WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games (www.wcg.com) ประกาศจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับงาน WCG (World Cyber Games) ที่จะกลับมาอีกครั้งในต้นปีหน้า WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก ซึ่งประวัติความเป็นมาของ WCG ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2000 และได้กลายเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตามหลังจากการแข่งขัน WCG ในปี 2013 ที่เมือง Kunshan ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สิ้นสุดลง การจัดการแข่งขัน WCG ได้ว่างเว้นไปยาวนานถึง 4 ปี จนกระทั่งถึง ปี 2017 นี้ ทาง Smilegate Holding ได้รับสิทธิในการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมงานโดยมุ่งเน้นการผสมผสานกันระหว่างเกม เทคโนโลยียุคดิจิทัลและ ดนตรีให้หล่อหลอมรวมกันอย่างลงตัวและพิเศษสุดอีกด้วย

WCG 2018: มิติใหม่ของมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

WCG 2018 มิติใหม่ของ มหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก

โดยภายใต้ธีมในการจัดงานคือ “Global E-Sports Festival for a Better World” ซึ่งการจัดการแข่งขัน WCG 2018 จะแสดงให้เห็นถึง “ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา” ของผู้เข้าแข่งขันประเภทต่างๆ รวมถึงการแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ และการแสดงดนตรีประเภท Live กระจายอยู่ในโซนงาน นอกจากนั้นแล้วการจัดการแข่งขัน WCG ที่จะถึงนี้ จะมุ่งเน้นการยกระดับการจัดงาน ให้เป็น “มหกรรมการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก” เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทุกระดับวัย ในการแข่งขันอีสปอร์ตมากขึ้น รวมถึงการผลักดันให้เกิดทัศนคติในด้านบวกในการเล่นเกม โดยการเล่นเกมที่ถูกวิธี และมีวินัยในตนเองจะทำให้ผู้เล่นมีความสุข อิ่มเอมใจ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ดีแก่สังคม อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมในเรื่องน้ำใจของนักกีฬา ในการรู้แพ้รู้ชนะอีกด้วย

“ในการเล่นเกมที่ดีนั้นย่อมสามารถส่งเสริมบุคคลกรที่มีคุณภาพได้เช่นกัน” กล่าวโดย คุณค็อน ฮ็อกบิน ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games ตัวอย่างผู้เล่นเกมอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในชีวิต อาทิ คุณเกลลูม แพทรี่ อดีตผู้แข่งขันเกมระดับอาชีพ (รองชนะเลิศ ในการแข่งขันเกม StarCraft เมื่อปี 2003) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาการจัดการแข่งขันใน
ครั้งนี้

และอีกหนึ่งอดีตผู้แข่งขันเกมส์ระดับอาชีพอย่าง คุณจีออน ยง-จุน ซึ่งปัจจุบันเป็น ผู้ประกาศทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงเป็นนักแคสเกมให้กับสื่อโทรทัศน์ ช่อง OGN

ในส่วนของไฮไลท์ของงาน WCG 2018 นั้นคือการผสมผสานระหว่างการเล่นเกมและดนตรีเข้าด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็น 4 โซน อาทิ Super Arena ซึ่งจะเป็นที่จัดการแข่งขันอีสปอร์ต, New Horizons นำเสนอการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวล้ำนำสมัย, Festival โซนกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม (คอนเสิร์ต การแสดงดนตรีต่างๆ) และโซนสุดท้าย Fan Stadium ซึ่งเป็นโซนนิทรรศการ

สำหรับโซน Super Arena จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองระดับคือ ระดับ Master และ Premium ในระดับ Master นั้น จะเป็นการแข่งขันเกมต่างๆ อันเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และในระดับพรีเมี่ยมจะเป็นเกมการแข่งขันที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค โดยเกม DOTA 2, Counter-Strike และ Heroes of Newerth จะถูกนำมาอยู่ในการแข่งขันระดับ Master ส่วนรายละเอียดเกมอื่นๆ จะมีการอัพเดทต่อไปในอนาคตอันใกล้

ในโซนของ New Horizons จะจัดให้มีการแสดงนวัตกรรมล้ำยุคล้ำสมัย แสดงถึงโลกยุคดิจิทัลที่ไร้ขีดจำกัด โซนดังกล่าว จะประกอบไปด้วยเกมที่มีการประยุกต์ใช้ Virtual Reality (VR) และ Drones จากผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Drones ที่จะนำมาโชว์ รวมไปถึง DJI Drones ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิต Drones ชั้นนำของโลก นอกจากนั้นแล้ว ยังมีทัวร์นาเมนท์การแข่งขัน Drone Champions League (DCL) อีกด้วย และเพื่อผลักดันให้งานเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของการจัดการแข่งขัน นั่นคือ การผลักดันทัวร์นาเมนท์การแข่งขันให้เข้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ในโซนนี้ จะมีการจัดผู้เล่น Drones ที่ดีที่สุดในโลกเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้นแล้ว HTC Vive จะถูกประกอบในฐานะ VR Partner

