โปรแกรม MediaTrans ซิงค์ข้อมูลอุปกรณ์ iOS บนเครื่อง Mac

เวลาจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้า-ออกเครื่องมือถือ หรืออุปกรณ์ของ iOS จาก Apple เป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก (หากไม่ค่อยใช้คอมเท่าไร) ทำให้นักพัฒนาโปรแกรมหลายคนออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น อย่าง โปรแกรม MediaTrans ที่เข้ามาทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลเป้นไปได้ราบรื่นขึ้น พร้อมรองรับระบบ 4K ที่ส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วและคมชัดของภาพได้แบบสบายๆ ปัจจุบันไฟล์ส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตอลสมบูรณ์แบบที่รองรับการใช้งาน 4K แบบเต็มที่ ทั้งภาพและเสียง รวมถึงไฟล์วีดีโอด้วย หากใครใช้ MAC แล้วเริ่มสนใจโปรแกรมโอนถ่ายข้อมูลละก็ลองมาดูกันเลย

โปรแกรม MediaTrans ซิงค์ข้อมูลอุปกรณ์ iOS บนเครื่อง Mac

โปรแกรม MediaTrans ซิงค์ข้อมูลอุปกรณ์ iOS บนเครื่อง Mac

มันถูกพัฒนาโดยประเทศจีน (China) เป็นนักพัฒนาจากบริษัท Digiarty Software ที่คิดออกมาแล้วว่าถ้ามีโปรแกรมที่ใช้งานง่ายกว่า iTunes ขึ้นมาจะดีกว่าแน่เพียงแค่ลากแล้ววาง หรือจะนำเข้า-ส่งออกข้อมูลแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออะไรมาก เอาไว้จัดการ โอนไฟล์ มัลติมีเดีย อย่าง รูปภาพ เพลง หรือแม้แต่ ไฟล์วีดีโอ บน อุปกรณ์ iOS โดยโปรแกรมนี้มีความสามารถในการสำรองไฟล์และซิงค์ข้อมูลในตัวเดียวกัน ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ iOS ทุกรุ่น อย่างมือถือไอโฟน (iPhone), แท็บเล็ตไอแพด (iPad) ไปสู่เครื่อง Mac หรือจาก เครื่อง Mac ไปสู่ อุปกรณ์ iOS ได้อย่างรวดเร็ว หมดปัญหาเวลาจะนำเพลงเข้า-ออกเครื่องเพียงไม่กี่คลิก หรือจะแก้ไขรายงาน เอกสารที่บันทึกไว้ยังได้เลย

หน้าตาโปรแกรม (Interface) ออกแบบมาให้เห็นรายละเอียดได้ดีและชัดเจนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำของเครื่อง รุ่นของไอแพดหรือไอโฟนที่ใช้งาน  โดยความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล มีความเร็วมากถึง 20 เมกะบิตต่อวินาที นั่นหมายความว่า มันสามารถถ่ายโอนภาพที่มีความคมชัดระดับ 4K (3840 x 2160 พิกเซล) 100 ภาพ ได้ภายในเวลา 8 วินาที เท่านั้น แค่นั้นยังไม่หมดมันยังสามารถปรับแต่งวีดีโอสำหรับหมุนตามความต้องการได้ และยังสามารถแปลงไฟล์เป็นสกุลต่างๆ เช่น AVI, MKV, FLV หรือ MP4 ก็ยังได้ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมช่วยเพิ่มเติม โปรแกรมนี้เปิดให้ดาวน์โหลดไปทดลองใช้ในแบบแชร์แวร์ (Shareware) ซึ่งหากถูกใจละก้แนะนำให้ซื้อติดเครื่องไว้ก้ดี เพราะใช้งานง่ายกว่า iTunes กว่ามากๆ เลยละ

App ส่งของ DeLiVeRiNG บริหารจัดการส่งสินค้า

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นิยมส่งสินค้ากันผ่านทางไปรษณี หรือส่งของทางเอกชนบ้าง เว็บการจัดส่งของที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ www.aonedms.com ที่เปิดตัวแอพพลิเคชั่น DeLiVeRiNG สำหรับจัดการตารางการส่งของได้ พร้อมการเช็คสถานะสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางไปรษณีไทยก้มีเช่นกันและมีคุณภาพที่ดีใกล้เคียงกันเลยทีเดียว เหมาะกับการขายของทุกประเภทไม่ว่าจะมีสินค้าชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ก็ไม่ใช่ปัญหาในการลงทะเบียนเพื่อเช็คการจัดส่งสินค้าจากแอพพลิเคชั่นนี้เลยละ หมดปัญหาการส่งของแล้วไม่เจอสินค้า ตกหล่นระหว่างขนส่งแล้วไม่สามารถติดตามของได้ แอพนี้จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นลดลงไปจนคุณต้องชอบและอยากใช้บริการแน่นอน

App ส่งของ DeLiVeRiNG บริหารจัดการส่งสินค้า

App ส่งของ DeLiVeRiNG บริหารจัดการส่งสินค้า

แอพพลิเคชั่นนี้ช่วยจัดการกระจายสินค้า ส่งของ เช็คสถานะได้รวดเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของหลากชนิดทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะขายของทั่วไป ขายของออนไลน์ หมดห่วงเรื่องของหายหรือมีปัญหาระหว่างจัดส่งไปได้เลย ยิ่งบริหารจัดการส่งสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านแอพนี้เลย ด้วยระบบจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีบัญชี (Account) กับ www.aonedms.com หรือใช้งาน SmartTA App อยู่สามารถใช้งานได้ โดยใช้ User ที่มีอยู่ได้เลยหรือหากยังไม่มีบัญชี สามารถสมัครหรือสร้างบัญชีใหม่ได้ที่ www.aonedms.com หรือสมัครผ่าน SmartTA app ก็ได้เช่นกันสามารถป้อนข้อมูล กำหนดรายการสินค้า คิวงาน คนส่ง รถที่ส่ง จากเว็บ www.aonedms.com นี้เลย

