Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ออราเคิลได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย และขจัดปัญหาสำหรับการนำระบบคลาวด์มาปรับใช้ การให้บริการประเภทแรกนี้จะมอบทางเลือกแบบใหม่แก่ผู้บริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) เพื่อนำซอฟต์แวร์ภายในองค์กรไปใช้งานและมอบความลื่นไหลเพื่อถ่ายโอนแอพพลิเคชันสำคัญทางด้านธุรกิจจากระบบ on-premises ไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

Oracle Public Cloud Services กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ในขณะที่องค์กรทั้งหลายมีความกระตือรือร้นที่จะถ่ายโอนข้อมูลภายในองค์กรไปยังระบบคลาวด์แบบสาธารณะ ข้อมูลจำนวนมากได้ถูกจำกัดโดยข้อกำหนดทางธุรกิจ ทางกฎหมาย และข้อระเบียบทางด้านกฎหมายซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ในปัจจุบันออราเคิลกำลังนำเสนอวิธีการที่ง่ายขึ้นสำหรับองค์กรในทุกภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านนี้ และจะได้รับประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ Oracle Public Cloud Services ยังช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนระบบปฏิบัติการพร้อมทั้งเพิ่มนวัตกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ และยังสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นผ่านทาง Oracle Cloud หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร นายโธมัส คูเรียน ประธานกรรมการ ออราเคิล กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบคลาวด์เพื่อเร่งผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านธุรกิจ ข่าวที่ได้เปิดตัวในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราได้ประกาศเปิดตัวบริการของระบบคลาวด์ใหม่ๆ จำนวนมากและในปัจจุบันเราเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์แบบสาธารณะเพื่อมอบตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบแก่องค์กรทั้งหลายในวิธีที่องค์กรเหล่านั้นต้องการที่จะใช้งาน Oracle Cloud”
จากการเปิดตัว Oracle Cloud at Customer ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากบริการระบบคลาวด์ของออราเคิลในศูนย์กลางข้อมูล อาทิ ความว่องไว การลดความยุ่งยาก ประสิทธิภาพในการทำงาน มาตราส่วนที่ยืดหยุ่น และการกำหนดราคาในการสมัครใช้งาน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ให้บริหารระบบคลาวด์แบบสาธารณะจะนำเสนอระบบที่สามารถใช้งานร่วมกับ Oracle Cloud ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการใช้งานได้บนระบบ on-promises เนื่องจากซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้งานได้กับ Oracle Cloud ได้อย่างราบรื่น ลูกค้าสามารถใช้งานได้หลายกรณี อาทิ การฟื้นฟูความเสียหาย การพัฒนาการทดสอบ การโอนย้ายภาระงาน และชุดเครื่องมือ API เดี่ยวและการเขียนสคริปต์สำหรับ DevOps นอกจากนี้ในฐานะการนำเสนอของออราเคิลที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ และนวัตกรรมและประโยชน์ใหม่ล่าสุดโดยใช้ซอฟต์แวร์ในศูนย์กลางข้อมูลเช่นเดียวกับ Oracle Cloud การขยายการใช้งาน Oracle Cloud ไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าจะสามารถได้รับประโยชน์ สามารถควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบ และมีคุณสมบัติตรงตามข้อจำกัดทั้งหมดของ อธิปไตยข้อมูล และควบคุมข้อมูลลูกค้าที่คงอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร หรืออยู่ในที่ตั้งทางเขตท้องถิ่น เพิ่มความสามารถให้แก่การโอนถ่ายภาระงานระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์โดยใช้สภาวะแวดล้อมแบบเดียวกัน ชุดเครื่องมือ และ APT สามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโปรแกรมการทำงานออราเคิลและและโปรแกรมบริการอื่นๆได้อย่างง่ายดายระหว่างระหว่างระบบ on-premises และระบบคลาวด์ตามข้อกำหนดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น PCI-DSS สำหรับภาคอตสาหกรรมบัตรเครดิตและเดบิตระดับโลก HIPAA สำหรับภาคอุตาหกรรมสุขภาพอนามัยในสหรัฐอเมริกา FedRAMP สำหรับรัฐบาลมลรัฐในสหรัฐอเมริกา พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลของรัฐแห่งเยอรมนี พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลแห่งสหราชอาณาจักร และข้อบังคับเฉพาะอุตสาหกรรมและประเทศอื่นๆ

ในปัจจุบัน ออราเคิลได้เปิดตัวการให้บริการสำหรับผลิตภัณฑ์ Oracle Cloud ต่อไปนี้ที่ศูนย์บริการลูกค้า

  • Infrastructure: มอบการคำนวณที่ยืดหยุ่น หน่วยความจำการบล็อกที่ยืดหยุ่น การสร้างเครือข่ายที่เสมือนจริง การจัดเก็บไฟล์ การส่งข้อความ และระบบการจัดการข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนเพื่อช่วยให้การเคลื่อนย้ายภาระงานที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งานออราเคิลในระบบคลาวด์ บริการ IaaS เพิ่มเติมที่ทำให้พอร์ตโครงการเสร็จสมบูรณ์ เช่น Containers และ Elastic Load Balancer จะพร้อมให้บริการเร็วๆ นี้
  • Data Management: ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ฐานข้อมูลอันดับหนึ่งเพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มี Oracle Database Cloud ชุดเริ่มต้นของ Database Cloud Service จะตามด้วย Oracle Database ในฐานะ Service – Exadata สำหรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและชุดขนาดใหญ่ของการบริการ Big Data Cloud อาทิ Big Data Discovery, Big Data Preparation, Hadoop และ Big Data SQL
  • Application Development: พัฒนาและนำจาวาแอพพลิเคชันไปใช้งานในระบบคลาวด์โดยใช้ Oracle Java Cloud ซึ่งจะตามมาด้วยการให้บริการอื่นๆ เร็วๆ นี้สำหรับการพัฒนาแบบหลายภาษาใน Java SE, Node.Js, Ruby และ PHP
  • Enterprise Integration: ช่วยลดความซับซ้อนในการบูรณาการของแอพพลิเคชันแบบ on-promises กับแอพพลิเคชันคลาวด์ และการรวมกันสำหรับแอพพลิเคชันคลาวด์กับแอพพลิเคชันคลาวด์โดยใช้ Oracle Integration Cloud Service
  • Management: ผสมผสานประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลได้อย่างราบรื่นบนระบบ on-premises และ Oracle Cloud