ในส่วนของโซน Festival นั้น จะมีการแสดงงานดนตรี ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เชิงดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกิจกรรม “กระทบไหล่ Celeb.” ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับทีมงาน Cosplay “Spiral Cats” รวมถึงชมการแสดงคอนเสิร์ตของดีเจชื่อดังอย่าง Steve Aoki นอกจากนั้นแล้ว ภายในโซนนี้ ยังมีกิจกรรม TED Talks ซึ่งจะมีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาอีสปอร์ต และทิศทาง ของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

เลอโนโว เปิดตัว สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่อัดแน่นด้วยสเปกเหนือคำบรรยายทั้งกล้องหลังแบบคู่ แบตเตอรี่ทรงพลังอึดนานถึง 2 วัน และระบบปฏิบัติการ Pure Android Nougat ให้การทำงานลื่นไหลเต็มประสิทธิภาพ

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

สมาร์ทโฟน Lenovo K8 Plus ที่โดดเด่นทั้งกล้องหลังคู่และสเปก

เก็บภาพทุกรายละเอียดพร้อมความประทับใจด้วยกล้องหลังแบบคู่ โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียดถึง 13MP พร้อมเซนเซอร์แบบ Purecell Plus ทำงานคู่กับกล้องที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเซนเซอร์เพื่อให้รูปได้ความชัดลึกความละเอียดที่ 5MP ด้วยเลนส์คุณภาพจาก Largan precision ทำให้คุณได้ภาพชัดระดับโปรพร้อมเอฟเฟคโบเก้ โดยสามารถปรับค่ารูรับแสงได้กว้างสูงสุดถึง F/0.8 ควบคู่กับเทคโนโลยี Imagiq V2 0.8 -5.6 focal ratio รวมทั้งโหมดโปรตั้งค่ากล้องทำให้คุณได้ภาพที่น่าทึ่งไม่แพ้กล้อง DSLR ส่วนกล้องหน้าดีไซน์มาให้เซลฟี่ได้ดั่งใจด้วยความละเอียดถึง 8MP มาพร้อมไฟแฟลชสำหรับเซลฟี่ทุกสภาพแสงและโหมดโปร ช่วยให้ภาพของคุณออกมาสวยสะดุดตายิ่งขึ้น

Lenovo K8 Plus ให้การทำงานที่มีเสถียรภาพสูงจากระบบปฏิบัติการ Pure Android 7.1.1 Nougat มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานแบบมัลติวินโดวส์ สามารถสลับแอพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว และจำกัดการใช้งานดาต้าได้ด้วยตัวคุณเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ทรงพลัง มีความจุสูงถึง 4,000 mAh รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง สามารถรับชมวีดีโอได้นานถึง 20 ชั่งโมง หรือเล่นอินเตอร์เน็ตได้ไม่อั้นยาวนาน 13 ชั่วโมง อีกทั้งมาพร้อมระบบชาร์จที่รวดเร็ว พร้อมใช้งานได้ในเพียงไม่กี่นาทีของการชาร์จ ช่วยให้คุณประหยัดเวลาการชาร์จได้อย่างชัดเจน

ตัวเครื่องดีไซน์โลหะสวยงามทนทานพร้อมหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ป้องกันรอยขีดข่วนด้วยกระจกจาก Corning® Gorilla® Glass ตอบโจทย์ประสบการณ์ทางความบันเทิงที่เหนือระดับด้วยระบบเสียงแบบ Dolby Atmos® ให้คุณภาพเสียงคมชัดรอบทิศทาง และรองรับเทคโนโลยี VR ให้คุณสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง เต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างเต็มที่ด้วยหน่วยความจำที่ 32GB ซึ่งสามารถเพิ่มได้ด้วย Micro SD Card อีกถึง 128GB ที่ให้ความปลอดภัยและสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบสแกนลายนิ่วมือ Lenovo K8 Plus พร้อมระบบการใช้งานแบบ Dual- SIM รองรับการเชื่อมต่อความเร็วบนเครือข่าย 4G/3G, Voice over LTE, Wi-Fi, GPS และ Bluetooth ให้ความปลอดภัยและสะดวกกว่าเดิมด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ

ราคา และ การจัดจำหน่าย
Lenovo K8 Plus วางจำหน่าย 2 สีให้เลือกได้แก่ Vemon Black และ Fine Gold โดยวางจำหน่ายพิเศษเฉพาะที่เว็บไซต์ Lazada เท่านั้น! ในราคาจำน่ายที่ 7,990 บาท

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 – 6 มาสถิตที่ iflix ได้แล้ววันนี้