เมื่อจัดการกระจายสินค้าจากส่วนกลางแล้ว User หรือคนนำส่งสินค้า/บริการ จะเห็นข้อมูลในเมนู My Jobs ซึ่งมีเมนูหลากหลาย ตั้งแต่กดรับงาน (Pick Up) ระบบจะส่งข้อมูลรายการสินค้า ผู้ส่ง ทะเบียนรถ รวมถึงรูปคนส่งสินค้า ผ่านอีเมล์พร้อมกับ SMS ไปยังผู้รับสินค้าปลายทาง ซึ่งในอีเมล์ (E-Mail) และ SMS จะมี รหัส PIN Code เพื่อใช้ในการรับสินค้า/บริการ และ ผู้รับสินค้าสามารถกดดูตำแหน่งปัจจุบันของผู้ที่กำลังมาส่งสินค้าได้ แบบสดๆ ทันที หรือเรียลไทม์ (Real-time) เมื่อไปถึงปลายทางพนักงาน กดปุ่ม Arrival และ กดส่งสินค้า/บริการ พร้อมกับ ป้อน PIN CODE (ได้รับจากลูกค้า) เพื่อยืนยันการส่งสินค้า/บริการ วิธีนี้จะยืนยันว่าได้ส่งสินค้าหรือบริการถืงมือลูกค้าจริงๆ (ลูกค้าสามารถมอบรหัสรับสินค้าให้ผู้อื่นรับแทนได้) ในกรณีหากผู้รับสินค้าไม่อยู่หรือไม่สามารถจัดส่งได้ ระบบมีปุ่มให้ยกเลิก (Cancel)

ในเรื่องการใช้งานก็ไม่ยากอย่างที่คิดโดยคุณสามารถเช็คข้อมูลเบื้องต้น ชื่อ (Name), อีเมล์ (Email) ระยะทางการจัดส่ง, ทะเบียนรถ, ค่าจัดส่ง ด้วยบริการส่งสินค้าแบบมืออาชีพ หมดห่วงเรื่องข้อจำกัดเพราะไม่ว่าจะส่งไป เหนือ ใต้ ออก ตก รับประกันได้เลยว่าสินค้าทุกชิ้นส่งถึงจุดหมายปลายทางแน่นอน เพียงคุณดาวน์โหลด DeLiVeRiNG แอพนี้ติดสมาร์ทโฟนของคุณเพื่อสามารถเช็คสถานะการส่งของได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมแสดงรายละเอียดชัดเจนจากเว็บไซต์ www.aonedms.com ที่มีผู้คนใช้มากไม่แพ้เว็บอื่นเลย ตัวแอพนี้รองรับการใช้งานทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ ระบบปฏิบัติการ Android ทุกเวอร์ชั่นพร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ โดยไม่เสียค่าบริการใดๆ อีกด้วย

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แกร็บ (Grab) แพลทฟอร์มด้านบริการขนส่งชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศผนึกกำลังการให้บริการ กับ ลิฟท์ (Lyft) แอพพลิเคชั่นด้านการขนส่งที่ให้บริการในกว่า 200 เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา Grab จับมือ Lyft เดินหน้าข้อตกลงความร่วมมือการให้บริการโดยสารระดับโลก โดยขณะนี้ ลูกค้า แกร็บ สามารถเรียกใช้บริการโดยสาร ลิฟท์ (Lyft) และ ลิฟท์ พลัส (Lyft Plus) ผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บ เอง ในกว่า 200 เมืองของประเทศสหรัฐอเมริการวมทั้ง ซานฟรานซิสโก, ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก และในทางกลับกัน ลูกค้าลิฟท์ (Lyft) ก็สามารถเรียกใช้บริการ แกร็บ คาร์ (GrabCar) และ แกร็บ แท็กซี่ (GrabTaxi) ผ่านแอพพลิเคชั่น ลิฟท์ (Lyft) ของตนเอง เมื่อเดินทางอยู่ใน 30 เมือง ใน 6 ประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แกร็บให้บริการเช่นกัน

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grab จับมือ Lyft ให้บริการนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“แกร็บ (Grab) พร้อมมอบอิสรภาพการเลือกใช้บริการที่ยืดหยุ่นและความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า รวมถึงประสบการณ์ในการเดินทางที่ราบรื่นแม้อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากเราต้องการนำเสนอบริการที่ดียิ่งไปกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังไว้” ฮุย หลิง ตัน ผู้ร่วมก่อตั้ง แกร็บ (Grab) กล่าว “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในระดับสูง ดังนั้น ขณะที่เราต้อนรับนักเดินทางและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสบริการโดยสารแท็กซี่และรถยนต์ในภูมิภาคของเรา เราก็มองหาโอกาสที่จะนำเสนอบริการโดยสารที่ราบรื่นในต่างประเทศ ผ่านการผสานจุดแข็งและประสบการณ์ที่มีอยู่ร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน”
ภายใต้การผสานการทำงานของ แกร็บ (Grab) และ ลิฟท์ (Lyft) ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้บริการโดยสารผ่านแอพลิเคชั่นที่มีด้วยภาษาของประเทศตนเองได้ รวมทั้งสามารถจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิตและช่องทางการชำระเงินอื่นๆ อาทิ เพย์พาล, วอลเล็ต (PayPal ,Wallet) เพื่อสัมผัสการเดินทางที่ราบรื่นแบบไม่ต้องกังวลในเรื่องสกุลเงิน ภาษา หรือแม้แต่การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใหม่ หรือเปิดบัญชีชำระเงินใหม่
การผสานบริการแบบสองทางระหว่าง แกร็บ (Grab) และ ลิฟท์ (Lyft) ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการจับคู่ผสานบริการแบบสองทางที่เริ่มเปิดให้บริการ ภายหลังจากที่ ตีติ ชูซิ่ง (Didi Chuxing) ผู้ให้บริการแอพโดยสารในจีน, แกร็บ (Grab) จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ลิฟท์ (Lyft) จากสหรัฐอเมริกา และ โอล่า (Ola) จากอินเดีย ประกาศความร่วมมือให้บริการโดยสารระดับโลกเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการต่างๆ เหล่านี้สามารถให้บริการลูกค้าครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนักเดินทางจากประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ที่มีจำนวนรวมกันหลายล้านคนต่อปี