Oracle Cloud สามารถรองรับผู้ใช้กว่า 70 ล้านคน และจำนวนธุรกรรมมากกว่า 34 พันล้านในแต่ละวัน โดยทำงานในศูนย์กลางข้อมูลกว่า 19 แห่งรอบโลก

 

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์เขย่าตลาดหูฟังอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉมสุดยอดหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) แบรนด์หูฟังคุณภาพอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น 6 ปีซ้อน Audio Technica เขย่าตลาด ด้วยหูฟังสเตอริโอไร้สาย พร้อมกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ ATH-ANC40BT และ ATH-SR5BT โดยทั้งสองรุ่นเป็นหูฟังไร้สายที่ต่อยอดสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงที่ได้รับการยอมรับจากนักฟังเพลงทั่วโลกให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรักเสียงเพลงในยุคปัจจุบันที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับคุณภาพและอิสระในการใช้งานพร้อมพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

Audio Technica เขย่าตลาด หูฟังสเตอริโอไร้สาย

สำหรับ ATH-ANC40BT เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของหูฟังตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (active noise cancelation) ของแบรนด์ออดิโอ เทคนิก้า ที่โด่งดังระดับโลกมาแล้วหลายรุ่น ซึ่ง ATH-ANC40BT ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานสูงสุด เพราะนอกจะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สายแล้ว ยังเป็นตัวแรกที่เป็นรูปแบบของการสวมใส่ที่สะดวกสบาย กระทัดรัดแบบที่ไม่เคยมีหูฟังตัวไหนทำได้มาก่อน โดยเทคโนโลยี Noise Cancelling ของออดิโอ เทคนิก้า เป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเทคโนโลยีป้องกันเสียงดังรบกวนจากภายนอกมาแล้วหลากหลายรางวัล โดย ATH-ANC40BT สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 90% และด้วยดีไซน์แบบคล้องคอด้านหลัง และมีสายที่พอดีกับใบหูทำให้สะดวกในการใช้งานและพกพา เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ โดยมาพร้อมซิลิโคนอย่างดีให้เลือก 4 ขนาดให้คุณสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับขนาดรูหู และไดร์เวอร์ขับเสียง 13.5 mm ทำให้การถ่ายทอดทุกรายละเอียดเสียงมีความคมชัดและมีเสียงเบสที่นุ่มลึกสุดไพเราะ ยิ่งไปกว่านั้นหูฟัง ATH-ANC40BT ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถึง 8 อุปกรณ์ผ่านระบบบลูทูธ รวมถึงมีรีโมทและไมโครโฟนแบบอินไลน์ในตัวช่วยให้การโทรออกรับสายและควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ท ดีไวซ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการใช้งานโทรศัพท์และฟังเพลงได้นานถึง 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ ภายในชุดหูฟังยังมาพร้อมสายสำรองแบบถอดออกได้เพื่อใช้ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดหรือตัวสัญญาณไม่มีระบบบลูทูธ รวมถึงมี อะแดปเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบนเครื่องบินอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท
ส่วน ATH-SR5BT เป็นหูฟังออนเอียร์ (on-ear) แบบไร้สายคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหูฟังรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง ATH-MRS7 โดย ATH-SR5BT มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ของหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ aptX ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ด้านเสียงเพลงอย่างเต็มอรรถรสในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน ผสานกับการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมดูทันสมัย ขนาดเล็กกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเพียง 185 กรัม ทำให้พกพาสะดวกและสวมใส่สบายตลอดการใช้งานด้วย Memory Foam Ear Pad นอกจากนี้ ATH-SR5BT ยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงคุณภาพขนาด 45 mm ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมและเสียงเบสนุ่มหวานหูราวกับนักดนตรีมืออาชีพมาบรรเลงเสียงให้ฟังเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถเปลี่ยนจากการสนทนามาสู่การฟังเพลงโปรดโดนใจได้อย่างง่ายดายผ่านการเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิลซึ่งมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว ทั้งยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อบลูทูธกับเทคโนโลยี aptX ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลเสียงทางบลูทูธได้อย่างรวดเร็วและให้คุณภาพเสียงสมจริงยิ่งขึ้น แถมยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่าน NFC โดยแบตเตอรีสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 38 ชั่วโมง รวมถึงมีสายหูฟังสำรองที่สามารถถอดได้ความยาว 1.2 เมตรสำหรับการใช้งานในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณระบบบลูทูธ โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท
สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังบลูทูธจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน iStudio, Jaymart, Loft Siam Discovery, HEAR by Munkong, ProPlugIn และ https://audiotechnica.bentoweb.com/th หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

