แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

จากที่ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ได้วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณก็จำเป็นต้องยกระดับไฟล์วอลล์ที่มีอยู่ให้ทันกับอันตรายพวกนี้ด้วย แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กรในปัจจุบันแม้แต่องค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกวดขันด้านความปลอดภัยมากที่สุด ก็ยังมีรอยต่อระหว่างช่วงการค้นพบช่องโหว่ ไปจนถึงการติดตั้งแพทช์อยู่ดี ซึ่งสามารถกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไฟร์วอลล์แบบ Next-Gen มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นแนวหน้าปกป้ององค์กรจากอันตรายขั้นสูงทั้งหลายที่รุมล้อม

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

แนวทางปฏิบัติจาก Sophos เพื่อป้องกันภัยร้ายให้แก่องค์กร

ในไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation ทุกตัว จะมีองค์ประกอบสำคัญด้านความปลอดภัยที่รู้จักกันในชื่อ ระบบป้องกันการบุกรุกหรือ IPS ซึ่งจะคอยตรวจสอบข้อมูลในแพ็กเก็ตที่พบบนทราฟิกเครือข่ายแบบเชิงลึก เพื่อค้นหาและปิดกั้นการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ก่อนที่จะวิ่งไปถึงเครื่องเหยื่อเป้าหมาย นอกจากนี้ ไฟร์วอลล์ Next-Gen ยังมีลำดับชั้นความปลอดภัยที่สำคัญในชื่อเทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์ที่ทำงานผ่านคลาวด์ โดยสามารถตรวจจับไฟล์เอกสารที่ถูกติดอาวุธร้ายแม้จะอยู่ในรูปไฟล์ที่ใช้งานทั่วไปอย่าง Microsoft Office และ PDF มีการระบุค้นหาไฟล์ต้องสงสัยตั้งแต่ที่เกตเวย์ และมัดแพ็คไว้อย่างดีก่อนส่งโยนเข้าไปขังในแซนด์บ็อกซ์บนคลาวด์เพื่อตัดแขนตัดขาให้สิ้นฤทธิ์ พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ดี พึงระลึกไว้ว่า ทั้งฟีเจอร์ IPS และ Sandbox นี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อใช้ตรวจจับทราฟฟิกที่วิ่งผ่านเข้าออกจากไฟร์วอลล์เท่านั้น จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องยึดแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าระบบในองค์กรสามารถรับมือกับการโจมตีที่มีการแพร่กระจายเหมือนเวิร์มบนเครือข่ายได้

แนวทางการปฏิบัติที่แนะนำ:

  • ทำให้แน่ใจว่า คุณได้รับการปกป้องที่เหมาะสม โดยเฉพาะการมีโซลูชั่นแซนด์บ็อกซ์ และเอนจิ้น IPS บนไฟร์วอลล์แบบ Next-Generation แบบประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดอย่างละเอียด และปิดกั้นพอร์ตที่เปิดไว้โดยไม่จำเป็นไม่ให้สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก เนื่องจากพอร์ตที่เปิดค้างไว้เหล่านี้อ่อนไหวต่อการโดนโจมตีเป็นอย่างมาก รวมทั้งถือเป็นช่องทางในการแพร่กระจายเวิร์มเข้ามาในระบบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้วีพีเอ็นในการเข้ารหัสการเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาใช้ทรัพยากรในเครือข่ายภายใน
  • รักษาความปลอดภัยให้กับทราฟิกทั้งขาเข้าและขาออกด้วยการตั้งโปรไฟล์ IPS ที่เหมาะสม
  • บังคับใช้ฟีเจอร์แซนด์บ็อกซ์กับทราฟิกทั้งบนเว็บและอีเมล์ เพื่อให้มั่นในว่า ทุกไฟล์ที่น่าสงสัยที่เข้ามาผ่านการดาวน์โหลดบนเว็บ หรือผ่านไฟล์แนบบนอีเมล์นี้จะถูกวิเคราะห์หาพฤติกรรมที่เป็นอันตรายก่อนถูกปล่อยเข้าสู่เครือข่ายของคุณ
  • จำกัดความเสี่ยงในการแพร่กระจายไวรัสภายในเครือข่าย ด้วยการแบ่งส่วนเครือข่ายภายในหรือ LAN ให้เป็นเครือข่ายย่อยๆ จะจำกัดโซนแยกต่างหาก หรือใช้การแบ่งเครือข่ายภายในแบบเวอร์ช่วลหรือ VLAN ที่สามารถรับการปกป้องและเชื่อมต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นที่ไฟร์วอลล์ได้ นอกจากนี้ ควรบังคับใช้โพลิซี IPS ที่เหมาะสมเพื่อควบคุมทราฟิกที่วิ่งอยู่ภายในแลน เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่, เวิร์ม, และบอทต่างๆ ไม่ให้วิ่งข้ามส่วนเครือข่ายย่อยภายในแลนไปมาได้ดังใจ
  • ใช้โซลูชั่นที่จำกัดส่วนของระบบที่ติดเชื้อแยกต่างหากโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่โซลูชั่นความปลอดภัยของคุณจะต้องตรวจพบระบบที่โดนเล่นงานแล้วอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำกัดบริเวณแยกระบบดังกล่าวต่างหากออกมาจนกว่าจะกวาดล้างสำเร็จ ไม่ว่าจะกำจัดด้วยกลไกอัตโนมัติหรือลงมือเองแบบแมนน่วลก็ตาม

ทั้งนี้ แรนซั่มแวร์, บอทเน็ต, และการโจมตีขั้นสูงอื่นๆ ล้วนมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองไปทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอทีในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว จึงสำคัญเป็นอย่างมากที่ทั้งไฟร์วอลล์และเอนด์พอยต์จะต้องสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือต้องสงสัยอย่างทันท่วงที

