Karoshi Syndrome งานหนักไม่เคยฆ่าใคร แต่เราอาจตายเพราะบ้างาน

Karoshi Syndrome

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตรากตรำจนทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า รู้สึกอ่อนเพลีย หมดกำลังใจในการทำงาน สุขภาพจิตไม่ดี สุขภาพกายพัง แม้จะเป็น ฟรีแลนซ์ หรือพนักงานออฟฟิสเองก็น่ากลัวไม่น้อยกับโรคนี้ นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังมีอาการ Karoshi Syndrome มาดูกันว่า คุณกำลังมีอาการแบบนี้อยู่หรือเปล่า และจะมีวิธีป้องกันและรักษาอย่างไรบ้าง

เจ้าอาการ Karoshi Syndrome จะแสดงความเหนื่อย หรือ อ่อนเพลียจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย เครียดสะสม จนทำให้เสียสุขภาพ และอาจเกิดอาการร้ายแรงที่นำไปสู่ชีวิต เช่น หัวใจวาย เป็นต้น

คำคำนี้มีจุดเริ่มต้นจากภาษาญี่ปุ่น โดยคำว่า “คาโรชิ” เริ่มเป็นที่รู้จัก หลังจากที่มีข่าวพนักงานของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากการทำงานล่วงเวลาอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีพนักงานบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังระดับประเทศ ที่ทนความตึงเครียดจากการทำงานไม่ไหว จนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจ “ผลกระทบ” จากการทำงานที่มากเกินพอดีกันมากขึ้น

เนื่องจากในสังคมการทำงานของญี่ปุ่นจะต้องทุ่มเทให้กับการทำงานมาก จนบางครั้งการทุ่มเทที่มากเกินพอดี อาจส่งผลเสียต่อคนทำงาน จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตได้ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากวัฒนธรรมในการทำงานของบริษัทในญี่ปุ่น ที่มีความจริงจัง จนก่อให้เกิดความเครียดจากการทำงาน รวมไปถึงชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป เช่น บังคับให้ทำงานล่วงเวลามากกว่า 100-150 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน จนร่างกายไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ การเร่งทำยอด การตั้ง KPI ที่สูงเกินกว่าจะสามารถเอื้อมถึง การกดดันจากผู้มีอำนาจในที่ทำงาน จนเกิดความเครียดและอาการเหนื่อยล้าสะสม

วิธีป้องกันคาโรชิซินโดรม

           ถ้าหากเราเป็นคนหนึ่งที่มีจำนวนชั่วโมงทำงานมากเกินไป ทำงานล่วงเวลาเป็นเวลายาวนานเกินไปหรือ โหมทำงานอย่างหนักมากเกินไปเพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เราควรรู้จักการทำงานให้พอดี ไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป แบ่งเวลาให้สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริงบ้าง ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบและมีความสุข เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องเพลง ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ออกไปพบกะเพื่อนฝูงหรือคนที่เรารัก พักผ่อนให้เพียงพอ

หากมีปัญหากับการนอน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ใส่ใจกับการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รู้จักการปล่อยวางความคิด ไม่นำงานกลับมาทำที่บ้าน หรือคิดต่อที่บ้านมากจนเกินไป หากพบว่าเรากำลังรับงานที่มากเกินความพอดี ควรรีบปรึกษาหัวหน้าเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น อย่ารอให้เสียสุขภาพแล้วจึงค่อยคิดหาทางแก้

Cr. Jobsdb