บริษัทที่ดำเนินงานมาได้สักระยะหนึ่งต่างก็มักจะประสบปัญหาเดียวกันนี้ เมื่อรับพนักงานเข้าทำงานแล้ว จะรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร โดยเฉพาะพนักงานที่มีความสามารถสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานแล้วนั้น การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัทรวมไปถึง ฟรีแลนซ์ จะทำอย่างไรให้บริษัทของเราเป็นสถานที่ทำงานที่พวกเขาจะเลือกและอยู่ด้วยใจพร้อมไฟในการทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง และทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นแล้วการดูแลพนักงานเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษเช่นกัน นายจ้างหรือคนที่กำลังจะเป็นนายจ้างต้องอ่านแล้วละ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับดูแลคนเก่งๆ ให้อยู่กับเราไปนานๆ นะ

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

การรักษาพนักงาน ให้อยู่นานๆ สำคัญมากสำหรับบริษัท

ก่อนจะได้คำตอบ เราควรกลับไปศึกษาคุณลักษณะของพนักงานเกรด A กันก่อนค่ะ พนักงานเกรด A คือกลุ่มพนักงานที่มีความสามารถสูง มีผลงานดี ทำงานได้ถูกต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะหมายถึงประสบการณ์ที่เหนือชั้นอีกด้วย ผู้มีคุณสมบัติดีพร้อมขนาดนี้ย่อมมีความมั่นใจว่าตนเองสามารถประสบความสำเร็จในองค์กรใดก็ได้ มีความคาดหวังทั้งผลตอบแทนที่ดีและโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมไปถึงมีความต้องการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่องค์กรจะรักษาพนักงานกลุ่มนี้เอาไว้ ย่อมต้องตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ให้ได้เสียก่อน กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ค่ะ

พนักงานรู้หรือไม่ว่าบริษัทมีแผนพัฒนาพวกเขาอย่างไร

หลายครั้งต่อให้เป็นพนักงานเกรด A ที่มีความสามารถพร้อมอยู่แล้ว ก็ยังต้องเริ่มจากงานเล็ก ๆ หรือตำแหน่งงานที่ยังไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขาก่อนเพื่อให้ได้เรียนรู้องค์กรอย่างรอบด้านและเสริมสร้างประสบการณ์รวมถึงสร้างโอกาสร่วมงานกับผู้คนที่หลากหลาย บางครั้งกระบวนการตรงนี้อาจใช้เวลาเป็นปีจนพนักงานทนไม่ไหว ต้องออกไปหาโอกาสที่อื่น ผู้บริหารหลายท่านขาดการสื่อสารที่เพียงพอกับพนักงาน ไม่มีการบอกกล่าวว่าเพราะเหตุใดพวกเขาจึงต้องทำงานนี้ ทำเพื่ออะไร และต้องทำไปอีกนานเท่าไหร่ คนที่มีความสามารถสูงนั้นย่อมมีความคาดหวังสูงเรื่องความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นทางองค์กรเองต้องมีความชัดเจนว่าได้วางแผนพัฒนาพนักงานของคุณอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ มีความคาดหวังอย่างไรจากตัวพวกเขาบ้างในตอนนี้ มีการประเมินผลงานและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง หมั่นสื่อสารกับพนักงาน อย่าให้พวกเขาเกิดความคิดว่าคงไม่มีทางได้เติบโตในองค์กรของคุณเป็นแน่แท้

ผลตอบแทนและสวัสดิการขององค์กรยังน่าดึงดูดใจเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในแวดวงเดียวกันหรือไม่

พนักงานผู้สร้างผลงานหรือผลกำไรที่ดีเยี่ยม ย่อมคาดหวังจะได้ผลตอบแทนสูงจากน้ำพักน้ำแรงของตน กว่าจะมาเป็นดาวรุ่งที่สร้างผลงานได้ดีนั้น แต่ละคนต้องลงทุนลงแรงมามากมาย เรื่องเบื้องต้นอย่างเงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยง การขึ้นเงินเดือนที่มีความโปร่งใสและเป็นไปตามความสามารถของแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญของคนกลุ่มนี้ หากค่าตอบแทนไม่เป็นที่พึงพอใจ โอกาสที่พวกเขาจะไปสร้างผลงานที่องค์กรอื่นย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เรื่องสวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของพนักงานได้เช่นกัน ดังนั้นทางบริษัทต้องให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทนกับพนักงานเป็นลำดับต้น ๆ

ทางบริษัทจ้างคนที่เหมาะสมกับงานหรือไม่

มีไม่น้อยที่ทางผู้บริหารให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทางเทคนิคต่าง ๆ มากเกินไป จนมองข้ามอีกหลายปัจจัยที่จะช่วยรักษาพนักงานดี ๆ เอาไว้กับองค์กร ในปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มเล็งเห็นถึงจุดนี้และหันมาใช้วิธีคัดเลือกคนที่ ”ใช่” และเข้ากันได้กับองค์กรแทนที่จะเลือกคนที่เก่งไปเสียทุกอย่าง เพราะความรู้ความสามารถเป็นเรื่องที่มาพัฒนาภายหลังได้ ดังนั้นผู้บริหารต้องเข้าใจก่อนว่าองค์กรมีวัฒนธรรมอย่างไร ตำแหน่งความก้าวหน้าและค่าตอบแทนในองค์กรไปได้มากน้อยแค่ไหน เหมาะกับผู้สมัครแบบใด บางครั้งการรับคนที่มีความสามารถสูงเกินกว่าเนื้องาน ความก้าวหน้าและผลตอบแทนที่ทางบริษัทจะมอบให้ได้กลับกลายเป็นเรื่องการเสียเวลาต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนใหม่มาแทนอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นการเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วเช่นกัน

หากพนักงานรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกว่าได้รับการยอมรับในองค์กรแล้ว พวกเขาย่อมมีความรักและความต้องการที่จะทำงานเพื่อบริษัทต่อไป ผลตอบแทนที่ดี การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาของพวกเขาเป็นแนวทางบางส่วนที่บริษัทสามารถแสดงออกถึงการยอมรับในตัวพนักงาน แต่หลายครั้งก็อาจเป็นเรื่องของความสบายใจที่จะทำงานร่วมกันในองค์กรเช่นกัน ดังนั้นหากบริษัทใดมีพร้อมทั้งระบบผลตอบแทนและแผนการพัฒนาพนักงานที่โปร่งใสยุติธรรมรวมไปถึงวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ย่อมเป็นบริษัทที่สามารถรักษาพนักงาน รวมทั้งพนักงานเกรด A ทั้งหลายเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็นค่ะ

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร

กรุงเทพฯ – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 – แอสเพค ซอฟท์แวร์ (Aspect Software) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นชั้นนำด้านการปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับลูกค้าแบบครบวงจร การเอื้อประโยชน์อย่างเต็มที่จากทีมงานบุคลากร และโซลูชั่นสำหรับการทำงานแบ็คออฟฟิศ ทาง Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร ได้ตอกหมุดปักธงแอสเพค คลาวด์ (Aspect Cloud) ชูพันธกิจจับมือพันธมิตร และเน้นความสำคัญยุทธศาสตร์อาเซียน แต่งตั้งผู้บริหารชั้นนำเข้าดูแลเอเชียแปซิฟิกจากัน

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน

Aspect Software รุกตลาดอาเซียน เน้นความสำคัญแต่งตั้งผู้บริหาร ชูพันธมิตรธุรกิจ และเน้นศูนย์บริการคลาวด์

นเรนทรา (Jagannath Narendran) รองประธานอาวุโส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง บริษัท แอสเพค ซอฟท์แวร์ กล่าวว่า “คนคือรากฐานของทุกสิ่งที่เราประสบความสำเร็จในการเดินทางมาถึงวันนี้รวมทั้งทุกสิ่งที่เราจะได้รับต่อไปอีกในอนาคต ในฐานะที่เป็นบริษัท เราวางความสำคัญที่คุณค่าของคนและความเป็นผู้นำไว้สูงสุด เรายึดมั่นต่อการทำงาน การให้บริการ และสร้างความแตกต่างให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรคู่ค้าของเรา ซานเจย์ ริชาร์ด และชิลปิต่างเป็นผู้มีศักยภาพระดับแถวหน้าที่ได้ให้ความสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลักดัน สนับสนุนการสร้างความแตกต่างให้แก่องค์กร ด้วยความสามารถในการเป็นผู้นำที่เป็นที่เชื่อถือ รวมทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะเดียวกับที่ได้น้อมรับค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรไว้อย่างดี” ช่วงสองสามปีที่ผ่านมามีองค์กรจำนวนมากที่หันมาใช้ประโยชน์จากศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์สนับสนุนธุรกิจของตน จากข้อมูลของฟรอสต์ & ซัลลิแวน อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์เอเชียแปซิฟิก อยู่ที่ 14.1% จนถึงปี 2021 และศูนย์บริการลูกค้าผ่านคลาวด์อาเซียน ก็มีเติบโตที่รวดเร็วถึง 22.8% CAGR จนถึงปี 2021 แสดงนัยยะสำคัญว่าบริษัทธุรกิจต่างมุ่งไปที่วิวัฒนาการ และพัฒนาปรับปรุงปฏิบัติการการให้บริการแก่ลูกค้าของตนเองพร้อมกับที่ลูกค้าเองก็เรียกร้องคุณภาพการบริการที่ดีขึ้น

จากัน กล่าวว่า “ขณะที่เราสร้างแรงขับเคลื่อนทางการตลาดในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ชั้นนำ เพื่อการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้า พร้อมๆ กับที่เราได้ขยายขอบเขตของคลาวด์พอร์ตโฟลิโอชั้นนำในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรแนวร่วมหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์นั้น ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความมุ่งมั่นทุ่มเทของซานเจย์และประสบการณ์ในวงการ ควบคู่กับความสามารถในการปฏิบัติการที่เป็นที่ยอมรับ จะได้ส่งเสริมการเติบโตของแอสเพคคลาวด์เป็นอย่างดีในภูมิภาคนี้” จากัน เสริมอีกว่า “ขณะที่กลยุทธ์ในการเข้าถึงตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเรานั้นเป็นแบบผ่านพันธมิตรโดยส่วนมาก เราจึงมีแผนงานส่งเสริมสร้างช่องทางจำหน่ายผ่านพันธมิตรให้ดียิ่งขึ้นและเรามั่นใจว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยขยายตลาดไปได้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างโอกาสสำหรับรายรับให้แก่แอสเพคได้อีกด้วย ส่วนฝีมือการทำงานของคุณชิลปิปูรีนั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถในการดูแลสร้างสัมพันธ์กับพันธมิตรที่มีอยู่อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยเหลือในการเริ่มหาคู่ค้าใหม่ๆและพันธมิตรที่สำคํญๆ และมีความยินดีที่จะแจ้งการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง”

ซึ่งมีการแต่งตั้งทั้งหมด 3 ตำแหน่งด้วยกัน คือ

  • ซานเจย์ กุบตาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจคลาวด์-เอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง และกรรมการผู้จัดการอินเดียและตะวันออกกลาง
  • แต่งตั้งชิลปิ ปูรี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง
  • แต่งตั้งริชาร์ด โลเบราส เป็นหัวหน้าฝ่ายขาย อาเซียนและเกาหลี