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

ในการทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง ก็เป็นปัญหาที่ทีมงานคาดไม่ถึงมาก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนๆ แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็เถอะ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต้องใช้ไหวพริบ และเป็นการวัดกึ๋นของทีมได้เลยว่า มีการจัดการปัญหาได้ดีเพียงไร จริง ๆ แล้วเรื่องการแก้ไขปัญหาหลายคนอาจคิดว่า มันเป็นทักษะเฉพาะตัวหรือเปล่า ฝึกได้จริง ๆ เหรอ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ค่ะ ขอเพียงตั้งใจ แล้วทำตาม 6 ข้อด้านล่างนี้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาสกิล วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้บ้างไม่มากก็น้อย

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในการทำงานที่ควรทราบ

1. ดูจากผู้มีประสบการณ์

แน่นอนว่าไม่มีใครทำทุกอย่างเป็นตั้งแต่เกิด เมื่อเริ่มเข้าทำงานแรกยังเป็นหนุ่มสาวหน้าใหม่ไฟแรง มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับหัวหน้าเก่ง ๆ ก็อย่าลืมรีบเร่งฉกฉวยโอกาสเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์ถ่ายทอดให้ เริ่มแรกถ้ายังไม่มีประสบการณ์ก็เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์นี่แหล่ะดี อาจจะเป็นการเรียนรู้จากหน้างานเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจริงก็ได้ หรือเกิดจากการสอบถามถึงเคสต่าง ๆ ที่ผู้มีประสบการณ์เคยเจอ เคยผ่านมาให้พี่ ๆ เล่าให้ฟัง เพื่อเตรียมตัวโดยไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยไปถาม แล้วเราจำไปใช้ก็ได้เช่นกันค่ะ

2. ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ทำให้ถ่องแท้

ฟังจากผู้มีประสบการณ์ก็คงช่วยได้จุดหนึ่ง แต่จะดีมาก ๆ ถ้าเรามีความเข้าใจพื้นฐานต่อเนื้องานที่เรากำลังทำอย่างถ่องแท้ เข้าใจในทุกมุม ความเข้าใจช่วยได้ในหลายส่วนหากมีปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้น เราจะรู้ทันทีว่าต้องไปตามแก้ที่จุดไหน กับใคร และเราจะสามารถ catch up งานได้ทันว่า โปรเจกต์นี้ดำเนินการไปถึงจุดไหนแล้ว

3. ฝึกวิเคราะห์ปัญหา

การรู้เหตุแห่งปัญหา และผลที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และไม่หลอกตัวเองย่อมทำให้รู้หนทางแห่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เริ่มรู้และเข้าใจ flow การทำงานทั้งหมด สิ่งที่สำคัญก็คือต้องฝึกคิดวิเคราะห์แยกแยะปัญหาให้เป็น เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ

4. ฟังอย่างแตกฉาน

ที่สำคัญไม่แพ้การพูด ก็คือ “การฟัง” หลายคนเข้าใจผิด หลงลืมมองข้ามการฟังที่ดีไป ทำให้ตีความผิดในหลายเรื่องและนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพของการแก้ปัญหา เวลาฟัง จงฟังอย่างตั้งใจ และคิดตามไปด้วย อย่าได้ใจลอย คิดไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญจับประเด็นให้ได้ ว่าผู้ส่งสารต้องการจะบอกอะไรกับเราบ้าง แล้วเราจะนำมาวางแผนการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

5. เล่าให้มีประเด็น

สลับกันกับข้อด้านบน เวลาเป็นคนเล่า ก็ต้องเล่าอย่างมีประเด็นด้วย เล่าให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเราต้องการจะสื่อสารอะไรกับเรื่องนี้ และจะขอความเห็นใน next step อย่างไรก็ว่ากันไป การจะเล่าก็ต้องเตรียมตัว เรียบเรียงประเด็นต่าง ๆ นหัวแล้วค่อยพรั่งพรูออกมา ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วต้องเล่า ต้องพยายามเล่าให้ครบถ้วนใจความแต่กระชับมากที่สุด เพื่อจะได้เอาเวลาไปคิดวางแผนวิธีรับมือแก้ไขกับปัญหาได้ทัน

6. ทีมเวิร์ค

สุดท้ายคือเรื่องราวของทีมเวิร์ค ในบางครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาออาจไม่ใหญ่โตมากนัก ลำพังคนเพียงคนเดียวก็เอาอยู่ แต่อีกในหลายครั้งหลายคราที่ปัญหาเกิดมา ต้องการทีมงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหา คน ๆ เดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันการณ์ การทำงานการเป็นทีมเวิร์คจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเองว่าบทบาทของเราจะช่วยแก้ปัญที่เกิดขึ้นได้ตรงไหน และพยายามผลักดันให้การแก้ปัญหาได้ลุล่วงไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด

ประสบการณ์การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สะสมกันมาเป็นสิ่งสำคัญ และควรจำไปใช้ตลอดชีวิตการทำงาน แต่ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประสบการณ์ก็คือการฝึกฝนนั่นเอง อย่าลืมพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และอย่าเหนื่อยหน่ายที่จะต้องทำมัน เพราะปัญหาเป็นของคู่กับชีวิต ตราบใดที่ยังไม่ลาจากโลนี้ไปก็ทำใจเถอะนะ