ไอฟลิกซ์ (iflix) ผู้ให้บริการสตรีมและดาวน์โหลดซีรีส์และหนังชั้นนำในโลก จัดเต็มมหากาพย์ภาพยนตร์ “สตาร์ วอร์ส” ทั้ง 6 ภาค แบบบรรยายไทยและพากย์ไทยมาให้สมาชิกไอฟลิกซ์ไทยได้สนุกกับตำนานสงครามจักรวาลในอวกาศทั้งในแอปพลิเคชั่น iflix และเว็บไซต์ iflix.com โดยสามารถเข้าถึงคอนเทนท์ได้จากช่อง “สตาร์ วอร์ส” บนหน้าโฮมเพจทั้งภาค 1 – 6 ไม่ว่าจะเป็น

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 - 6 มาสถิตที่ iflix

พลังแห่งจักรวาล สตาร์ วอร์ส ภาค 1 – 6 มาสถิตที่ iflix ได้แล้ววันนี้

  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 1 ภัยซ่อนเร้น (Star Wars: Episode I – The Phantom Menace)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 2 กองทัพโคลนจู่โจม (Star Wars: Episode II – Attack of the Clones)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 3 ซิธชำระแค้น (Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 4 ความหวังใหม่ (Star Wars: Episode IV – A New Hope)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 5 จักรวรรดิโต้กลับ (Star Wars: Episode V – Empire Strikes Back)
  • สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 6 การกลับมาของเจได (Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi)

แฟนๆสามารถติดตาม สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 7: อุบัติการณ์แห่งพลัง (Star Wars: Episode VII – The Force Awakens) ได้ที่ iflix ในปี 2018

รับชมวีดีโอสตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 1 – 6 ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=IBeL90_mCLo

หนังสตาร์ วอร์ส (เอพพิโซด 4 ความหวังใหม่) ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1977 ถูกฉายใน 32 โรงภาพยนตร์ทั่วอเมริกา ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการภาพยนตร์ โดยหนัง Star Wars ยังทุบสถิติรายได้ทำเงินสูงสุดและกลายเป็นตำนานตลอดกาล ซึ่งนับเป็นอุปรากรอวกาศ (space opera) ที่มีเรื่องราวผสมผสานระหว่างความเป็นเทพนิยาย, ตะวันตก, ยุค 1930s, เทคนิคพิเศษตระการตา และเป็นมาตรฐานตำนานจากวัฒนธรรมทั่วโลก โดยมหากาพย์ละครอวกาศ สตาร์ วอร์ส ถูกสร้างและเขียนโดย จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแฟนตาซี, ศัพท์เฉพาะในพลังลึกลับ, วัฒนธรรม ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากหนังแล้ว ยังมีสื่อต่างๆที่เรียกว่า “จักรวาลขยาย” อาทิ หนังสือ ละครโทรทัศน์ วิดีโอเกม หนังสือการ์ตูน และอื่นมากมาย

ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

สมกับเป็นแบรนด์เพอร์ฟอร์มานซ์ สปอร์ตแวร์ เมื่อ Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผลิตชุดนอนสุดไฮเทค ชุด Athlete Recovery Sleepwear เพื่อตอกย้ำมิชชั่นสำคัญ MAKE ALL ATHLETES BETTER ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพนักกีฬาหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก Athlete Recovery Sleepwear เกิดจากการที่ ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็กชื่อดังจากทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์โลก 4 สมัย และแบรนด์ แอทลีทของ Under Armour ได้ชวน เควิน ฮาร์ลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหารท่านอื่นๆ จากอันเดอร์ อาร์เมอร์มาดูสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่องจากแมตช์การแข่งขันในปี 2014 ด้วยการใช้ผ้าที่ทำจากไบโอเซรามิคมาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริงหลังจากการแข่งขัน ทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์ ตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไขโดยใช้ความเป็นเจ้านวัตกรรมเสื้อผ้ากีฬาให้เป็นประโยชน์ออกแบบชุดกีฬานี้ สองปีครึ่งหลังจากนั้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มชุดนอนจึงถือกำเนิดขึ้น

ชุด Athlete Recovery Sleepwear

ฟื้นฟูร่างกายเพียงข้ามคืนให้กลับมาพร้อมลุยกับ ชุด Athlete Recovery Sleepwear

แม้ภายนอกจะดูเหมือนชุดนอนทั่วๆไป แต่ Athlete Recovery Sleepwear ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TB 12 เพื่อช่วยยกระดับการนอนขั้นสูงสุด “วิธีการทำงานของชุดนอนนี้คือ นำความร้อนที่ออกมาจากร่างกายส่งกลับไปที่เดิมในรูปแบบรังสีฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) ฟังดูแล้วเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ความพิเศษนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่ารังสีฟาร์ อินฟราเรด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ชุดนอนผลิตด้วยกรรมวิธีอนุภาคไบโอเซรามิค (Biocermaics) ที่ฝังตัวในเนื้อผ้า แม้ทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับไบโอเซรามิกอาจเป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่มีความสามารถสูงในการปลดล็อกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ไบโอเซรามิกในชุดนอนนี้จะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น สารพิษจำพวกกรดแล็คติกและอื่นๆ ก็จะถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น และลดอาการอักเสบอีกด้วย” เกลนน์ ซิลเบิร์ต รองประธานระดับสูงฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติจาก Under Armour กล่าว

