรยาบรรณ ตามบารอมิเตอร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ว่าด้วยเรื่องของโลกและสังคม ทั้งนี้ จากการเผยแพร่ผลงานล่าสุด (ไตรมาสที่ 3 ปี 2017) ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนในเรื่องภาระรับผิดชอบด้านซัพพลายเชน โดย 84.6 เปอร์เซ็นต์ของซัพพลายเออร์ดำเนินการได้สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 26000 จากเดิมปี 2015 ได้เพียง 48 เปอร์เซ็นเท่านั้น ในขณะที่ 88.7% ของกลุ่มกิจการได้ผ่านการประเมินด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบภายในของ บริษัท เทียบกับช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 79%

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

สงกรานต์นับเป็นเทศกาลสำคัญของไทย แม้จะผ่านข้ามเวลามาสู่ยุคใดก็ตาม ยังคงเป็นเทศกาลที่ทุกครัวเรือนให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่ยังเป็นวันของครอบครัวด้วย บางครอบครัวยังถือว่าเป็นวันแห่งการพักผ่อนประจำปี ในการพาครอบครัวไปพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และต้องจากบ้านเป็นระยะเวลานาน สร้างความกังวลอยู่ไม่น้อย เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ ปัจจุบันเป็นยุค 4.0 เราก็ใช้ชีวิต แบบ 4.0 กับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มความปลอดภัยให้เราได้คลายกังวล แต่ควรต้องรู้ก่อนที่จะ “วางใจ” เมื่อปิดบ้านยาวหลายวัน กับการฝากบ้านไว้กับเทคโนโลยี

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้

เผยเคล็ดลับการฝากบ้านไว้ กับเทคโนโลยีวางใจปิดบ้านยาวๆ กับชีวิต 4.0

ยูพีเอส (UPS) หรืออุปกรณ์สำรองไฟ สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่มีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์หลายชิ้นที่นำมาช่วยอำนวยความสะดวก เพราะเมื่อเกิดไฟดับ อุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่สามารถใช้งานได้เลย ยูพีเอสจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องตระเตรียมเอาไว้ ช่วยให้สามารถวางใจได้ว่าอุปกรณ์ไอทีต่างๆ จะมีพลังงานหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะต้องเตรียมเอาไว้กี่ตัวนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของ UPS และจำนวนอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อเชื่อม รวมไปถึงผู้ใช้งานต้องประเมินความเสี่ยงในพื้นที่นั้นๆ ว่า ถ้าไฟดับโดยปกติจะดับประมาณกี่นาที อย่างไรก็ตาม การเลือกยูพีเอสควรเลือกแบบที่ได้มาตรฐานสากล มีตัวปรับแรงดันไฟฟ้า ป้องกันไฟกระชาก เพื่อถนอมอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ใช้นานๆ ถ้ามี PowerChute™ Personal Edition จะช่วยให้เราสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะของ UPS ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ ตัวอย่างเช่น ยูพีเอสของ APC จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะมีซอฟต์แวร์ PowerChute™ Personal Edition มาให้ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ดังนั้น UPS ที่มีความฉลาด จะมีบทบาทสำคัญสำหรับบ้านยุค 4.0 และเพื่อให้อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ดำเนินการได้โดยไม่สะดุด เช่น ไวไฟเร้าเตอร์ หากมีการสะดุดเมื่อไร อุปกรณ์อื่นๆ ก็จะสะดุดตามเช่นกัน

ไวไฟเร้าเตอร์ อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น กล้อง IP Camera ในปัจจุบันล้วนต้องต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต และมาแสดงผลในสมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ต เพื่อให้สามารถสั่งงานและมอนิเตอร์ได้อย่างใกล้ชิดและเรียลไทม์ ดังนั้นก่อนปิดบ้านยาวควรมีการปิด พักเครื่องไวไฟเร้าเตอร์สักครู่ แล้วค่อยเปิดขึ้นใหม่ ป้องกันปัญหาเครื่องร้อนจนแฮงค์ไปเองในระหว่างที่ไม่อยู่บ้าน ที่สำคัญควรมีการติดตั้งผ่านอุปกรณ์สำรองไฟหรือ UPS เพื่อให้เครื่องไวไฟเร้าเตอร์สามารถปล่อยสัญญาณไวไฟได้อย่างต่อเนื่องแม้ช่วงเวลาไฟดับ และเพื่อให้อุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ ที่ต้องสื่อสารผ่านไวไฟสามารถรับสัญญาณได้ตลอดเวลา

กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดในปัจจุบันหาซื้อง่ายและเป็นที่นิยมโดยเฉพาะ IP Camera เพราะติดตั้งได้สะดวก สามารถดูข้อมูลที่ไหนก็ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เราสามารถตรวจตรารอบบ้านได้ แม้อยู่ห่างไกล เพราะหากไฟดับ เราจะไม่สามารถ

มอนิเตอร์ได้ ดังนั้น กล้องวงจรปิดจึงเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ต้องติดตั้งผ่าน UPS เพื่อให้มีพลังงานหมุนเวียนอยู่ตลอด และควรตรวจเช็คการเชื่อมต่อ ทดสอบดูผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนออกจากบ้าน

เครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์อีกทางเลือกหนึ่งของคนรักสัตว์ ที่จำเป็นต้องให้อยู่บ้านเพียงลำพัง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้สามารถสั่งงานเพื่อให้อาหารผ่านสมาร์ทโฟนได้ บางรุ่นมาพร้อมความสามารถให้ผู้ใช้งานหรือเจ้าของพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ และเพื่อความแน่ใจว่าเครื่องจะไม่ทำงานผิดพลาดควรมีการตรวจเช็คความพร้อมของอุปกรณ์และปริมาณอาหารให้เพียงพอ รวมถึงตรวจเช็คแบตเตอรี่ที่มาพร้อมเครื่องให้เรียบร้อย และเพื่อป้องกันความผิดพลาด ควรติดตั้งยูพีเอสเอาไว้ก่อนกับอุปกรณ์ไวไฟเร้าเตอร์ในบ้าน

เครื่องปั๊มออกซิเจนสำหรับสัตว์น้ำ หากใครเลี้ยงปลาตู้ราคาแพง ควรตรวจเช็คระบบการผลิตออกซิเจนและสายยางให้ดีว่าไม่มีอะไรเข้าไปติด เครื่องปั๊มไม่มีเสียงดังจนผิดสังเกต ถ้าเป็นไปได้ควรต่อเชื่อมกับยูพีเอส เมื่อเกิดกรณีไฟดับ ไฟตก ที่สำคัญควรถามผู้เชี่ยวชาญว่าเครื่องปั๊มออกซิเจนที่ใช้ เหมาะกับ UPS รุ่นใด และควรประเมินถึงระยะเวลาในการสำรองไฟด้วย

ระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ และอุปกรณ์ตั้งเวลารดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ สำหรับบ้านที่มีสวนสุดรัก แม้อากาศในประเทศไทยจะเดาได้ยากว่าหน้าร้อนจะมีฝนตกไหม แต่เราคิดไว้ก่อนว่าฝนคงไม่ตก เราจะได้เตรียมการตั้งเวลาให้เครื่องรดน้ำอัตโนมัติรดน้ำในช่วงเวลาที่เราต้องการได้ ซึ่งอาจต้องตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมีอะไรอุดตันไหม ระบบตั้งเวลาใช้งานดีอยู่ไม่ติดขัด

ระบบสัญญาณกันขโมย เป็นอีกระบบที่มีการพัฒนาถึงขั้นแจ้งเตือนผ่านทางสมาร์ทโฟน รวมไปถึงรองรับซิมการ์ด หรือเชื่อมต่อผ่านสัญญาณไวไฟได้ ปัจจุบันมีการนำมาขายอย่างแพร่หลาย ระบบจะส่งเสียงดังหรือให้แสงสว่างเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างวิ่งผ่านเซ็นเซอร์ หรือคุยตอบโต้กับผู้บุกรุก โดยก่อนจะปิดบ้านระยะเวลานาน ควรตรวจสอบระบบเหล่านี้ รวมถึงแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้ในช่วงเวลาที่เราไม่อยู่ นอกจากการเลือกใช้ระบบสัญญาณกันขโมย เราอาจสร้างวิธีการของเราเพื่อหลอกมิจฉาชีพว่าอยู่บ้านได้เช่น ตั้งเวลาเปิด/ปิดทีวี ม่านไฟฟ้า หรือ เปิดเพลงเสียงให้ดังควบคู่กันไปอีกด้วย

ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ หรือ โฮมออโตเมชั่น นับเป็นระบบที่เหมาะสำหรับบ้านยุค 4.0 ที่ต้องการฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายด้วยการเชื่อมโยงอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เข้าด้วยกันสามารถดูผ่านแอปพลิเคชั่นเดียวได้เลย ให้ความครบเครื่องเรื่องความสะดวกและความปลอดภัยในการจัดการบ้านยุคดิจิทัล ผู้ใช้สามารถสั่งเปิด-ปิด ตั้งค่าให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อัตโนมัติ และควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต ได้ เช่น ระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง สมาร์ททีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ระบบม่าน กล้อง CCTV หรือ IP Camera ระบบกันขโมย และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ พร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อและทำงานผสานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่นเครื่องให้อาหารสัตว์ หรือจะเพิ่มเติมเทคโนโลยีบางส่วนเพื่อพูดคุย แบบเห็นหน้ากับสัตว์เลี้ยงของตนเอง เมื่อเวลาคิดถึง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงไม่

เหงา อีกทั้งยังง่ายในการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาเยี่ยม จะมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามายังสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต เราสามารถดูผ่านระบบออนไลน์ได้เลย ขณะที่ผู้มาเยี่ยมจะพูดคุยกับเราผ่านวีดีโอดอร์โฟน ซึ่งเป็นระบบควบคุมการเข้า-ออกบ้าน นอกจากนี้ หากขณะที่เราไม่อยู่บ้าน และมีผู้บุกรุก เราก็จะรู้ได้ในทันที ซึ่งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ยังสามารถเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ

เทคโนโลยีเหล่านี้หลายท่านอาจจะมองว่ายุ่งยากและจะวางใจได้แค่ไหน แต่สำหรับระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ เช่น Wiser Home Control ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้ต้องการใช้งานสามารถแจ้งความต้องการของท่านกับผู้วางระบบได้ว่าต้องการให้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในเรื่องใดบ้าง ซึ่งเป็นการง่ายกว่าที่ต้องศึกษาเทคโนโลยีด้วยตัวเองที่มีมากมายในยุค 4.0 นี้