Cr.Jobsdb

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ออราเคิลได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย และขจัดปัญหาสำหรับการนำระบบคลาวด์มาปรับใช้ การให้บริการประเภทแรกนี้จะมอบทางเลือกแบบใหม่แก่ผู้บริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) เพื่อนำซอฟต์แวร์ภายในองค์กรไปใช้งานและมอบความลื่นไหลเพื่อถ่ายโอนแอพพลิเคชันสำคัญทางด้านธุรกิจจากระบบ on-premises ไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ในขณะที่องค์กรทั้งหลายมีความกระตือรือร้นที่จะถ่ายโอนข้อมูลภายในองค์กรไปยังระบบคลาวด์แบบสาธารณะ ข้อมูลจำนวนมากได้ถูกจำกัดโดยข้อกำหนดทางธุรกิจ ทางกฎหมาย และข้อระเบียบทางด้านกฎหมายซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ในปัจจุบันออราเคิลกำลังนำเสนอวิธีการที่ง่ายขึ้นสำหรับองค์กรในทุกภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านนี้ และจะได้รับประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ Oracle Public Cloud Services ยังช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนระบบปฏิบัติการพร้อมทั้งเพิ่มนวัตกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ และยังสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นผ่านทาง Oracle Cloud หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร นายโธมัส คูเรียน ประธานกรรมการ ออราเคิล กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบคลาวด์เพื่อเร่งผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านธุรกิจ ข่าวที่ได้เปิดตัวในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราได้ประกาศเปิดตัวบริการของระบบคลาวด์ใหม่ๆ จำนวนมากและในปัจจุบันเราเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์แบบสาธารณะเพื่อมอบตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบแก่องค์กรทั้งหลายในวิธีที่องค์กรเหล่านั้นต้องการที่จะใช้งาน Oracle Cloud”
จากการเปิดตัว Oracle Cloud at Customer ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากบริการระบบคลาวด์ของออราเคิลในศูนย์กลางข้อมูล อาทิ ความว่องไว การลดความยุ่งยาก ประสิทธิภาพในการทำงาน มาตราส่วนที่ยืดหยุ่น และการกำหนดราคาในการสมัครใช้งาน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ให้บริหารระบบคลาวด์แบบสาธารณะจะนำเสนอระบบที่สามารถใช้งานร่วมกับ Oracle Cloud ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการใช้งานได้บนระบบ on-promises เนื่องจากซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้งานได้กับ Oracle Cloud ได้อย่างราบรื่น ลูกค้าสามารถใช้งานได้หลายกรณี อาทิ การฟื้นฟูความเสียหาย การพัฒนาการทดสอบ การโอนย้ายภาระงาน และชุดเครื่องมือ API เดี่ยวและการเขียนสคริปต์สำหรับ DevOps นอกจากนี้ในฐานะการนำเสนอของออราเคิลที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ และนวัตกรรมและประโยชน์ใหม่ล่าสุดโดยใช้ซอฟต์แวร์ในศูนย์กลางข้อมูลเช่นเดียวกับ Oracle Cloud การขยายการใช้งาน Oracle Cloud ไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าจะสามารถได้รับประโยชน์ สามารถควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบ และมีคุณสมบัติตรงตามข้อจำกัดทั้งหมดของ อธิปไตยข้อมูล และควบคุมข้อมูลลูกค้าที่คงอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร หรืออยู่ในที่ตั้งทางเขตท้องถิ่น เพิ่มความสามารถให้แก่การโอนถ่ายภาระงานระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์โดยใช้สภาวะแวดล้อมแบบเดียวกัน ชุดเครื่องมือ และ APT สามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโปรแกรมการทำงานออราเคิลและและโปรแกรมบริการอื่นๆได้อย่างง่ายดายระหว่างระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์ตามข้อกำหนดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น PCI-DSS สำหรับภาคอตสาหกรรมบัตรเครดิตและเดบิตระดับโลก HIPAA สำหรับภาคอุตาหกรรมสุขภาพอนามัยในสหรัฐอเมริกา FedRAMP สำหรับรัฐบาลมลรัฐในสหรัฐอเมริกา พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลของรัฐแห่งเยอรมนี พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลแห่งสหราชอาณาจักร และข้อบังคับเฉพาะอุตสาหกรรมและประเทศอื่นๆ

ในปัจจุบัน ออราเคิลได้เปิดตัวการให้บริการสำหรับผลิตภัณฑ์ Oracle Cloud ต่อไปนี้ที่ศูนย์บริการลูกค้า

  • Infrastructure: มอบการคำนวณที่ยืดหยุ่น หน่วยความจำการบล็อกที่ยืดหยุ่น การสร้างเครือข่ายที่เสมือนจริง การจัดเก็บไฟล์ การส่งข้อความ และระบบการจัดการข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนเพื่อช่วยให้การเคลื่อนย้ายภาระงานที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งานออราเคิลในระบบคลาวด์ บริการ IaaS เพิ่มเติมที่ทำให้พอร์ตโครงการเสร็จสมบูรณ์ เช่น Containers และ Elastic Load Balancer จะพร้อมให้บริการเร็วๆ นี้
  • Data Management: ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ฐานข้อมูลอันดับหนึ่งเพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มี Oracle Database Cloud ชุดเริ่มต้นของ Database Cloud Service จะตามด้วย Oracle Database ในฐานะ Service – Exadata สำหรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและชุดขนาดใหญ่ของการบริการ Big Data Cloud อาทิ Big Data Discovery, Big Data Preparation, Hadoop และ Big Data SQL
  • Application Development: พัฒนาและนำจาวาแอพพลิเคชันไปใช้งานในระบบคลาวด์โดยใช้ Oracle Java Cloud ซึ่งจะตามมาด้วยการให้บริการอื่นๆ เร็วๆ นี้สำหรับการพัฒนาแบบหลายภาษาใน Java SE, Node.Js, Ruby และ PHP
  • Enterprise Integration: ช่วยลดความซับซ้อนในการบูรณาการของแอพพลิเคชันแบบ on-promises กับแอพพลิเคชันคลาวด์ และการรวมกันสำหรับแอพพลิเคชันคลาวด์กับแอพพลิเคชันคลาวด์โดยใช้ Oracle Integration Cloud Service
  • Management: ผสมผสานประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลได้อย่างราบรื่นบนระบบ on-premises และ Oracle Cloud