Athlete Recovery Sleepwear จำหน่ายมีจำหน่ายออนไลน์ที่ underarmour.co.th เริ่มต้นในราคา 1,990 บาทสำหรับเสื้อ และกางเกงราคาเริ่มต้นที่ 2,390 บาท อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักเท่านั้น หากคนที่ต้องการใส่เพราะอยากหลับสบาย อันนี้ไม่แนะนำนะ และข่าวดีว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายช็อปประเทศไทยให้ได้ทดลองของจริงได้ในต้นปีหน้าอย่างแน่นอน สาวกสปอร์ตแวร์สามารถเข้าไปชมคอลเล็กชั่นชุดนอนได้ที่ bit.ly/2xQAfL1 และเตรียมตัวเป็นเจ้าของกันได้เลย

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

จากที่ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ได้วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณก็จำเป็นต้องยกระดับไฟล์วอลล์ที่มีอยู่ให้ทันกับอันตรายพวกนี้ด้วย แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กรในปัจจุบันแม้แต่องค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกวดขันด้านความปลอดภัยมากที่สุด ก็ยังมีรอยต่อระหว่างช่วงการค้นพบช่องโหว่ ไปจนถึงการติดตั้งแพทช์อยู่ดี ซึ่งสามารถกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไฟร์วอลล์แบบ Next-Gen มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นแนวหน้าปกป้ององค์กรจากอันตรายขั้นสูงทั้งหลายที่รุมล้อม

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

ในไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation ทุกตัว จะมีองค์ประกอบสำคัญด้านความปลอดภัยที่รู้จักกันในชื่อ ระบบป้องกันการบุกรุกหรือ IPS ซึ่งจะคอยตรวจสอบข้อมูลในแพ็กเก็ตที่พบบนทราฟิกเครือข่ายแบบเชิงลึก เพื่อค้นหาและปิดกั้นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ก่อนที่จะวิ่งไปถึงเครื่องเหยื่อเป้าหมาย นอกจากนี้ ไฟร์วอลล์ Next-Gen ยังมีลำดับชั้นความปลอดภัยที่สำคัญในชื่อเทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์ที่ทำงานผ่านคลาวด์ โดยสามารถตรวจจับไฟล์เอกสารที่ถูกติดอาวุธร้ายแม้จะอยู่ในรูปไฟล์ที่ใช้งานทั่วไปอย่าง Microsoft Office และ PDF มีการระบุค้นหาไฟล์ต้องสงสัยตั้งแต่ที่เกตเวย์ และมัดแพ็คไว้อย่างดีก่อนส่งโยนเข้าไปขังในแซนด์บ็อกซ์บนคลาวด์เพื่อตัดแขนตัดขาให้สิ้นฤทธิ์ พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่า ทั้งฟีเจอร์ IPS และ Sandbox นี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อใช้ตรวจจับทราฟฟิกที่วิ่งผ่านเข้าออกจากไฟร์วอลล์เท่านั้น จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องยึดแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าระบบในองค์กรสามารถรับมือกับการโจมตีที่มีการแพร่กระจายเหมือนเวิร์มบนเครือข่ายได้

แนวทางการปฏิบัติที่แนะนำ:

  • ทำให้แน่ใจว่า คุณได้รับการปกป้องที่เหมาะสม โดยเฉพาะการมีโซลูชั่นแซนด์บ็อกซ์ และเอนจิ้น IPS บนไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation แบบประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดอย่างละเอียด และปิดกั้นพอร์ตที่เปิดไว้โดยไม่จำเป็นไม่ให้สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก เนื่องจากพอร์ตที่เปิดค้างไว้เหล่านี้อ่อนไหวต่อการโดนโจมตีเป็นอย่างมาก รวมทั้งถือเป็นช่องทางในการแพร่กระจายเวิร์มเข้ามาในระบบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้วีพีเอ็นในการเข้ารหัสการเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาใช้ทรัพยากรในเครือข่ายภายใน
  • รักษาความปลอดภัยให้กับทราฟิกทั้งขาเข้าและขาออกด้วยการตั้งโปรไฟล์ IPS ที่เหมาะสม
  • บังคับใช้ฟีเจอร์แซนด์บ็อกซ์กับทราฟิกทั้งบนเว็บและอีเมล์ เพื่อให้มั่นในว่า ทุกไฟล์ที่น่าสงสัยที่เข้ามาผ่านการดาวน์โหลดบนเว็บ หรือผ่านไฟล์แนบบนอีเมล์นี้จะถูกวิเคราะห์หาพฤติกรรมที่เป็นอันตรายก่อนถูกปล่อยเข้าสู่เครือข่ายของคุณ
  • จำกัดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสภายในเครือข่าย ด้วยการแบ่งส่วนเครือข่ายภายในหรือ LAN ให้เป็นเครือข่ายย่อยๆ จะจำกัดโซนแยกต่างหาก หรือใช้การแบ่งเครือข่ายภายในแบบเวอร์ช่วลหรือ VLAN ที่สามารถรับการปกป้องและเชื่อมต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นที่ไฟร์วอลล์ได้ นอกจากนี้ ควรบังคับใช้โพลิซี IPS ที่เหมาะสมเพื่อควบคุมทราฟิกที่วิ่งอยู่ภายในแลน เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่, เวิร์ม, และบอทต่างๆ ไม่ให้วิ่งข้ามส่วนเครือข่ายย่อยภายในแลนไปมาได้ดังใจ
  • ใช้โซลูชั่นที่จำกัดส่วนของระบบที่ติดเชื้อแยกต่างหากโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่โซลูชั่นความปลอดภัยของคุณจะต้องตรวจพบระบบที่โดนเล่นงานแล้วอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำกัดบริเวณแยกระบบดังกล่าวต่างหากออกมาจนกว่าจะกวาดล้างสำเร็จ ไม่ว่าจะกำจัดด้วยกลไกอัตโนมัติหรือลงมือเองแบบแมนน่วลก็ตาม

ทั้งนี้ แรนซั่มแวร์, บอทเน็ต, และการโจมตีขั้นสูงอื่นๆ ล้วนมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองไปทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอทีในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว จึงสำคัญเป็นอย่างมากที่ทั้งไฟร์วอลล์และเอนด์พอยต์จะต้องสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือต้องสงสัยอย่างทันท่วงที

แม้การประสานงานดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ปัจจุบัน ด้วยกลไกที่เรียกว่า Sophos Synchronised Security ทำให้ทั้งเอนด์พอยต์และเครือข่ายสามารถประสานการทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นแบบเรียลไทม์ได้ ทำให้องค์กรสามารถป้องกัน, ตรวจจับ, สืบสวน, และฟื้นฟูหลังเกิดอันตรายได้โดยที่เกิดความเสียหายแก่ระบบน้อยที่สุด และเปลืองแรงน้อยที่สุดเช่นกัน ซึ่งในอดีต กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การค้นพบไปจนถึงการจัดการตอบสนองนั้นมักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ทุกวันนี้ได้ร่นเวลาลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาทีด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์

สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้มีทีมงานด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรระดับมืออาชีพเป็นของตนเอง การเลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ก็สามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานได้ พร้อมกับยกระดับการประสานงานด้านงานปฏิบัติการ และการจัดการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้ได้การปกป้องและความสามารถในการจัดการที่ดีกว่าเดิม ให้ทุกองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ได้รับการปกป้องจากอันตรายที่ซับซ้อนและผ่านการเตรียมการมาอย่างดีได้เสมอ

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

ซัมซุงเนรมิตทุกห้องให้สวยกว่าเดิม ด้วย Samsung The Frame (ซัมซุง เดอะเฟรม) นวัตกรรมทีวีล่าสุดหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ไม่ใช่แค่ทีวีแต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน ภายใต้แนวคิด “Art when it’s off, TV when it’s on” ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ ที่ผสานเทคโนโลยีกับดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ ออกแบบโดย ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวสวิส อีฟ เบฮาร์ (Yves Béhar) และยังได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม (Best of Innovations Award) จากงาน CES ประจำปี 2017 อีกด้วย

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

หน้าจอของ The Frame เสมือนกรอบสำหรับแสดงภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการ ด้วยฟังก์ชั่นที่สร้างสรรค์มาเพื่อผู้รักศิลปะอย่างแท้จริง Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ จาก Samsung Collection กว่า 100 แบบ จากศิลปินระดับโลกที่ให้เลือกแสดงภาพศิลปะบนจอ หรือ My Collection แสดงภาพครอบครัว ไปจนถึงรูปภาพส่วนตัว และยังสามารถเลือกสรรงานศิลป์เพิ่มเติมได้มากมายจาก Art Store ทั้งยังมี Customizable Frame กรอบทีวีที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีวอลนัท สีไม้เบจ และสีขาว พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของทีวี ที่การจัดวางทีวีจะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดทีวีกับผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจแกลเลอรี่งานศิลป์ระดับโลก