แม้การประสานงานดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ปัจจุบัน ด้วยกลไกที่เรียกว่า Sophos Synchronised Security ทำให้ทั้งเอนด์พอยต์และเครือข่ายสามารถประสานการทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นแบบเรียลไทม์ได้ ทำให้องค์กรสามารถป้องกัน, ตรวจจับ, สืบสวน, และฟื้นฟูหลังเกิดอันตรายได้โดยที่เกิดความเสียหายแก่ระบบน้อยที่สุด และเปลืองแรงน้อยที่สุดเช่นกัน ซึ่งในอดีต กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การค้นพบไปจนถึงการจัดการตอบสนองนั้นมักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ทุกวันนี้ได้ร่นเวลาลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่วินาทีด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์

สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้มีทีมงานด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรระดับมืออาชีพเป็นของตนเอง การเลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ก็สามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานได้ พร้อมกับยกระดับการประสานงานด้านงานปฏิบัติการ และการจัดการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้ได้การปกป้องและความสามารถในการจัดการที่ดีกว่าเดิม ให้ทุกองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ได้รับการปกป้องจากอันตรายที่ซับซ้อนและผ่านการเตรียมการมาอย่างดีได้เสมอ

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

ซัมซุงเนรมิตทุกห้องให้สวยกว่าเดิม ด้วย Samsung The Frame (ซัมซุง เดอะเฟรม) นวัตกรรมทีวีล่าสุดหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ไม่ใช่แค่ทีวีแต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน ภายใต้แนวคิด “Art when it’s off, TV when it’s on” ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ ที่ผสานเทคโนโลยีกับดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ ออกแบบโดย ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวสวิส อีฟ เบฮาร์ (Yves Béhar) และยังได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม (Best of Innovations Award) จากงาน CES ประจำปี 2017 อีกด้วย

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

Samsung The Frame ไม่ใช่แค่ทีวี แต่คือศิลปะล้ำค่าในบ้าน

หน้าจอของ The Frame เสมือนกรอบสำหรับแสดงภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการ ด้วยฟังก์ชั่นที่สร้างสรรค์มาเพื่อผู้รักศิลปะอย่างแท้จริง Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ จาก Samsung Collection กว่า 100 แบบ จากศิลปินระดับโลกที่ให้เลือกแสดงภาพศิลปะบนจอ หรือ My Collection แสดงภาพครอบครัว ไปจนถึงรูปภาพส่วนตัว และยังสามารถเลือกสรรงานศิลป์เพิ่มเติมได้มากมายจาก Art Store ทั้งยังมี Customizable Frame กรอบทีวีที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีวอลนัท สีไม้เบจ และสีขาว พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของทีวี ที่การจัดวางทีวีจะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดทีวีกับผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจแกลเลอรี่งานศิลป์ระดับโลก

Samsung The Frame มีความละเอียดหน้าจอขณะเปิดรับชมรายการต่างๆ ที่ระดับยูเอชดี มาพร้อมเซนเซอร์วัดความสว่างของแสงโดยรอบที่ช่วยปรับระดับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การรับชมเหนือระดับ และเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหว ที่ช่วยให้เปิดโหมดประหยัดพลังงานเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้องโดยอัตโนมัติและเมื่อปิดทีวีมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 74,990 บาท

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่บีอีซี-เทโร มิวสิคให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืน คือ การขยายธุรกิจเพลงสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาเป็นแห่งแรก นับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดดาวน์โหลดเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยเพิ่มขึ้น

ในปีนี้บริษัทฯ จึงตัดสินใจรุกเข้าไปทำตลาดเมียนมาต่อเนื่องเป็นประเทศที่ 2 เพราะจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้านที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์เพลงได้อย่างมาก ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเปิดรับความบันเทิงและสันทนาการต่างๆ มากขึ้น

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

โหลดและฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่าน เครือข่าย Ooredoo ได้แล้ววันนี้

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น บริษัทฯ จะอาศัยโมเดลการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์เพลงและโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์และความพร้อมเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ อีกทั้งเชื่อว่าการทำตลาดรูปแบบนี้จะช่วยผลักดันคอนเทนต์เข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า โดยการรุกตลาดเมียนมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เลือกบริษัท IMIMobile เป็นพันธมิตรในการให้บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือและดาวน์โหลดเพลงสากลในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชี่ยน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิคผ่าน เครือข่ายของ Ooredoo ในเมียนมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์เพลงที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ไม่มีที่สิ้นสุดทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถเลือกฟังเพลง หรือดูรายละเอียดการซื้อเพลงที่ชื่นชอบได้ผ่านทางเว็บไซต์
“การร่วมมือกันระหว่างบีอีซี-เทโร มิวสิค กับ IMIMobile ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการทำตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในเมียนมา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านดิจิตอลคอนเทนต์เพลงที่ครอบคลุมทั้งเพลงสากล เพลง เอเชี่ยน และเพลงไทยของบีอีซี-เทโร มิวสิค ประกอบกับศักยภาพของเมียนมา และความแข็งแกร่งของพันธมิตรในท้องถิ่น จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังเมียนมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ให้ได้รับการตอบรับและมีการเติบโตเช่นเดียวกับในประเทศกัมพูชา โดยในอนาคตเรายังวางแผนที่จะรุกขยายธุรกิจพร้อมเปิดรับพันธมิตรรายใหม่ๆในเมียนมามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การฟังเพลงดิจิตอลของคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย รุกตลาดหูฟังบลูทูธคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางด้านเสียงระดับโลก ด้วยการนำเสนอหูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series ภายใต้แบรนด์ “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ในตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series) ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย ATH-DSR7BT และ ATH-DSR9BT โดยทั้งสองรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES2017 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ชูจุดเด่นอยู่ที่การเป็นหูฟังบลูทูธระบบดิจิตอล 100%

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

หูฟังบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Audio Technica SR Series

ได้นำเทคโนโลยี “เพียว ดิจิตอล ไดรฟ์” (Pure Digital Drive) เน้นการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอลตั้งแต่แหล่งกำเนิดเสียง จนกระทั่งส่งไปถึงไดร์ฟเวอร์ของลำโพง โดยไม่มีการแปลงสัญญาณเป็นอะนาล็อคไปกลับอย่างหูฟังบลูทูธทั่วไป จึงทำให้หูฟังสามารถขับเสียงได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดแทบจะไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Audio Technica ที่นำมาผสมผสานกับการทำงานของชิปเซ็ตหูฟังสุดล้ำอย่าง Trigence Semiconductor Dnote® สามารถให้เสียงที่มีคุณภาพสุดคมชัดแบบที่ไม่เคยมีหูฟังแบรนด์ไหนทำได้มาก่อน จัดได้ว่าเป็นหูฟังที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีทางด้านเสียงขั้นสูงไว้ได้อย่างลงตัว