Oracle Cloud สามารถรองรับผู้ใช้กว่า 70 ล้านคน และจำนวนธุรกรรมมากกว่า 34 พันล้านในแต่ละวัน โดยทำงานในศูนย์กลางข้อมูลกว่า 19 แห่งรอบโลก

 

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์เขย่าตลาดหูฟังอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉมสุดยอดหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) แบรนด์หูฟังคุณภาพอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น 6 ปีซ้อน Audio Technica เขย่าตลาด ด้วยหูฟังสเตอริโอไร้สาย พร้อมกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ ATH-ANC40BT และ ATH-SR5BT โดยทั้งสองรุ่นเป็นหูฟังไร้สายที่ต่อยอดสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงที่ได้รับการยอมรับจากนักฟังเพลงทั่วโลกให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรักเสียงเพลงในยุคปัจจุบันที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับคุณภาพและอิสระในการใช้งานพร้อมพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

สำหรับ ATH-ANC40BT เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของหูฟังตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (active noise cancelation) ของแบรนด์ออดิโอ เทคนิก้า ที่โด่งดังระดับโลกมาแล้วหลายรุ่น ซึ่ง ATH-ANC40BT ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานสูงสุด เพราะนอกจะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สายแล้ว ยังเป็นตัวแรกที่เป็นรูปแบบของการสวมใส่ที่สะดวกสบาย กระทัดรัดแบบที่ไม่เคยมีหูฟังตัวไหนทำได้มาก่อน โดยเทคโนโลยี Noise Cancelling ของออดิโอ เทคนิก้า เป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเทคโนโลยีป้องกันเสียงดังรบกวนจากภายนอกมาแล้วหลากหลายรางวัล โดย ATH-ANC40BT สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 90% และด้วยดีไซน์แบบคล้องคอด้านหลัง และมีสายที่พอดีกับใบหูทำให้สะดวกในการใช้งานและพกพา เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ โดยมาพร้อมซิลิโคนอย่างดีให้เลือก 4 ขนาดให้คุณสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับขนาดรูหู และไดร์เวอร์ขับเสียง 13.5 mm ทำให้การถ่ายทอดทุกรายละเอียดเสียงมีความคมชัดและมีเสียงเบสที่นุ่มลึกสุดไพเราะ ยิ่งไปกว่านั้นหูฟัง ATH-ANC40BT ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถึง 8 อุปกรณ์ผ่านระบบบลูทูธ รวมถึงมีรีโมทและไมโครโฟนแบบอินไลน์ในตัวช่วยให้การโทรออกรับสายและควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ท ดีไวซ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการใช้งานโทรศัพท์และฟังเพลงได้นานถึง 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ ภายในชุดหูฟังยังมาพร้อมสายสำรองแบบถอดออกได้เพื่อใช้ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดหรือตัวสัญญาณไม่มีระบบบลูทูธ รวมถึงมี อะแดปเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบนเครื่องบินอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท
ส่วน ATH-SR5BT เป็นหูฟังออนเอียร์ (on-ear) แบบไร้สายคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหูฟังรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง ATH-MRS7 โดย ATH-SR5BT มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ของหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ aptX ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ด้านเสียงเพลงอย่างเต็มอรรถรสในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน ผสานกับการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมดูทันสมัย ขนาดเล็กกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเพียง 185 กรัม ทำให้พกพาสะดวกและสวมใส่สบายตลอดการใช้งานด้วย Memory Foam Ear Pad นอกจากนี้ ATH-SR5BT ยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงคุณภาพขนาด 45 mm ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมและเสียงเบสนุ่มหวานหูราวกับนักดนตรีมืออาชีพมาบรรเลงเสียงให้ฟังเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถเปลี่ยนจากการสนทนามาสู่การฟังเพลงโปรดโดนใจได้อย่างง่ายดายผ่านการเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิลซึ่งมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว ทั้งยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อบลูทูธกับเทคโนโลยี aptX ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลเสียงทางบลูทูธได้อย่างรวดเร็วและให้คุณภาพเสียงสมจริงยิ่งขึ้น แถมยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่าน NFC โดยแบตเตอรีสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 38 ชั่วโมง รวมถึงมีสายหูฟังสำรองที่สามารถถอดได้ความยาว 1.2 เมตรสำหรับการใช้งานในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณระบบบลูทูธ โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท
สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังบลูทูธจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน iStudio, Jaymart, Loft Siam Discovery, HEAR by Munkong, ProPlugIn และ https://audiotechnica.bentoweb.com/th หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

บริษัทที่ดำเนินงานมาได้สักระยะหนึ่งต่างก็มักจะประสบปัญหาเดียวกันนี้ เมื่อรับพนักงานเข้าทำงานแล้ว จะรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร โดยเฉพาะพนักงานที่มีความสามารถสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานแล้วนั้น การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัทรวมไปถึง ฟรีแลนซ์ จะทำอย่างไรให้บริษัทของเราเป็นสถานที่ทำงานที่พวกเขาจะเลือกและอยู่ด้วยใจพร้อมไฟในการทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง และทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นแล้วการดูแลพนักงานเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษเช่นกัน นายจ้างหรือคนที่กำลังจะเป็นนายจ้างต้องอ่านแล้วละ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับดูแลคนเก่งๆ ให้อยู่กับเราไปนานๆ นะ

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

ก่อนจะได้คำตอบ เราควรกลับไปศึกษาคุณลักษณะของพนักงานเกรด A กันก่อนค่ะ พนักงานเกรด A คือกลุ่มพนักงานที่มีความสามารถสูง มีผลงานดี ทำงานได้ถูกต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะหมายถึงประสบการณ์ที่เหนือชั้นอีกด้วย ผู้มีคุณสมบัติดีพร้อมขนาดนี้ย่อมมีความมั่นใจว่าตนเองสามารถประสบความสำเร็จในองค์กรใดก็ได้ มีความคาดหวังทั้งผลตอบแทนที่ดีและโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมไปถึงมีความต้องการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่องค์กรจะรักษาพนักงานกลุ่มนี้เอาไว้ ย่อมต้องตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ให้ได้เสียก่อน กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ค่ะ