Samsung The Frame มีความละเอียดหน้าจอขณะเปิดรับชมรายการต่างๆ ที่ระดับยูเอชดี มาพร้อมเซนเซอร์วัดความสว่างของแสงโดยรอบที่ช่วยปรับระดับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การรับชมเหนือระดับ และเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหว ที่ช่วยให้เปิดโหมดประหยัดพลังงานเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้องโดยอัตโนมัติและเมื่อปิดทีวีมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 74,990 บาท

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่บีอีซี-เทโร มิวสิคให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน คือ การขยายธุรกิจเพลงสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาเป็นแห่งแรก นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยเพิ่มขึ้น

ในปีนี้บริษัทฯ จึงตัดสินใจรุกเข้าไปทำตลาดเมียนมาต่อเนื่องเป็นประเทศที่ 2 เพราะจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้านที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์เพลงได้อย่างมาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับความบันเทิงและสันทนาการต่างๆ มากขึ้น

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น บริษัทฯ จะอาศัยโมเดลการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์เพลงและโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์และความพร้อมเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ อีกทั้งเชื่อว่าการทำตลาดรูปแบบนี้จะช่วยผลักดันคอนเทนต์เข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า โดยการรุกตลาดเมียนมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เลือกบริษัท IMIMobile เป็นพันธมิตรในการให้บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือและดาวน์โหลดเพลงสากลในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชี่ยน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิคผ่าน เครือข่ายของ Ooredoo ในเมียนมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์เพลงที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีที่สิ้นสุดทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเลือกฟังเพลง หรือดูรายละเอียดการซื้อเพลงที่ชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซต์
“การร่วมมือกันระหว่างบีอีซี-เทโร มิวสิค กับ IMIMobile ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในเมียนมา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านดิจิตอลคอนเทนต์เพลงที่ครอบคลุมทั้งเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยของบีอีซี-เทโร มิวสิค ประกอบกับศักยภาพของเมียนมา และความแข็งแกร่งของพันธมิตรในท้องถิ่น จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังเมียนมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ให้ได้รับการตอบรับและมีการเติบโตเช่นเดียวกับในประเทศกัมพูชา โดยในอนาคตเรายังวางแผนที่จะรุกขยายธุรกิจพร้อมเปิดรับพันธมิตรรายใหม่ๆในเมียนมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การฟังเพลงดิจิตอลของคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย รุกตลาดหูฟังบลูทูธคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางด้านเสียงระดับโลก ด้วยการนำเสนอหูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series ภายใต้แบรนด์ “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ในตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series) ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย ATH-DSR7BT และ ATH-DSR9BT โดยทั้งสองรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES2017 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ชูจุดเด่นอยู่ที่การเป็นหูฟังบลูทูธระบบดิจิตอล 100%

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

ได้นำเทคโนโลยี “เพียว ดิจิตอล ไดรฟ์” (Pure Digital Drive) เน้นการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอลตั้งแต่แหล่งกำเนิดเสียง จนกระทั่งส่งไปถึงไดร์ฟเวอร์ของลำโพง โดยไม่มีการแปลงสัญญาณเป็นอะนาล็อคไปกลับอย่างหูฟังบลูทูธทั่วไป จึงทำให้หูฟังสามารถขับเสียงได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดแทบจะไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Audio Technica ที่นำมาผสมผสานกับการทำงานของชิปเซ็ตหูฟังสุดล้ำอย่าง Trigence Semiconductor Dnote® สามารถให้เสียงที่มีคุณภาพสุดคมชัดแบบที่ไม่เคยมีหูฟังแบรนด์ไหนทำได้มาก่อน จัดได้ว่าเป็นหูฟังที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีทางด้านเสียงขั้นสูงไว้ได้อย่างลงตัว

สำหรับหูฟังรุ่น ATH-DSR9BT เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ระดับท็อปของตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series ) มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ “เพียว ดิจิตอล ไดร์ฟ” (Pure Digital Drive) ให้เสียงในระดับ Hi-Res Audio ไดร์ฟเวอร์ขับเสียง True Motion Drivers ขนาด 45 ม.ม. ที่ให้ความถี่ได้กว้างตั้งแต่ 5-45,000 Hz อีกทั้งภายในหูฟังยังประกอบด้วย Voice Coil ที่มีถึง 4 ชิ้น เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุดในการเคลื่อนตัวของ Diaphragm ที่มีส่วนประกอบของ DLC (Diamond-Like Carbon) ทำให้เสียงมีความเที่ยงตรงเหมือนต้นกำเนิด นอกจากนั้นยังมี Acoustic Damper อยู่ 2 จุด บริเวณส่วนหน้าและส่วนหลัง เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของลม ทำให้เสียงนุ่มเป็นธรรมชาติทุกย่านเสียง โดยไดร์ฟเวอร์ทั้งหมด ถูกออกแบบให้อยู่ในหูฟังที่เคลือบด้วยอลูมิเนียมระดับพรีเมี่ยมเพื่อลดการสะท้อนของเสียง