สำหรับหูฟังรุ่น ATH-DSR9BT เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ระดับท็อปของตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series ) มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ “เพียว ดิจิตอล ไดร์ฟ” (Pure Digital Drive) ให้เสียงในระดับ Hi-Res Audio ไดร์ฟเวอร์ขับเสียง True Motion Drivers ขนาด 45 ม.ม. ที่ให้ความถี่ได้กว้างตั้งแต่ 5-45,000 Hz อีกทั้งภายในหูฟังยังประกอบด้วย Voice Coil ที่มีถึง 4 ชิ้น เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุดในการเคลื่อนตัวของ Diaphragm ที่มีส่วนประกอบของ DLC (Diamond-Like Carbon) ทำให้เสียงมีความเที่ยงตรงเหมือนต้นกำเนิด นอกจากนั้นยังมี Acoustic Damper อยู่ 2 จุด บริเวณส่วนหน้าและส่วนหลัง เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของลม ทำให้เสียงนุ่มเป็นธรรมชาติทุกย่านเสียง โดยไดร์ฟเวอร์ทั้งหมด ถูกออกแบบให้อยู่ในหูฟังที่เคลือบด้วยอลูมิเนียมระดับพรีเมี่ยมเพื่อลดการสะท้อนของเสียง

รวมทั้งแยกคลื่นไฟฟ้า จากแหล่งกำเนิดเสียง ทำให้มีความไวต่อการตอบสนองของเสียงสูงสุด เสียงที่ออกมาจึงมีความสมบูรณ์ไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ตัวหูฟังรุ่น ATH-DSR9BT ยังได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้วัสดุพรีเมี่ยมทำให้ไม่รู้สึกร้อนเวลาใช้งาน ให้ความรู้สึกกระชับหูขณะสวมใส่ ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับไมโครโฟน และปุ่มควบคุมระดับเสียง , รับสาย/วางสายสนทนา , เล่น/หยุดเพลง รองรับระบบ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.2 ที่รองรับ Bluetooth Apt-X จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ด้านเสียงเพลงอย่างเต็มอรรถรสในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดย ATH-DSR9BT จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ในราคา 19,900 บาท

ในขณะที่รุ่น ATH-DSR7BT เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู (Over-ear Design) ระบบดิจิตอล 100% ที่ให้เสียงในระดับ Hi-Res Audio เหมือนกัน โดย ATH-DSR7BT เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากหูฟังรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลต่างๆมามากมายอย่าง ATH-MRS7 จนได้รับการยกย่องให้เป็นหูฟังมาตรฐานของวงการ ซึ่ง ATH-DSR7BT มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ “เพียว ดิจิตอล ไดร์ฟ” (Pure Digital Drive) โดยมาพร้อม Diaphragm ดีไซน์พิเศษ และ Voice Coil แบบ Bobbin-Wound ช่วยให้รองรับเสียงแบบอะคูสติกได้มากขึ้น และมีความไวของการตอบสนองของเสียงจากตัวไดร์ฟเวอร์เร็วขึ้นด้วย ทำให้ขับเสียงในระบบ Hi-Res ได้เหมือนกับต้นฉบับ พร้อมไดร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบทางวิศกรรมใหม่ True Motion Drivers ขนาด 45 ม.ม.

และให้ความถี่ได้ตั้งแต่ 5-40,000 Hz อีกทั้งวัสดุของตัว Housing ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีน้ำหนักเบา พร้อมเคลือบด้วยอะลูมิเนียม เพื่อลดการสั่นของเสียงและให้เสียงมีความคมชัดที่สุด ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับไมโครโฟน และปุ่มควบคุมระดับเสียง , รับสาย/วางสายสนทนา , เล่น/หยุดเพลง รองรับระบบ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ การออกแบบยังพิถีพิถันด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างดี ให้สัมผัสนุ่มใส่สบาย จึงสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนาน และก้านหูฟังยังมีการปรับขนาดเพื่อความกระชับ และสามารถพับเก็บเพื่อพกพา เพิ่มความคล่องตัวเมื่อใช้งานไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดย ATH-DSR7BT พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 11,900 บาท

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ในตระกูล “SR Series” (Sound Reality Series) รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท , ร้านโปรปลั๊กอิน , SoundproofBrothers , ZoundAholic และ King Power หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

ซัมซุงร่วมกับโฮมโปรมอบเอกสิทธิ์และบริการเหนือระดับสำหรับลูกค้าคนพิเศษ เมื่อซื้อ “ซัมซุง เดอะเฟรม (The Frame)” ในงานโฮมโปร แฟร์ 2017 (HomePro Fair 2017) ซัมซุงมอบ Customizable Frame กรอบทีวีสีวอลนัทและสีไม้เบจ ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ ให้ เจ้าของเดอะเฟรม เข้ากันกับสีสันต่างๆ ในห้องเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

เจ้าของเดอะเฟรม

ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษ ให้เป็น เจ้าของเดอะเฟรม ทีวีที่สวยที่สุด

มูลค่ารวมสูงสุด 19,980 บาท พร้อมทั้งแอคเซสเซอรี่ของเดอะเฟรม ที่จะทำให้บ้านสวยกว่าเคย ด้วยอุปกรณ์ติดผนังแบบไร้ช่องว่าง No Gap Wall-Mount และ Invisible Connection สายไฟเบอร์ออปติคบางใสยาว 15 เมตร เนรมิตให้ห้องนั่งเล่นสวยงามดุจพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ระดับโลก อีกทั้งยังได้สนุกกับซีรี่ส์และภาพยนตร์เด็ดๆ จาก iflix ไม่อั้นถึง 12 เดือน พร้อมด้วยบริการสาธิตการใช้งานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและบริการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนถึงสถานที่ และบริการให้คำปรึกษาและตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าได้เสพศิลปะที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างอุ่นใจ ไร้กังวลด้วยการเพิ่มระยะเวลารับประกันยาวนานขึ้นถึง 3 ปี