จากันย้ำถึงความสำคัญของตลาดในภูมิภาคนี้ว่า “อาเซียนยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเราในเอเชียแปซิฟิก และเพื่อให้เราได้ทุ่มเทต่อตลาดนี้เต็มที่ ได้แต่งตั้งริชาร์ด โลเบราส เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย อาเซียนและเกาหลี ริชาร์ดเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติงานดีเยี่ยมสม่ำเสมอ และจะได้สร้างความเติบโตให้แก่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง” ผู้บริหารทั้งสาม ซานเจย์ ชิลปิ และริชาร์ด ทำงานรายงานตรงต่อจากัน

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมแปลงไฟล์ปัจจุบันมีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแปลงไฟล์เสียง ไฟล์ภาพ และไฟล์วีดีโอ แต่ตัวไหนดีไม่ดีต้องลองดูกันเอาเอง เพราะความถูกใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แอดมินว่าต้องลองเองถึงจะรู้ตัวไหนเราพอใจมากที่สุด เลยมาแนะนำโปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอตัวใหม่มาให้ลองกัน นั่นคือ โปรแกรม Wise Video Converter ที่มาทำหน้าที่แปลงไฟล์วีดีโอ และตัดต่อวีดีโอในตัวเดียวกัน แถมหน้าตาโปรแกรมดูสวยไฮโซน่าใช้งานเลยละ ทีนี้เรามาดูกันว่ามันทำไรได้บ้างและดียังไง

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรม Wise Video Converter แปลงไฟล์วีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมตัวนี้หน้าที่หลักของมันคือการแปลงไฟล์จากนามสกุลหนึ่งไปอีกนามสกุลหนึ่ง ซึ่งให้ความละเอียดและประสิทธิภาพไฟล์คมชัดสูง รองรับการใช้งานและนำออกสกุลไฟล์ได้หลายฟอร์แมต เช่น WMV, MOV, 3GP, AVI, MVB, ASF, FLV, MPEG1, MPEG2, MPEG4, MKV, M4V, VOB เป็นต้น แน่นอนว่ามันรองรับไฟล์ประเภท Youtube แบบ HD ได้ด้วย ไม่ว่าจะมีความละเอียด 480 ไปจนถึง 1080 ก็ไม่ใช่ปัญหา หรือจะนำไปใช้กับเครื่องเล่นพกพาอย่าง iPod, iPhone, iPad, iPad Mini, Galaxy Tab และ Tablet รุ่นอื่นๆ ได้เลย ยังรวมไปถึงกล่อง TV Box อย่าง IPTV และเครื่องเกมส์คอนโซนอย่าง PS3-4, Wii, Xbox ได้สบายๆเลยละ

และยังแยกไฟล์เสียงออกจากไฟล์วีดีโอมันยังมีการทำงาน M4A, WMA,MP3, AAC และอื่นๆ ทั้งยังแบบ Batch ที่สามารถแปลงไฟล์หลายๆ อันพร้อมกัน และยังตั้งค่าการเข้ารหัส Encoder, Frame Rate, Bitrate หรือความละเอียดของวีดีโอ รวมถึงรายละเอียดของไฟล์เสียง เช่นค่า Sample Rate, Channels และ Bitrate เป็นต้น นอกจากที่บอกมาแล้วยังมีอีกฟีเจอร์ที่ถูกใจเหล่านักแปลงไฟล์และตัดต่อวีดีโอด้วยการตกแต่งซับไตเติ้ลด้านล่าง ปรับแสงสี ความเข้ม ความคมชัดของภาพ และตัดความสั้นยาวของวีดีโอได้สบายๆ ตัวโปรแกรมนี้ทางผู้พัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีจากเว็บไซต์แบบ Freeware ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการใช้งานแน่นอน

TV Bravia 4K HDR รุ่นล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

ทีวีบราเวียรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการจำนวน 5 รุ่น ในเดือนเมษายน ศกนี้ ที่มาพร้อมดีไซน์สวยบางเฉียบ พร้อมสร้างปรากฏการณ์บันเทิงสุดคมชัดในอีกระดับด้วยเทคโนโลยี 4K HDR (High Dynamic Range) ใน TV Bravia 4K HDR และยังมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่ปรับปรุงคุณภาพของภาพ และเสียง รวมทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ใช้งานง่าย และลื่นไหล ทีวีบราเวียทั้ง 5 รุ่นประกอบด้วย 4K HDR Series 2 รุ่นคือ KD-65X9300D และ KD-55X8500D รวมทั้งในรุ่น Internet TV จำนวน 3 รุ่น คือ KDL-48W650D, KDL-40W650D และ KDL-32W600D