พนักงานรู้หรือไม่ว่าบริษัทมีแผนพัฒนาพวกเขาอย่างไร

หลายครั้งต่อให้เป็นพนักงานเกรด A ที่มีความสามารถพร้อมอยู่แล้ว ก็ยังต้องเริ่มจากงานเล็ก ๆ หรือตำแหน่งงานที่ยังไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขาก่อนเพื่อให้ได้เรียนรู้องค์กรอย่างรอบด้านและเสริมสร้างประสบการณ์รวมถึงสร้างโอกาสร่วมงานกับผู้คนที่หลากหลาย บางครั้งกระบวนการตรงนี้อาจใช้เวลาเป็นปีจนพนักงานทนไม่ไหว ต้องออกไปหาโอกาสที่อื่น ผู้บริหารหลายท่านขาดการสื่อสารที่เพียงพอกับพนักงาน ไม่มีการบอกกล่าวว่าเพราะเหตุใดพวกเขาจึงต้องทำงานนี้ ทำเพื่ออะไร และต้องทำไปอีกนานเท่าไหร่ คนที่มีความสามารถสูงนั้นย่อมมีความคาดหวังสูงเรื่องความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นทางองค์กรเองต้องมีความชัดเจนว่าได้วางแผนพัฒนาพนักงานของคุณอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ มีความคาดหวังอย่างไรจากตัวพวกเขาบ้างในตอนนี้ มีการประเมินผลงานและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง หมั่นสื่อสารกับพนักงาน อย่าให้พวกเขาเกิดความคิดว่าคงไม่มีทางได้เติบโตในองค์กรของคุณเป็นแน่แท้

ผลตอบแทนและสวัสดิการขององค์กรยังน่าดึงดูดใจเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในแวดวงเดียวกันหรือไม่

พนักงานผู้สร้างผลงานหรือผลกำไรที่ดีเยี่ยม ย่อมคาดหวังจะได้ผลตอบแทนสูงจากน้ำพักน้ำแรงของตน กว่าจะมาเป็นดาวรุ่งที่สร้างผลงานได้ดีนั้น แต่ละคนต้องลงทุนลงแรงมามากมาย เรื่องเบื้องต้นอย่างเงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยง การขึ้นเงินเดือนที่มีความโปร่งใสและเป็นไปตามความสามารถของแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญของคนกลุ่มนี้ หากค่าตอบแทนไม่เป็นที่พึงพอใจ โอกาสที่พวกเขาจะไปสร้างผลงานที่องค์กรอื่นย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เรื่องสวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของพนักงานได้เช่นกัน ดังนั้นทางบริษัทต้องให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทนกับพนักงานเป็นลำดับต้น ๆ

ทางบริษัทจ้างคนที่เหมาะสมกับงานหรือไม่

มีไม่น้อยที่ทางผู้บริหารให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทางเทคนิคต่าง ๆ มากเกินไป จนมองข้ามอีกหลายปัจจัยที่จะช่วยรักษาพนักงานดี ๆ เอาไว้กับองค์กร ในปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มเล็งเห็นถึงจุดนี้และหันมาใช้วิธีคัดเลือกคนที่ ”ใช่” และเข้ากันได้กับองค์กรแทนที่จะเลือกคนที่เก่งไปเสียทุกอย่าง เพราะความรู้ความสามารถเป็นเรื่องที่มาพัฒนาภายหลังได้ ดังนั้นผู้บริหารต้องเข้าใจก่อนว่าองค์กรมีวัฒนธรรมอย่างไร ตำแหน่งความก้าวหน้าและค่าตอบแทนในองค์กรไปได้มากน้อยแค่ไหน เหมาะกับผู้สมัครแบบใด บางครั้งการรับคนที่มีความสามารถสูงเกินกว่าเนื้องาน ความก้าวหน้าและผลตอบแทนที่ทางบริษัทจะมอบให้ได้กลับกลายเป็นเรื่องการเสียเวลาต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนใหม่มาแทนอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นการเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วเช่นกัน

หากพนักงานรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกว่าได้รับการยอมรับในองค์กรแล้ว พวกเขาย่อมมีความรักและความต้องการที่จะทำงานเพื่อบริษัทต่อไป ผลตอบแทนที่ดี การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาของพวกเขาเป็นแนวทางบางส่วนที่บริษัทสามารถแสดงออกถึงการยอมรับในตัวพนักงาน แต่หลายครั้งก็อาจเป็นเรื่องของความสบายใจที่จะทำงานร่วมกันในองค์กรเช่นกัน ดังนั้นหากบริษัทใดมีพร้อมทั้งระบบผลตอบแทนและแผนการพัฒนาพนักงานที่โปร่งใสยุติธรรมรวมไปถึงวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ย่อมเป็นบริษัทที่สามารถรักษาพนักงาน รวมทั้งพนักงานเกรด A ทั้งหลายเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็นค่ะ

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร

กรุงเทพฯ – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 – แอสเพค ซอฟท์แวร์ (Aspect Software) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นชั้นนำด้านการปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับลูกค้าแบบครบวงจร การเอื้อประโยชน์อย่างเต็มที่จากทีมงานบุคลากร และโซลูชั่นสำหรับการทำงานแบ็คออฟฟิศ ทาง Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร ได้ตอกหมุดปักธงแอสเพค คลาวด์ (Aspect Cloud) ชูพันธกิจจับมือพันธมิตร และเน้นความสำคัญยุทธศาสตร์อาเซียน แต่งตั้งผู้บริหารชั้นนำเข้าดูแลเอเชียแปซิฟิกจากัน