เดอะเฟรม ใหม่ล่าสุดจาก ซัมซุง ทีวีหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์ ด้วยดีไซน์ที่จะกลมกลืนไปกับการตกแต่งบ้านอย่างเหนือระดับ เป็นทีวีในยามเปิดและงานศิลปะในยามปิด ด้วย Art Mode ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ด้วยคลังรูปภาพ กว่า 100 แบบ จากซัมซุง เป็นเหมือนเครื่องประดับตกแต่งบ้านชิ้นนึงจนคุณต้องทึ่งเลยทีเดียว

เอกสิทธิ์พิเศษสูงสุดนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง เดอะเฟรม ขนาด 65 และ 55 นิ้ว ที่งานโฮมโปร แฟร์ 2017 ตั้งแต่ 21 ถึง 30 กรกฎาคมนี้ ณ ฮอลล์ 5-1 อิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น นอกจากนี้ในงาน พบปะพูดคุยกับ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ในวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายจากซัมซุง ตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ มักจะเก็บความทรงจำเหล่านั้นด้วยการถ่ายรูปไว้ ผ่านมือถือของเราด้วยแอพพลิเคชั่นมากมาย ที่แต่งรูปแบบคูลๆ แต่จะมีสักกี่แอพที่เราใช้กันจริงๆ อย่าง โปรแกรม VSCO Cam แอพแต่งรูป ที่มีฟีเจอร์หลายแบบให้เลือก พร้อมลูกเล่นที่คุณต้องชอบ ไม่แพ้โปรแกรมแต่งรูปตัวอื่นๆ เลยทีเดียว แถมโปรแกรมนี้ยังเปิดให้ดาวน์โหลดแบบ Freeware ซะด้วย ฉะนั้นต้องลองกันหน่อยแล้วละ ว่าโปรแกรมนี้จะเด็ดขนาดไหนถึงได้ติดอันดับต้นๆ ของแอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดฮิตเลยทีเดียว

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

VSCO Cam แอพแต่งรูป ถ่ายรูปสุดแนวที่ต้องโหลดติดเครื่องไว้

มีผู้นิยมใช้กันมากทั่วโลก โดยเจ้าแอพฯ นี้นั้นนอกจากความสามารถที่มันจะเอาไว้ใช้ทั้งถ่ายรูป และแต่งรูปแล้ว มันยังเป็นแอพฯ ที่มีเครื่องมือในการแต่งรูปภาพอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟิลเตอร์สำหรับใส่กับรูปภาพ หรือเครื่องมือปรับแต่งรูปภาพต่างๆ เจ้าแอพฯ นี้ก็มีมาให้อย่างครบครันเลยทีเดียว ซึ่งคุณสามารถสนุกกับการปรับสีสันของรูปภาพ ปรับอุณหภูมิ ปรับความคมชัด สร้างขอบมืดให้กับรูปภาพ หรือจะครอปตัดรูปก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป งานนี้เรียกได้ว่าหากนักแต่งรูปทั้งหลายได้ลองใช้เจ้าแอพฯ ตัวนี้แล้วรับรองได้ว่าจะติดใจอย่างแน่นอน เพราะคุณจะมีรูปสวยๆ ที่เกิดจากผีมือการถ่าย และการแต่งของคุณเองไปโชว์เพื่อนๆ ทั้งบน Facebook, IG, หรือบนโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างไม่อายใคร และถ้าหากใครที่ยังคิดว่าฟิลเตอร์แต่งรูปของเรายังไม่โดนใจพอก็สามารถเข้าไปซื้อฟิลเตอร์เจ๋งๆ เพิ่มได้อีกด้วย

ตอนนี้ก็ทำให้รู้แล้วว่ามันเป็นทั้งแอพฯ แต่งรูป และแอพฯถ่ายรูปได้ในตัวเดียว มาพร้อมฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เลือกใส่กับรูปภาพของคุณได้มากมาย  หากยังไม่พอใจกับฟีลเตอร์ที่มีอยู่เรายังสามารถซื้อฟิลเตอร์สวยๆ อันอื่นได้เพิ่มเติมจาก Shop ใน VSCO Cam ซึ่งจะทำให้ภาพของคุณไม่ซ้ำแบบใคร สามารถปรับแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปรับสีสัน ปรับอุณหภูมิ ความคมชัด ฯลฯ ก็สามารถทำได้ นอกจากลูกเล่นที่มีมากมายแล้วยังมีหน้าตาที่ใช้งานง่ายสามารถเลือกบันทึกรูปภาพเก็บไว้ในแกลลอรี่ส่วนตัวได้ แชร์ขึ้นไปอวดเพื่อนๆ บนโลกโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, LINE เป็นต้น ไม่ว่าจะมีกี่รูปภาพเจ้าแอพฯ นี้ก็สามารถจัดการได้หมด มี VSCO Community ให้คุณได้สามารถทำการเชื่อมต่อ หรือ Sync รูปภาพเพื่อไปแต่งกับมือถืออื่นๆ ได้

เรียกได้ว่าสะดวกครบครันในแอพพลิเคชั่นตัวเดียวเลยจริงๆ ที่ถ่ายรูปได้ เสร็จแล้วแต่งภาพได้ทันทีไม่ต้องรอเข้าคอมพิวเตอร์ และยังบันทึกไฟล์ภาพเหล่านั้นบนมือถือของคุณเอง หรือจะอัพโหลดขึ้นบนโซลเชียลเก๋ๆ ก็ดีไม่เบา หากใครสนใจสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ Apple Store และ Android เวอร์ชั่นต่างๆ ได้เลย

ลาซาด้า ร่วมมือ ไอฟลิกซ์ นำความบันเทิงสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ

ผู้นำด้านมาร์เก็ตเพลสแพลตฟอร์มการช้อปปิ้งและพื้นที่ ขายของออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศ ลาซาด้า ร่วมมือ ไอฟลิกซ์ นำความบันเทิงสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ ผู้นำบริการสตรีมและดาวน์โหลดซี รีส์และหนัง จัดโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษคื นความสุขให้ลูกค้าด้วยคอนเทนท์ คุณภาพระดับโลก