รวมทั้งแยกคลื่นไฟฟ้า จากแหล่งกำเนิดเสียง ทำให้มีความไวต่อการตอบสนองของเสียงสูงสุด เสียงที่ออกมาจึงมีความสมบูรณ์ไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ตัวหูฟังรุ่น ATH-DSR9BT ยังได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้วัสดุพรีเมี่ยมทำให้ไม่รู้สึกร้อนเวลาใช้งาน ให้ความรู้สึกกระชับหูขณะสวมใส่ ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับไมโครโฟน และปุ่มควบคุมระดับเสียง , รับสาย/วางสายสนทนา , เล่น/หยุดเพลง รองรับระบบ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 ที่รองรับ Bluetooth Apt-X จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ด้านเสียงเพลงอย่างเต็มอรรถรสในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดย ATH-DSR9BT จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ในราคา 19,900 บาท

ในขณะที่รุ่น ATH-DSR7BT เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ระบบดิจิตอล 100% ที่ให้เสียงในระดับ Hi-Res Audio เหมือนกัน โดย ATH-DSR7BT เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากหูฟังรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลต่างๆมามากมายอย่าง ATH-MRS7 จนได้รับการยกย่องให้เป็นหูฟังมาตรฐานของวงการ ซึ่ง ATH-DSR7BT มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ “เพียว ดิจิตอล ไดร์ฟ” (Pure Digital Drive) โดยมาพร้อม Diaphragm ดีไซน์พิเศษ และ Voice Coil แบบ Bobbin-Wound ช่วยให้รองรับเสียงแบบอะคูสติกได้มากขึ้น และมีความไวของการตอบสนองของเสียงจากตัวไดร์ฟเวอร์เร็วขึ้นด้วย ทำให้ขับเสียงในระบบ Hi-Res ได้เหมือนกับต้นฉบับ พร้อมไดร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบทางวิศกรรมใหม่ True Motion Drivers ขนาด 45 ม.ม.

และให้ความถี่ได้ตั้งแต่ 5-40,000 Hz อีกทั้งวัสดุของตัว Housing ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีน้ำหนักเบา พร้อมเคลือบด้วยอะลูมิเนียม เพื่อลดการสั่นของเสียงและให้เสียงมีความคมชัดที่สุด ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับไมโครโฟน และปุ่มควบคุมระดับเสียง , รับสาย/วางสายสนทนา , เล่น/หยุดเพลง รองรับระบบ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ การออกแบบยังพิถีพิถันด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างดี ให้สัมผัสนุ่มใส่สบาย จึงสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนาน และก้านหูฟังยังมีการปรับขนาดเพื่อความกระชับ และสามารถพับเก็บเพื่อพกพา เพิ่มความคล่องตัวเมื่อใช้งานไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดย ATH-DSR7BT พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 11,900 บาท

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ในตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series) รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท , ร้านโปรปลั๊กอิน , SoundproofBrothers , ZoundAholic และ King Power หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

ซัมซุงร่วมกับโฮมโปรมอบเอกสิทธิ์และบริการเหนือระดับสำหรับลูกค้าคนพิเศษ เมื่อซื้อ “ซัมซุง เดอะเฟรม (The Frame)” ในงานโฮมโปร แฟร์ 2017 (HomePro Fair 2017) ซัมซุงมอบ Customizable Frame กรอบทีวีสีวอลนัทและสีไม้เบจ ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ ให้ เจ้าของเดอะเฟรม เข้ากันกับสีสันต่างๆ ในห้องเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

เจ้าของเดอะเฟรม

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

มูลค่ารวมสูงสุด 19,980 บาท พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของเดอะเฟรม ที่จะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ระดับโลก อีกทั้งยังได้สนุกกับซีรี่ส์และภาพยนตร์เด็ดๆ จาก iflix ไม่อั้นถึง 12 เดือน พร้อมด้วยบริการสาธิตการใช้งานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและบริการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนถึงสถานที่ และบริการให้คำปรึกษาและตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าได้เสพศิลปะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างอุ่นใจ ไร้กังวลด้วยการเพิ่มระยะเวลารับประกันยาวนานขึ้นถึง 3 ปี

เดอะเฟรม ใหม่ล่าสุดจาก ซัมซุง ทีวีหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการตกแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ เป็นทีวีในยามเปิดและงานศิลปะในยามปิด ด้วย Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ กว่า 100 แบบ จากซัมซุง เป็นเหมือนเครื่องประดับตกแต่งบ้านชิ้นนึงจนคุณต้องทึ่งเลยทีเดียว