TV Bravia 4K HDR

TV Bravia 4K HDR รุ่นล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

X9300D ซีรีส์ รุ่น KD-65X9300D คือทีวีบราเวีย 4K HDR รุ่นเรือธงประจำปี 2016 ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีล่าสุด หน้าจอขนาด 65 นิ้ว มีดีไซน์สวยโดดเด่น เพรียวบาง พร้อมระบบจัดเก็บสายอย่างเป็นระเบียบ มาพร้อมเทคโนโลยี 4K HDR (High Dynamic Range) ที่จะช่วยให้ภาพมีความสว่างมากขึ้น มีสีสันที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ และเมื่อนำเทคโนโลยี 4K HDR มาผสานกับเทคโนโลยี Triluminos และ X-tended Dynamic PRO ของโซนี่ จึงทำให้สัญญาณภาพ HDR มีความคมชัด สีสันและความสว่างมากขึ้น KD-65X9300D ยังเป็นแอนดรอยด์ทีวี ที่ยังให้ความเพลิดเพลินผ่านการชมคอนเทนท์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง เกมส์ และ แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถส่งข้อมูลจากสมาร์ทโฟน แท็บเลต ขึ้นไปเพื่อรับชมบนทีวีผ่าน Google Cast ได้ทันที นอกจากนี้โซนี่ยังได้พัฒนา Content Bar User Interface ที่ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ดูสบายตา และไม่รบกวนการชมรายการทีวีในขณะค้นหาคอนเทนต์ต่าง ๆ อีกด้วย KD-65X9300D พร้อมวางจำหน่าย กลางเดือนเมษายน ศกนี้ ในราคา 119,990 บาท

X8500D Series รุ่น KD-55X8500D ทีวีบราเวีย 4K HDR ขนาด 55 นิ้ว ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับภาพระดับ 4K HDR (High Dynamic Range) ทำให้มีความสว่างและสีสันที่สดใสมากขึ้น ดีไซน์ขอบสีเงินสวยหรู พร้อมเทคโนโลยี 4K X-Reality Pro ที่ให้รายละเอียดสุดคมชัด เพลิดเพลินไปกับระบบแอนดรอยด์ วางจำหน่ายกลางเดือนเมษายน ศกนี้ ราคา 52,990 บาท

W600D และ W650D Series ในรุ่น KDL-32W600D, KDL-40W650D และ KDL-48W650D – บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี ขนาด 32 นิ้ว 40 นิ้ว และ 48 นิ้ว ที่มีดีไซน์เพรียวบาง พร้อมเทคโนโลยีภาพ X-Reality Pro ให้ภาพคมชัด และเทคโนโลยี Clear Phase Audio ที่ปรับปรุงคุณภาพเสียงให้คมชัดยิ่งขึ้น มาพร้อมฟังค์ชั่นอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าเล่นเว็บเบราเซอร์ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน Opera Store ใช้งาน Youtube หรือรับชมภาพยนตร์ชื่อดังต่างๆได้ผ่านทาง Netflix มาพร้อมชิปประมวลผล X-Reality PRO ที่ให้ภาพคมชัดสวยงาม พร้อมวางตั้งแต่เดือนเมษายน ศกนี้ ราคาจำหน่ายดังนี้

  1. KDL-32W600D ราคา 11,990 บาท
  2. KDL-40W650D ราคา 15,990 บาท
  3. KDL-48W650D ราคา 21,490 บาท

อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

เป็นคำตอบที่ตอบยากแต่ไม่ใช่ว่าจะตอบไม่ได้เลย หากเรามั่นใจว่าอยากได้งานนี้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานออฟฟิสหรือ ฟรีแลนซ์ ก็ตาม เพราะงานแต่ละอย่างมีทั้งหนักเบา รวมถึงการใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ วันนี้เราเลยมีเทคนิคที่จะพิชิตงานเหล่านั้นมาอยู่ในมือของเรา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องทำตาม 100% เป๊ะๆ นะจ้ะ แต่ให้นำวิธีการนี้ไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

อยากได้งานนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะพิชิตได้

1. บอกได้เลยว่าตำแหน่งงานนี้มันสอดคล้อง พอดิบพอดีกับเป้าหมายการทำงานที่คาดหวังไว้
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานกองบรรณาธิการ นิตยสาร: “ฉันตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า อยากจะเป็น บก.บริหารของนิตยสารไลฟ์ไสตล์ ซึ่งสำหรับตอนนี้หนทางอาจจะดูอีกยาวไกลสำหรับเด็กจบใหม่อย่างฉัน ตอนนี้ฉันจึงเสาะหาตำแหน่งงานที่เหมาะเจาะ และสอดคล้องกับเป้าหมายของฉัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตำแหน่งผู้ช่วยกองบรรณาธิการนี้จึงเข้าตาฉันของจัง และฉันมั่นใจว่าการได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ จากที่นี่จะทำให้ฉันเข้าใกล้อาชีพในฝันของฉันได้ใกล้ขึ้น”
คำตอบแนวนี้คือการตอบที่มีแนวคิดว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตของคุณนั้นสอดคล้องกับตำแหน่งงาน ซึ่งจะแสดงถึงว่าคุณคือคนที่ควรค่าที่จะลงทุนด้วย พร้อมที่จะเรียนรู้ และเติบโตในตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในหลาย ๆ ด้าน

2. พูดเกี่ยวกับแรงผลักดันในการทำงาน และความสนใจส่วนตัว ที่เกี่ยวข้องกับงาน
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานมนร้านอาหาร: “ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่คนในบ้านมีฝีมือในการทำอาหาร มันเป็นความหลงใหลที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ การได้รับประทานอาหารที่อร่อย ๆ และการเตรียม สรรหา วัถุดิบ ส่วนประกอบในการปรุงอาหารมันทำให้ฉันมีความสุขมาก นั่นจึงเป็นเหตุที่ว่า ทำไมฉันถึงไม่พลาดโอกาสที่จะได้มาสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเชของภัตตาคารแห่งนี้ เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานนนี้คือความสุขของฉัน”
เป็นอีกหนึ่งแนวคำตอบที่สามารถเอาชนะใจผู่สัมภาษณ์ได้ ถ่ายทอดความกระตือรือร้น และศรัทธาอันแรงกล้าของคุณที่จะมีผลอันดีกับงานออกมา โดยผ่านความสนใจ หรือความถนัดส่วนตัว เพราะผู้ประกอบการมักจะต้องการผู้ที่มีความสุข และใส่ “ใจ” ลงไปในผลงานที่ทำ เพราะงานที่ออกมาจะเป็นผลงานที่ได้เกินกว่าที่จ่าย หรือคาดหวังไว้