ลาซาด้า ร่วมมือ ไอฟลิกซ์ นำความบันเทิงสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ

ลาซาด้า ร่วมมือ ไอฟลิกซ์ นำความบันเทิงสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ

โดยลูกค้าที่ซื้อสมาร์ททีวีที่ ร่วมรายการ จะได้รับสิทธิ์ตลอด 6 เดือนเต็ม เพื่อเข้าถึงคอนเทนท์ความบันเทิ งจากไอฟลิกซ์ ทั้ง ซีรีส์ หนังภาพยนตร์ รายการทีวี ไทย เอเซีย หรือ ฮอลลีวูดรายการเอ็กซ์คลูซีฟ แบบไม่อั้น (มูลค่า 600 บาท สนับสนุนโดย ลาซาด้า) โดยลูกค้าสามารถซื้อสมาร์ททีวี รุ่นที่ร่วมรายการผ่านเว็บไซต์  http://www.lazada.co.th/TV- iflix  ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป จนกว่าสินค้าจะหมด ในปี 2017 ลาซาด้ามียอดขายสมาร์ททีวีเพิ่ มมากขึ้น กว่า 377% ซึ่งสมาร์ททีวียังคงเป็นสินค้ าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่ องโดยมีแบรนชั้นนำอย่าง LG และ Samsung ที่นำสินค้ามาให้ลูกค้าได้เลื อกสรรตั้งแต่ขนาด 40 นิ้ว ถึง 55 นิ้ว ในราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 11,790 บาท เพื่อลูกค้าลาซาด้าโดยเฉพาะ

นายเบอร์ทรันด์ พีรส์รัชส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ ายการพาณิชย์ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งสร้างความพึ งพอใจในประสบการณ์การชอปปิ้ งและบริการหลังการขายของลูกค้ าเป็นสำคัญ โดยเรายินดีเป็นอย่างมากที่ได้ ร่วมมือกับบริการระดับโลก อย่าง ไอฟลิกซ์ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้สนุกกั บคอนเทนท์ความบันเทิงที่มีอย่ างหลากหลายและเพิ่มมูลค่าให้กั บผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าซื้ อจากลาซาด้า” นางสาวอาทิมา สุรพงษ์ชัย หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างมากที่ยั กษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซ ลาซาด้า เลือกไอฟลิกซ์ในการเสริ มประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้ านให้กับลูกค้าลาซาด้า พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษให้เพลิ ดเพลินกับคลังซีรีส์และหนั งแบบคมชัดระดับ HD และระบบเสียงที่ดีจากไอฟลิกซ์”

ไอฟลิกซ์ เปิดให้บริการแล้วใน 18 ประเทศทั่วเอเชียและตะวั นออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยไอฟลิกซ์ เป็นคลังรวมซีรีส์ หนังภาพยนตร์ รายการทีวี อาทิ ไทย เอเซีย หรือ ฮอลลีวูด รวมถึง รายการเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเชื่อมต่อไอฟลิกซ์ได้สูงสุ ด 5 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค และทีวี ให้สมาชิกรับชมได้ ทุกที่ ทุกเวลา สมาชิกใหม่ทดลองใช้สุดยอดบริ การระดับโลกของไอฟลิกซ์ฟรี 1 เดือนแบบไม่อั้น เพียงเข้าไปสมัครที่ www.iflix.com

SWIFT เปิดตัวบริการ ติดตามการชำระเงินระหว่างประเทศ

SWIFT (สวิฟ) ประกาศพร้อมให้บริการ Tracker ระบบชำระเงินแบบข้ามพรมแดน ที่ช่วยในการติดตามการชำระเงิ นระหว่างประเทศได้แบบเรียลไทม์ โดย Tracker ถือเป็นหัวใจหลักของ SWIFT เปิดตัวบริการ ติดตามการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นบริการนวั ตกรรมการชำระเงินรูปแบบใหม่ สำหรับกลุ่มสมาชิก โดยผสานคุณสมบัติการติ ดตามการชำระเงินแบบเรียลไทม์เข้ ากับความรวดเร็วและความถูกต้ องแม่นยำของการชำระเงินระหว่ างประเทศแบบหักบัญชีในวันเดียวกัน บริการ SWIFT gpi พร้อมให้บริการตั้งแต่เดื อนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีธนาคารที่ให้บริการธุ รกรรมทางการเงินระดับโลกได้ใช้ งานจริงหรือเริ่มติดตั้งระบบ รวมกันมากกว่า 20 แห่ง และมีอีกมากกว่า 50 แห่งที่กำลังอยู่ในช่วงของการพั ฒนาเพื่อให้บริการดังกล่าว โดยที่ผ่านมามีการชำระเงินผ่าน gpi ระหว่างประเทศต่างๆ มากกว่า 85 ประเทศ คิดเป็นจำนวนหลายแสนธุรกรรม

SWIFT เปิดตัวบริการ ติดตามการชำระเงินระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกในวงการ  ......................................................................................................................................................  ช่วยให้ฝ่ายบริหารการเงินขององค์กรสามารถติดตามสถานะการชำระเงินได้ทุกเวลา

SWIFT เปิดตัวบริการ ติดตามการชำระเงินระหว่างประเทศ

“ที่ผ่านมาบริการ gpi ของ SWIFT ได้รับการยอมรับอย่างดี และคุณสมบัติของ Tracker ที่เพิ่มเติมใหม่นี้ จะช่วยเร่งให้มีการใช้บริ การชำระเงินระหว่างประเทศเร็วยิ่ งขึ้น” มร. เดวิด แบนนิสเตอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของโอวุม (Ovum) กล่าว “ข้อร้องเรียนส่วนใหญ่จากองค์ กรมักเป็นเรื่องการไม่ทราบถึ งสถานะการชำระเงินของตน ซึ่ง Tracker จาก SWIFT gpi ช่วยจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่ างดี และถือเป็นเครื่องมืออันมี ประโยชน์ต่อฝ่ายบริหารการเงิ นขององค์กรในการจัดการภาระหน้ าที่หลักของตน”