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร ชูพันธมิตรธุรกิจ และเน้นศูนย์บริการคลาวด์

นเรนทรา (Jagannath Narendran) รองประธานอาวุโส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง บริษัท แอสเพค ซอฟท์แวร์ กล่าวว่า “คนคือรากฐานของทุกสิ่งที่เราประสบความสำเร็จในการเดินทางมาถึงวันนี้รวมทั้งทุกสิ่งที่เราจะได้รับต่อไปอีกในอนาคต ในฐานะที่เป็นบริษัท เราวางความสำคัญที่คุณค่าของคนและความเป็นผู้นำไว้สูงสุด เรายึดมั่นต่อการทำงาน การให้บริการ และสร้างความแตกต่างให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรคู่ค้าของเรา ซานเจย์ ริชาร์ด และชิลปิต่างเป็นผู้มีศักยภาพระดับแถวหน้าที่ได้ให้ความสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลักดัน สนับสนุนการสร้างความแตกต่างให้แก่องค์กร ด้วยความสามารถในการเป็นผู้นำที่เป็นที่เชื่อถือ รวมทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะเดียวกับที่ได้น้อมรับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรไว้อย่างดี” ช่วงสองสามปีที่ผ่านมามีองค์กรจำนวนมากที่หันมาใช้ประโยชน์จากศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์สนับสนุนธุรกิจของตน จากข้อมูลของฟรอสต์ & ซัลลิแวน อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์เอเชียแปซิฟิก อยู่ที่ 14.1% จนถึงปี 2021 และศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์อาเซียน ก็มีเติบโตที่รวดเร็วถึง 22.8% CAGR จนถึงปี 2021 แสดงนัยยะสำคัญว่าบริษัทธุรกิจต่างมุ่งไปที่วิวัฒนาการ และพัฒนาปรับปรุงปฏิบัติการการให้บริการแก่ลูกค้าของตนเองพร้อมกับที่ลูกค้าเองก็เรียกร้องคุณภาพการบริการที่ดีขึ้น

จากัน กล่าวว่า “ขณะที่เราสร้างแรงขับเคลื่อนทางการตลาดในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ชั้นนำ เพื่อการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้า พร้อมๆ กับที่เราได้ขยายขอบเขตของคลาวด์พอร์ตโฟลิโอชั้นนำในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรแนวร่วมหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์นั้น ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความมุ่งมั่นทุ่มเทของซานเจย์และประสบการณ์ในวงการ ควบคู่กับความสามารถในการปฏิบัติการที่เป็นที่ยอมรับ จะได้ส่งเสริมการเติบโตของแอสเพคคลาวด์เป็นอย่างดีในภูมิภาคนี้” จากัน เสริมอีกว่า “ขณะที่กลยุทธ์ในการเข้าถึงตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเรานั้นเป็นแบบผ่านพันธมิตรโดยส่วนมาก เราจึงมีแผนงานส่งเสริมสร้างช่องทางจำหน่ายผ่านพันธมิตรให้ดียิ่งขึ้นและเรามั่นใจว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยขยายตลาดไปได้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างโอกาสสำหรับรายรับให้แก่แอสเพคได้อีกด้วย ส่วนฝีมือการทำงานของคุณชิลปิปูรีนั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถในการดูแลสร้างสัมพันธ์กับพันธมิตรที่มีอยู่อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยเหลือในการเริ่มหาคู่ค้าใหม่ๆและพันธมิตรที่สำคํญๆ และมีความยินดีที่จะแจ้งการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง”

ซึ่งมีการแต่งตั้งทั้งหมด 3 ตำแหน่งด้วยกัน คือ

  • ซานเจย์ กุบตาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจคลาวด์-เอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง และกรรมการผู้จัดการอินเดียและตะวันออกกลาง
  • แต่งตั้งชิลปิ ปูรี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง
  • แต่งตั้งริชาร์ด โลเบราส เป็นหัวหน้าฝ่ายขาย อาเซียนและเกาหลี

จากันย้ำถึงความสำคัญของตลาดในภูมิภาคนี้ว่า “อาเซียนยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเราในเอเชียแปซิฟิก และเพื่อให้เราได้ทุ่มเทต่อตลาดนี้เต็มที่ ได้แต่งตั้งริชาร์ด โลเบราส เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย อาเซียนและเกาหลี ริชาร์ดเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติงานดีเยี่ยมสม่ำเสมอ และจะได้สร้างความเติบโตให้แก่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง” ผู้บริหารทั้งสาม ซานเจย์ ชิลปิ และริชาร์ด ทำงานรายงานตรงต่อจากัน

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมแปลงไฟล์ปัจจุบันมีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแปลงไฟล์เสียง ไฟล์ภาพ และไฟล์วีดีโอ แต่ตัวไหนดีไม่ดีต้องลองดูกันเอาเอง เพราะความถูกใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แอดมินว่าต้องลองเองถึงจะรู้ตัวไหนเราพอใจมากที่สุด เลยมาแนะนำโปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอตัวใหม่มาให้ลองกัน นั่นคือ โปรแกรม Wise Video Converter ที่มาทำหน้าที่แปลงไฟล์วีดีโอ และตัดต่อวีดีโอในตัวเดียวกัน แถมหน้าตาโปรแกรมดูสวยไฮโซน่าใช้งานเลยละ ทีนี้เรามาดูกันว่ามันทำไรได้บ้างและดียังไง