3. แสดงความกระตือรือร้น และความหลงใหลให้เสมือนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ตั้งแต่ปี 2007เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นกว่าเว็บไซต์เพลงอื่น ๆ ที่นำผลงานเพลงที่หายากจากศิลปินระดับแถวหน้าของวงการที่เว็บไซต์อื่นไม่มี มานำเสนอ ซึ่งมันเจ๋งมาก ๆ และในฐานะที่ฉันเป็นนักฟังเพลงตัวยง ก็รู้สึกปลื้ม และประทับใจมากที่คุณไม่นำเสนอแค่เพลงฮิต ๆ เท่านั้น แต่มีทางเลือกให้ผู้ฟังมากกว่าที่อื่น เพราะอย่างนั้น ฉันถึงรู้สึกตื่นเต้นมากที่ตอนแรกได้รู้ว่าเว็บไซต์ของคุณเปิดโอกาสให้ผู้ติดตามเว็บไซต์ของคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งฉันมั่นใจว่าไอเดียของฉันจะสามารถนำไปพัฒนาเว็บไซต์นี้ให้โดนใจ user ได้อย่างแน่นอน”
การชื่นชมแบบลอย ๆ จะทำให้คุณไกลห่างจากการได้งาน แต่เมื่อคุณตอบไปอย่างจริงใจ และมีที่มา ก็จะทำให้คุณเข้าตากรรมการมากขึ้น เมื่อคุณใช้วิธีนี้ ผู้ประกอบการจะมองว่าคุณคือคนที่ทำงานด้วยความกระตือรือร้น และใส่ใจ ดีกว่าการจ้างผู้สมัครงานที่มีความสามารถ และมองแค่ค่าตอบแทน แต่ไม่ทราบเลยว่าองค์กรนั้นดำเนินงานอะไร และอย่างไร

4. แสดงถึงว่าค่านิยม และพันธกิจขององค์กรนั้น เหมือนกับตัวคุณอย่างไร
ยกตัวอย่าง ตำแหน่งงานทรัพยากรบุคคล “ในขณะที่ฉันค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ ฉันได้ค้นพบว่าหนึ่งในวิสัยทัศน์ของบริษัทแห่งนี้คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ด้วยการหยิบยื่นงานที่ดีให้ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ เพราะมันสะท้อนความเป็นตัวตน และความเชื่อของฉัน ซึ่งฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันคือสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองนี้พัฒนาไปได้ไกล พร้อมให้ทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอเพียงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองในงานที่ใช่”
ผู้คนทั่วไปมักต้องการอยู่กับคนที่มีไอเดีย ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่คล้าย ๆ กัน ถ้าคุณโชคดีพอ คุณก็จะมีโอกาสได้พบกับองค์กรที่มีไอเดีย ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่คล้าย ๆ กันกับคุณ และจงใช้ประเด็นนี้ มาเป็นจุดเด่นของตัวคุณเอง ให้โดดเด่นเหนือกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ ผู้ประกอบการจะมองว่าคุณคือพันธมิตร เป็นคนที่คิดไปในแนวทางเดียวกัน และจะสามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และบรรลุผลตามที่ตั้งป้าหมายไว้ ฉะนั้นจงศึกษาข้อมูลขององค์กรนั้น ๆ ก่อนเพราะทำการบ้านมาดีก็มีราศรีกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน

Cr.jobsdb

โปรแกรม sImage ย่อขนาดรูป แบบทั้งโฟลเดอร์

ทุกวันนี้การทำงานแต่ละอย่างมักต้องใช้รูปรวมไปถึงการทำไฟล์เอกสารส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ก็ยังหนีไม่พ้นเลยละ ทั้งแต่งรูปเล็กน้อย ทำลายน้ำ (Watermark) และอื่นๆ แน่นอนการย่อขยายรูปก็เช่นกัน วันนี้มีโปรแกรมมาปแนะนำกันในชื่อว่า โปรแกรม sImage ย่อขนาดรูป แบบทั้งโฟลเดอร์ ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็วเพียงตั้งค่าและแก้ไขเพียงครั้งเดียวได้ทั้งโฟลเดอร์เลยละ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเข้ามาดูเลยดีกว่าว่ามันจะเจ๋งขนาดไหน และมีดีกว่าโปรแกรมตัวอื่นยังไงถึงต้องเลือกใช้โปรแกรมตัวนี้

โปรแกรม sImage ย่อขนาดรูป แบบทั้งโฟลเดอร์

โปรแกรม sImage ย่อขนาดรูป แบบทั้งโฟลเดอร์

ทั่วไปแล้วไฟล์ประเภทรูปภาพมักมีปัญหาในการส่ง E-mail ตามหน่วยงาน เพราะการผ่านเข้าเซิฟเวอร์มักจะจำกัดขนาดไฟล์เป็นส่วนใหญ่ว่าไม่เกิน MB บางที่อาจจะน้อยมากๆ เลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่ขนาดไฟล์นี่และที่เป็นปัญหามากที่สุด ซึ่งถ้ามีเป็นจำนวนมากจะทำให้การจัดเก็บและดึงมาใช้ หรือ การส่งทางอินเทอร์เน็ตทำให้ใช้งานได้ช้าลงมากๆ ถึงมากที่สุด ดังนั้นการที่ทำให้มีขนาดที่เหมาะสมก่อนจะนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ใช้ในการรับส่งไฟล์รูปภาพ ระหว่างองค์กร หรือ สาขาที่อยู่ห่างไกลกัน การโหลดไฟล์เพื่อดูภาพที่มีขนาดใหญ่ ของสำนักงานใหญ่ จะเป็นเรื่องที่ลำบาก และต้องใช้เวลามาก