SWIFT gpi ช่วยให้บริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่ างประเทศ ได้รับชำระเงินค่าบริการหรือจั ดส่งสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อันทำให้กระบวนการในห่วงโซ่อุ ปทานเดินหน้าได้เร็วขึ้นกว่าเดิ ม โดยคุณสมบัติ gpi Tracker ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ฝ่ายบริหารการเงิ นขององค์กรได้รับข้อมู ลการชำระเงินครบวงจรแบบเรี ยลไทม์ พร้อมการยืนยันธุรกรรมเมื่อมี การฝากเงินเข้าบัญชีผู้รับเป็ นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังช่วยในการพิสูจน์ ยอดชำระเงินและใบแจ้งหนี้ได้ถู กต้องยิ่งขึ้น ช่วยปรับปรุงสภาพคล่องด้ วยการประเมินกระแสเงินสดได้ดีขึ้ น และลดความเสี่ยงด้านอั ตราแลกเปลี่ยนด้วยการประมวลผลธุ รกรรมภายในวันเดียวกั นตามเขตเวลาของผู้รับผลประโยชน์ ทั้งนี้ Tracker ให้บริการผ่าน API แบบเปิดกว้าง ดังนั้นจึงรองรับการใช้งานกั บระบบของธนาคารได้ทั่วโลก ทำให้ได้รับประโยชน์จาก gpi อย่างสูงสุด และสามารถเปิดให้บริการได้ รวดเร็วขึ้น

ที่ผ่านมา SWIFT gpi ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิ จการเงินทั่วโลก โดยมีธนาคารที่ให้บริการธุ รกรรมทางการเงินชั้นนำมากกว่า 110 แห่ง ที่ยืนยันการใช้บริการดังกล่าว คิดเป็น 75% ของการชำระเงินระหว่างประเทศทั้ งหมดของ SWIFT สำหรับรายชื่อสถาบันที่เข้าร่ วมกับ SWIFT gpi ล่าสุดประกอบด้วย Agricultural Bank of China, Bank of Communications, Banque Centrale Populaire, BayernLB, China Citic Bank, China Minsheng Banking Corporation, Commercial Bank of Kuwait, Denizbank, Ebury, Industrial Bank, Lek Securities, Ping An Bank, Piraeus Bank, Postal Savings Bank of China, Shanghai Pudon Development Bank, Turkiye Cumhuriyeti Ziraat Bankasi, Westpac Banking Corporation and Yapi Kredi และ Zhejiang Rural Credit Cooperative Union (คลิกที่นี่เพื่อดูรายชื่ อธนาคารทั้งหมดที่เข้าร่วม)

บริการดังกล่าวยังรองรับและใช้ ร่วมกับโครงสร้างพื้ นฐานทางการชำระเงิน (MIs) ได้ทั่วโลก อันช่วยสนับสนุนการหักชำระบัญชี ของการชำระเงินผ่าน gpi  โดยธนาคารต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนการชำระเงินผ่ าน gpi ระหว่าง MI ที่เชื่อมต่อกับ SWIFT กว่า 56 แห่ง ตลอดจน MI รายอื่นๆ ที่ได้กำหนดวิธีปฏิบัติสำหรั บตลาดในพื้นที่เพื่อสมาชิกที่ ใช้บริการ gpi ทั้งนี้ SWIFT จะประสานกับ MI อื่นๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเพื่ อให้รองรับ gpi ในอนาคต “การแถลงในวันนี้ถือเป็นก้ าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้ งใหญ่สำหรับองค์กรต่างๆ ทั่วโลก” มร. คริสเตียน ซาราฟิดิส ประธานผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ SWIFT กล่าว “การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม พร้อมด้วยผู้สนับสนุนเราเบื้ องหลังที่เหมาะสม ทำให้ SWIFT ประสบความสำเร็จในการช่วยให้ ธนาคารตัวแทนบรรลุเป้ าหมายการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคั ญดังกล่าว”

มร. วิม เรย์เมเกอร์ส ผู้จัดการแผนงานของ SWIFT gpi กล่าวเสริมด้วยว่า “นี่เป็นเพียงก้าวแรกของ SWIFT gpi เท่านั้น เรายังคงเดินหน้าสำรวจเทคโนโลยี ใหม่ๆ เช่น บล็อกเชน และมอบบริการด้านการชำระเงินที่ ให้คุณค่าเพิ่มขึ้น เพื่อปรับปรุงวิธีการชำระเงิ นระหว่างประเทศ และช่วยขับเคลื่อนการค้าระดั บโลกให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น” คุณพิพัฒน์ อัสสมงคล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายบริการธุ รกรรมการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่เข้ าร่วมกับ SWIFT gpi เปิดเผยว่า “ความโปร่งใสในการชำระเงินระหว่ างประเทศถือเป็นสิ่งที่ตลาดเฝ้ ารอคอยมาเป็นเวลานานในธุรกิ จธนาคารที่ให้บริการธุ รกรรมทางการเงินในปัจจุบัน ซึ่งการริเริ่มการชำระเงินระดั บโลกของ SWIFT ในครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ ช่วยยกระดับบริการชำระเงินระหว่ างประเทศในด้านความโปร่ งใสของการติดตามธุรกรรมและค่ าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์มีความยินดีอย่ างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นส่ วนหนึ่งในโครงการนี้ อันสอดคล้องตามคำมั่ นของเราในการมอบบริการด้ านการชำระเงินระหว่างประเทศให้ แก่ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น”

นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

ปกติอากาศประเทศไทยร้อนอยู่แล้ วตลอดทั้งปี แต่พอเข้าหน้าร้อน อุณหภูมิยิ่งพุ่งสูงสุดขีด ความร้อนทำให้เหงื่อออกท่วมตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า เหนียวเหนอะหนะ จนต้องอาบน้ำสระผมเกือบ 3 เวลา หรือสระผมไปแค่วันเดียวก็รู้สึ กว่าผมเริ่มมัน หรือคันศีรษะ ทำให้อยากสระผมทุกวัน แต่ก็มีความกังวลว่าถ้าสระผมทุกวัน ก็จะต้องไดร์ผมทุกวันตามไปด้วย นวัตกรรม Dyson Supersonic  สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว และการไดร์ผมบ่อยๆเป็นสาเหตุ สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมเสี ยจากความร้อน รวมไปถึงบางคนรู้สึกว่าการไดร์ ผมเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้เวลานาน ไม่เหมาะกับช่วงเวลาเร่งรี บและมีค่าในตอนเช้า

นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

นวัตกรรม Dyson Supersonic  สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

ไดสัน  (Dyson) บริษัทเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้ าชั้นนำของโลก จากประเทศอังกฤษ เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้พัฒนาไดร์เป่าผม ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติ วงการความงาม ด้วยไดร์เป่าผม Dyson Supersonic ที่เปิดตัวเป็นปรากฏการณ์ไปทั่ วโลก สำหรับประเทศไทยได้เปิดตั วและวางขายเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่ านมา ด้วยเทคโนโลยีที่ได้คิดค้นพั ฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เราต้ องเจอจากไดร์เป่าผมทั่วไป ทำให้ Dyson Supersonic ถือเป็นปฏิวัติใหม่ของไดร์เป่ าผม และที่สำคัญเป็นเทคโนโลยี ความงามที่เหมาะสำหรับช่วงหน้ าร้อนของเมืองไทยมาก เพราะไม่ต้องกังวลผมเสี ยจากความร้อนของไดร์เป่าผม ให้คุณมีผมสวยตลอดหน้าร้อนนี้ โดย “เจมส์ ไดสัน” ผู้ก่อตั้ง Dyson และหัวหน้าทีมวิศวกร กล่าวว่า “ไดร์เป่าผมทั่วไปส่วนมากจะหนัก ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทั้งยังมีเสียงดังรบกวนขณะใช้ งาน และเราตระหนักดีว่าไดร์เป่าผมยั งเป็นตัวทำลายสุขภาพเส้นผม จากลมร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเกิ นไป ผมให้การสนับสนุนทีมวิ ศวกรของไดสันเพื่อศึ กษาและทำความเข้าใจในศาสตร์แห่ งเส้นผม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งช่วยแก้ ไขปัญหาของไดร์เป่าผมที่ร้อน มีขนาดใหญ่ และไม่มีประสิทธิภาพ”

ไดสันทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ในการพัฒนา Dyson Supersonic รวมถึงการสร้างห้องปฏิบัติการณ์ อันทันสมัยซึ่งออกแบบมาสำหรั บการศึกษาศาสตร์แห่งเส้ นผมโดยเฉพาะ โดยทำความเข้าใจในวิธีการที่ จะตอบสนองต่อแรงเค้น วิธีที่จะรักษาเส้นผมให้ดูดีมี สุขภาพ และวิธีการจัดแต่งทรงผม  เป็นเวลากว่า 4 ปีที่ทีมวิศวกรทำการทดสอบผลิตภั ณฑ์ไดร์เป่าผม กับเส้นผมประเภทต่างๆ และทำการทดสอบซึ่งจำลองเทคนิ คการไดร์ผมที่แตกต่างกันไปทั่ วโลก ซึ่งมีการนำเส้นผมจริงของมนุษย์ มาใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ถ้านำความยาวของเส้นผมทั้ งหมดมาคำนวณรวมกัน คิดรวมเป็นระยะทางกว่า 1,010 ไมล์ หรือประมาณ 1,625 กิโลเมตร จนสำเร็จออกมาเป็นไดร์เป่าผมนวั ตกรรมเปลี่ยนโลก อย่าง Dyson Supersonic ที่มีเทคโนโลยีการควบคุมความร้ อนที่ชาญฉลาด ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าเส้ นผมจะไม่สัมผัสกับอุณหภูมิที่สู งเกินไป โดยใช้เทอร์มิสเตอร์ชนิด Glass Bead (อุปกรณ์ให้ความร้อนแบบอุณหภูมิ คงที่ชนิดหนึ่ง) จะทำการวัดอุณหภูมิ 20 ครั้งต่อวินาทีและจะส่งข้อมู ลเหล่านี้ไปยังไมโครโพรเซสเซอร์ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ควบคุมความร้ อนด้วยเช่นกัน นับเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ เฉพาะของไดสันในการควบคุมอุณหภู มิความร้อนอย่างแม่นยำและเชื่ อถือได้ถึง 2 ชั้น  นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยี Air Multiplier ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของไดสัน โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ระดับพลั งแรงลมที่ผ่านเข้าสู่มอเตอร์ได้ รับการเพิ่มกำลังถึงสามเท่า ทำให้ลมที่เป่าออกมาเต็มเปี่ ยมไปด้วยพลังและความรวดเร็ว

และเช่นเดียวกับเครื่องใช้อื่ นๆของไดสันที่มีไดสันดิจิ ตอลมอเตอร์เป็นขุมพลัง Dyson Supersonic ได้พัฒนาดิจิตอลมอเตอร์รุ่นใหม่ ล่าสุด คือ ไดสันดิจิตตอลมอเตอร์ V9 ที่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาขึ้น ทว่าทรงประสิทธิภาพในการใช้ งานมากยิ่งขึ้น  และส่งผลให้ Dyson Supersonic มีพลังในการหมุนได้เร็วกว่ ามอเตอร์ของไดร์เป่าผมทั่วไปถึง 8 เท่า ถึงแม้จะมีพลังอันทรงประสิทธิ ภาพ แต่ไดสันดิจิตอลเมเตอร์ได้รั บการพัฒนาคิดค้นให้มีขนาดเล็กลง เพื่อที่สามารถติดตั้งในตำแหน่ งบริเวณด้านจับได้ ทำให้จับถนัดมือ สะดวกในการบังคับและใช้งาน เพราะไดร์เป่าผมทั่วไปมักจะติ ดตั้งมอเตอร์บริเวณส่วนหัวของตั วเครื่องที่ทำหน้าที่เป่าลม และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ ใช้รู้สึกควบคุมการทำงานของไดร์ เป่าผมได้ยาก