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมตัวนี้หน้าที่หลักของมันคือการแปลงไฟล์จากนามสกุลหนึ่งไปอีกนามสกุลหนึ่ง ซึ่งให้ความละเอียดและประสิทธิภาพไฟล์คมชัดสูง รองรับการใช้งานและนำออกสกุลไฟล์ได้หลายฟอร์แมต เช่น WMV, MOV, 3GP, AVI, MVB, ASF, FLV, MPEG1, MPEG2, MPEG4, MKV, M4V, VOB เป็นต้น แน่นอนว่ามันรองรับไฟล์ประเภท Youtube แบบ HD ได้ด้วย ไม่ว่าจะมีความละเอียด 480 ไปจนถึง 1080 ก็ไม่ใช่ปัญหา หรือจะนำไปใช้กับเครื่องเล่นพกพาอย่าง iPod, iPhone, iPad, iPad Mini, Galaxy Tab และ Tablet รุ่นอื่นๆ ได้เลย ยังรวมไปถึงกล่อง TV Box อย่าง IPTV และเครื่องเกมส์คอนโซนอย่าง PS3-4, Wii, Xbox ได้สบายๆเลยละ

และยังแยกไฟล์เสียงออกจากไฟล์วีดีโอมันยังมีการทำงาน M4A, WMA,MP3, AAC และอื่นๆ ทั้งยังแบบ Batch ที่สามารถแปลงไฟล์หลายๆ อันพร้อมกัน และยังตั้งค่าการเข้ารหัส Encoder, Frame Rate, Bitrate หรือความละเอียดของวีดีโอ รวมถึงรายละเอียดของไฟล์เสียง เช่นค่า Sample Rate, Channels และ Bitrate เป็นต้น นอกจากที่บอกมาแล้วยังมีอีกฟีเจอร์ที่ถูกใจเหล่านักแปลงไฟล์และตัดต่อวีดีโอด้วยการตกแต่งซับไตเติ้ลด้านล่าง ปรับแสงสี ความเข้ม ความคมชัดของภาพ และตัดความสั้นยาวของวีดีโอได้สบายๆ ตัวโปรแกรมนี้ทางผู้พัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีจากเว็บไซต์แบบ Freeware ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการใช้งานแน่นอน

TV Bravia 4K HDR รุ่นล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

ทีวีบราเวียรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการจำนวน 5 รุ่น ในเดือนเมษายน ศกนี้ ที่มาพร้อมดีไซน์สวยบางเฉียบ พร้อมสร้างปรากฏการณ์บันเทิงสุดคมชัดในอีกระดับด้วยเทคโนโลยี 4K HDR (High Dynamic Range) ใน TV Bravia 4K HDR และยังมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่ปรับปรุงคุณภาพของภาพ และเสียง รวมทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ใช้งานง่าย และลื่นไหล ทีวีบราเวียทั้ง 5 รุ่นประกอบด้วย 4K HDR Series 2 รุ่นคือ KD-65X9300D และ KD-55X8500D รวมทั้งในรุ่น Internet TV จำนวน 3 รุ่น คือ KDL-48W650D, KDL-40W650D และ KDL-32W600D

TV Bravia 4K HDR

TV Bravia 4K HDR รุ่นล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

X9300D ซีรีส์ รุ่น KD-65X9300D คือทีวีบราเวีย 4K HDR รุ่นเรือธงประจำปี 2016 ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีล่าสุด หน้าจอขนาด 65 นิ้ว มีดีไซน์สวยโดดเด่น เพรียวบาง พร้อมระบบจัดเก็บสายอย่างเป็นระเบียบ มาพร้อมเทคโนโลยี 4K HDR (High Dynamic Range) ที่จะช่วยให้ภาพมีความสว่างมากขึ้น มีสีสันที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ และเมื่อนำเทคโนโลยี 4K HDR มาผสานกับเทคโนโลยี Triluminos และ X-tended Dynamic PRO ของโซนี่ จึงทำให้สัญญาณภาพ HDR มีความคมชัด สีสันและความสว่างมากขึ้น KD-65X9300D ยังเป็นแอนดรอยด์ทีวี ที่ยังให้ความเพลิดเพลินผ่านการชมคอนเทนท์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง เกมส์ และ แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถส่งข้อมูลจากสมาร์ทโฟน แท็บเลต ขึ้นไปเพื่อรับชมบนทีวีผ่าน Google Cast ได้ทันที นอกจากนี้โซนี่ยังได้พัฒนา Content Bar User Interface ที่ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ดูสบายตา และไม่รบกวนการชมรายการทีวีในขณะค้นหาคอนเทนต์ต่าง ๆ อีกด้วย KD-65X9300D พร้อมวางจำหน่าย กลางเดือนเมษายน ศกนี้ ในราคา 119,990 บาท

X8500D Series รุ่น KD-55X8500D ทีวีบราเวีย 4K HDR ขนาด 55 นิ้ว ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับภาพระดับ 4K HDR (High Dynamic Range) ทำให้มีความสว่างและสีสันที่สดใสมากขึ้น ดีไซน์ขอบสีเงินสวยหรู พร้อมเทคโนโลยี 4K X-Reality Pro ที่ให้รายละเอียดสุดคมชัด เพลิดเพลินไปกับระบบแอนดรอยด์ วางจำหน่ายกลางเดือนเมษายน ศกนี้ ราคา 52,990 บาท

W600D และ W650D Series ในรุ่น KDL-32W600D, KDL-40W650D และ KDL-48W650D – บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี ขนาด 32 นิ้ว 40 นิ้ว และ 48 นิ้ว ที่มีดีไซน์เพรียวบาง พร้อมเทคโนโลยีภาพ X-Reality Pro ให้ภาพคมชัด และเทคโนโลยี Clear Phase Audio ที่ปรับปรุงคุณภาพเสียงให้คมชัดยิ่งขึ้น มาพร้อมฟังค์ชั่นอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าเล่นเว็บเบราเซอร์ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน Opera Store ใช้งาน Youtube หรือรับชมภาพยนตร์ชื่อดังต่างๆได้ผ่านทาง Netflix มาพร้อมชิปประมวลผล X-Reality PRO ที่ให้ภาพคมชัดสวยงาม พร้อมวางตั้งแต่เดือนเมษายน ศกนี้ ราคาจำหน่ายดังนี้

  1. KDL-32W600D ราคา 11,990 บาท
  2. KDL-40W650D ราคา 15,990 บาท
  3. KDL-48W650D ราคา 21,490 บาท