เอกสิทธิ์พิเศษสูงสุดนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง เดอะเฟรม ขนาด 65 และ 55 นิ้ว ที่งานโฮมโปร แฟร์ 2017 ตั้งแต่ 21 ถึง 30 กรกฎาคมนี้ ณ ฮอลล์ 5-1 อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น นอกจากนี้ในงาน พบปะพูดคุยกับ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ในวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายจากซัมซุง ตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ มักจะเก็บความทรงจำเหล่านั้นด้วยการถ่ายรูปไว้ ผ่านมือถือของเราด้วยแอพพลิเคชั่นมากมาย ที่แต่งรูปแบบคูลๆ แต่จะมีสักกี่แอพที่เราใช้กันจริงๆ อย่าง โปรแกรม VSCO Cam แอพแต่งรูป ที่มีฟีเจอร์หลายแบบให้เลือก พร้อมลูกเล่นที่คุณต้องชอบ ไม่แพ้โปรแกรมแต่งรูปตัวอื่นๆ เลยทีเดียว แถมโปรแกรมนี้ยังเปิดให้ดาวน์โหลดแบบ Freeware ซะด้วย ฉะนั้นต้องลองกันหน่อยแล้วละ ว่าโปรแกรมนี้จะเด็ดขนาดไหนถึงได้ติดอันดับต้นๆ ของแอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดฮิตเลยทีเดียว

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

มีผู้นิยมใช้กันมากทั่วโลก โดยเจ้าแอพฯ นี้นั้นนอกจากความสามารถที่มันจะเอาไว้ใช้ทั้งถ่ายรูป และแต่งรูปแล้ว มันยังเป็นแอพฯ ที่มีเครื่องมือในการแต่งรูปภาพอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟิลเตอร์สำหรับใส่กับรูปภาพ หรือเครื่องมือปรับแต่งรูปภาพต่างๆ เจ้าแอพฯ นี้ก็มีมาให้อย่างครบครันเลยทีเดียว ซึ่งคุณสามารถสนุกกับการปรับสีสันของรูปภาพ ปรับอุณหภูมิ ปรับความคมชัด สร้างขอบมืดให้กับรูปภาพ หรือจะครอปตัดรูปก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป งานนี้เรียกได้ว่าหากนักแต่งรูปทั้งหลายได้ลองใช้เจ้าแอพฯ ตัวนี้แล้วรับรองได้ว่าจะติดใจอย่างแน่นอน เพราะคุณจะมีรูปสวยๆ ที่เกิดจากผีมือการถ่าย และการแต่งของคุณเองไปโชว์เพื่อนๆ ทั้งบน Facebook, IG, หรือบนโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างไม่อายใคร และถ้าหากใครที่ยังคิดว่าฟิลเตอร์แต่งรูปของเรายังไม่โดนใจพอก็สามารถเข้าไปซื้อฟิลเตอร์เจ๋งๆ เพิ่มได้อีกด้วย

ตอนนี้ก็ทำให้รู้แล้วว่ามันเป็นทั้งแอพฯ แต่งรูป และแอพฯถ่ายรูปได้ในตัวเดียว มาพร้อมฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เลือกใส่กับรูปภาพของคุณได้มากมาย  หากยังไม่พอใจกับฟีลเตอร์ที่มีอยู่เรายังสามารถซื้อฟิลเตอร์สวยๆ อันอื่นได้เพิ่มเติมจาก Shop ใน VSCO Cam ซึ่งจะทำให้ภาพของคุณไม่ซ้ำแบบใคร สามารถปรับแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปรับสีสัน ปรับอุณหภูมิ ความคมชัด ฯลฯ ก็สามารถทำได้ นอกจากลูกเล่นที่มีมากมายแล้วยังมีหน้าตาที่ใช้งานง่ายสามารถเลือกบันทึกรูปภาพเก็บไว้ในแกลลอรี่ส่วนตัวได้ แชร์ขึ้นไปอวดเพื่อนๆ บนโลกโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, LINE เป็นต้น ไม่ว่าจะมีกี่รูปภาพเจ้าแอพฯ นี้ก็สามารถจัดการได้หมด มี VSCO Community ให้คุณได้สามารถทำการเชื่อมต่อ หรือ Sync รูปภาพเพื่อไปแต่งกับมือถืออื่นๆ ได้

เรียกได้ว่าสะดวกครบครันในแอพพลิเคชั่นตัวเดียวเลยจริงๆ ที่ถ่ายรูปได้ เสร็จแล้วแต่งภาพได้ทันทีไม่ต้องรอเข้าคอมพิวเตอร์ และยังบันทึกไฟล์ภาพเหล่านั้นบนมือถือของคุณเอง หรือจะอัพโหลดขึ้นบนโซลเชียลเก๋ๆ ก็ดีไม่เบา หากใครสนใจสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ Apple Store และ Android เวอร์ชั่นต่างๆ ได้เลย