ทั้งยังพัฒนาให้ Dyson Supersonic มีเสียงที่เบากว่าไดร์เป่าผมทั่ วไป โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้ านเสียงเชิงอากาศพลศาสตร์ ของไดสัน ได้ศึกษาและเรียนรู้ถึ งกระบวนการที่จะทำให้ Dyson Supersonicทำงานได้อย่างเงียบที่ สุด โดยการใช้ใบพัดมอเตอร์ให้เคลื่ อนที่ไปตามแนวแกนหมุน นี่จึงเป็นวิธีช่วยลดแรงหมุ นเหวี่ยงที่ปราศจากการควบคุ มของทิศทางลม และยังเพิ่มจำนวนใบพัดมอเตอร์ เป็น 13 ใบ จากปกติที่ใช้กันเพียง 11 ใบ  อีกทั้งทีมวิศวกรของไดสันได้ติ ดตั้งตัวควบคุมเสี ยงภายในมอเตอร์ให้มีความถี่ ของเสียงอยู่สูงกว่าช่วงเสี ยงปกติที่มนุษย์จะได้ยิน ดังนั้น Dyson Supersonic จึงเป็นไดร์เป่าผมที่มี เทคโนโลยีอันชาญฉลาด ในการช่วยแก้ปัญหาของไดร์เป่ าผมทั่วไปที่เราเคยเจอ นี่จึงเป็นไดร์เป่าผมที่ไม่ ทำให้ผมเสียจากความร้อน, มีกำลังลมแรงช่วยให้ผมแห้งเร็ว, มีน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงยังมีเสียงที่เบากว่าไดร์ เป่าผมทั่วไปอีกด้วย

เพราะฉะนั้นหน้าร้อนนี้ คุณสามารถสระผมและไดร์ผมได้บ่ อยเท่าที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องกลัวว่าผมจะเสีย หรือว่าจะใช้เวลานานในแต่ละวั นสำหรับการไดร์ผม เพราะไดสันมุ่งมั่นทุ่ มเทในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน รวมถึงปัญหาความงามด้านเส้นผมนี้ ด้วย Dyson Supersonic มีวางจำหน่าย 2 สีได้แก่ ดำ-ชมพู และ ขาว-เงิน ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ราคา 14,900 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ มได้ที่ http://www.dyson.co.th/

ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ในอดีตองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเผชิญหน้าเป็นจำนวนมากซึ่งถือเป็นวิธีการ ธุรกิจด้านดิจิทัล ติดต่อสื่อสารหลัก แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ต่อมาการสื่อสารระบบออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาพฤติกรรมด้านการใช้จ่ายผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่นานมานี้มีการใช้จ่ายผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากขึ้นอีกด้วย จากการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซโดย Ipsos และ Paypal พบว่า ในปี 2559 มีผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย จำนวน 68 %ที่ทำการซื้อสินค้าผ่านมือถือ

ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ธุรกิจด้านดิจิทัล ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งาน

ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือเป็นการปฏิวั ติโครงสร้างทางด้านการใช้จ่ายและการค้าที่จะมีผลกระทบต่อการเลือกสถานทีเพื่อพบปะกั บเหล่าลูกค้า สำหรับองค์กรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจดิจิทัลได้มีการปรับเปลี่ ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าเป็ นระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น ลูกค้าถือเป็น Digital You   สำหรับโครงสร้างในระบบดิจิทัล ซึ่งเสมือนเป็นการรวบรวมการติ ดต่อสื่อสารจากทุกช่องทางรวมทั้ งการเข้าถึงดิจิทัล การชำระเงินด้านดิจิทัล ดิจิทัลคอมเมิร์ช โซเชียลมีเดีย หรือการเรียกดูประวัติและข้อมู ลในอดีต

ในสภาพแวดล้อมที่มีการปฏิสัมพั นธ์เป็นอย่างดีขององค์กรดิจิทั ลและลูกค้า ซึ่งเรียกว่า “กระบวนการทำงานของ Digital You” เป็นเพียงประสบการณ์เดียวที่ จะทราบได้ว่าลูกค้ารายนั้นจะตั ดสินใจซื้อสินค้ากับองค์กรดิจิ ทัลหรือไม่ ในปัจจุบัน การเข้าถึงและการสื่อสารด้านดิ จิทัล  การชำระเงินด้านดิจิทัล  ดิจิทัลคอมเมิร์ช โซเชียลมีเดีย ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะต้องมั่ นใจถึงการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี ที่สุดให้กับลูกค้า หรืออีกนัยหนึ่ง สามารถกล่าวได้ว่า องค์กรดิจิทัลจะต้องใส่ใจดูแลลู กค้าด้วยความเต็มใจ

สิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้ าคือ ระบบการชำระเงินและการติดต่อผู้ ใช้งาน แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้มานานหลายปี แล้ว แต่ผลวิจัยก็ยังแสดงให้เห็นว่ าความคิดนี้ยังไม่ได้ลดลง ทำให้ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ ของลูกค้าเองจากงานวิจัยล่าสุดของ Forrester Consulting โดย Amdocs Optima ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอทีและธุ รกิจกว่า 300 คนได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกั บระบบการเรียกเก็บเงินในปัจจุบั น และในอนาคต ผลการวิจัยระบุว่า 58% รู้ว่าลูกค้าของพวกเขาต้องการการใช้งานในระบบการชำระเงิ นและการค้าที่มีความยืดหยุ่นสูง นอกเหนือจากการตอบสนองความต้ องการของลูกค้าด้วยการเรียกเก็บเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่า 45%

คาดหวังที่จะปรับปรุงประสบการณ์ ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 39% คาดว่าการให้บริการลูกค้าจะดี มากขึ้นกว่าเดิมและ 35% คาดการณ์ว่าความภักดีของลูกค้ าจะสูงมากขึ้น นอกจากนี้อีก 43% ยังเชื่อว่ าระบบการขายและการชำระเงินจะช่ วยเพิ่มประสิทธิ ภาพในการทำงานและความคล่องตั วของธุรกิจ โดยผลลัพธ์เหล่านี้จะช่วยเสริ มความสำคั ญของระบบการขายและการชำระเงิ นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่ าระบบดังกล่าวไม่ได้มีการจัดส่ งตามความต้องการของลูกค้าอีกด้ วย