ด้วยการย่อไฟล์ภาพผ่าน โปรแกรม sImage ตัวนี้ จะช่วยในการย่อรูปภาพ ของไฟล์ภาพหลายๆ ภาพในเวลาเดียวกันได้อย่างสะดวก พร้อมกับระบบที่ทำให้การโหลดภาพที่มีขนาดใหญ่เข้าไปยังระบบฐานข้อมูลได้กระชับและรวดเร็วมากขึ้น เพียงเลือกตำแหน่งพื้นที่จัดเก็บ (Path) ที่ต้นทาง (Search on Path) และ ปลายทาง (Save to Path) และหลังจากนั้นกดที่ปุ่ม “Execute” และ โปรแกรมจะค้นหาไฟล์รูปภาพที่อยู่ภายใต้ที่อยู่ Path หรือ โฟลเดอร์ นั้นทั้งหมด เพื่อลดขนาดรูปภาพ แล้วส่งไปเก็บที่พื้นที่ปลายทาง ซึ่งการจัดการลดขนาดไฟล์รูปภาพในฐานข้อมูลนี้ ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว ยังสามารถประหยัดพื้นที่ และลดการใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ​​​​​

ด้วยความสามารถที่ย่อไฟล์เป็นแบบโฟลเดอร์ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องทำทีละไฟล์เนี่ย ทำให้มันได้คะแนนไปมาก เพราะโปรแกรมอื่นๆ ที่ทำได้มักจะเสียเงินเป็นส่วนใหญ่ แต่ตัวนี้ทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้เปิดให้ดาวน์โหลด ฟรี!! เลยละ ในเรื่องของการใช้งานจะมีภาพพรีวิวตัวอย่างรูปภาพก่อนและหลังย่อไฟล์ด้วยนะ เพื่อเช็คสภาพความเรียบร้อยก่อนทำการย่อไฟล์ ทั้งยังกำหนดการย่อไฟล์ภาพได้แบบ กว้าง (Width) หรือ ยาว (Length) ซึ่งมันใช้หน่วยเป้นพิกเซล (Pixel) ถือว่าเจ๋งมากๆ เลยกับโปรแกรมย่อรูป ที่มีในปัจจุบัน ไม่นับพวกโปรแกรมระดับเทพอย่าง Photoshop เวอร์ชั่นใหม่ๆ นะจ้ะ

ฉลองครบรอบสี่ปี จัดมหกรรมสินค้าลดราคาสุดยิ่งใหญ่สี่วันเต็ม

ลาซาด้า ผู้นำด้านการช้อปปิ้งและแพลตฟอร์มพื้นที่ขายของออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉลองครบรอบสี่ปีแห่งความสำเร็จพร้อมคืนกำไรสู่ผู้บริโภคด้วยแคมเปญ “Birthday Sale! เกิดต้องช้อป!” มหกรรมซื้อขายสินค้าออนไลน์ตลอดสี่วันระหว่างวันที่ 15 – 18 มีนาคม

มหกรรมซื้อขายสินค้าออนไลน์ในครั้งนี้ ลาซาด้าพร้อมนำเสนอความหลากหลายของสินค้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ พร้อมดีลสุดพิเศษและส่วนลดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากสินค้าในแต่ละหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไอที อุปกรณ์กีฬา ยานยนต์ และสินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรทางการค้าชั้นนำ อาทิ แอปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ เจบีแอล เบบี้เลิฟ และเมย์เบลลีน ที่ได้นำสินค้ามาร่วมจัดรายการในมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีครั้งนี้ด้วย

ฉลองครบรอบสี่ปี จัดมหกรรมสินค้าลดราคาสุดยิ่งใหญ่สี่วันเต็ม

แคมเปญ “Birthday Sale! เกิดต้องช้อป!” เพื่อฉลองครบรอบสี่ปีของลาซาด้าในครั้งนี้

  • โปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
  • การแฟลชเซลส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟทุกสี่ชั่วโมง
  • สินค้ากว่า 400 ชิ้น ที่นำมาลดราคาล้างสต๊อกโดยเริ่มต้นที่ 40 เปอร์เซ็นต์ทุกวัน
  • พบกับสินค้าวันละหนึ่งชนิด ในราคาสุดเซอร์ไพรส์เพียงสี่บาท ในช่วงเวลาต่างๆ ระหว่างวันที่ 7 – 14 มีนาคมนี้
  • ร่วมเล่นเกมชิงรางวัลจากเว็บไซด์ และโซเชียลมีเดียของลาซาด้า
  • ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปประเทศญี่ปุ่นทันที เมื่อเลือกซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซด์ของลาซาด้า

นอกจากนี้ ลาซาด้า ได้เลือกสรรสินค้าไฮไลท์จากหลากหลายหมวดหมู่ สินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ รวมไปถึงจึดโปรโมชันร่วมกับธนาคาร พันธมิตร และบริษัทด้านการโทรคมนาคม ในมหกรรมซื้อขายสินค้าออนไลน์ตลอดสี่วันเต็ม
มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของลาซาด้าในครั้งนี้ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 18 มีนาคมนี้ ท่านสามารถเป็นส่วนในในการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้ เพียงเข้าไปที่ http://www.lazada.co.th/birthday-sale หรือแอปพลิเคชันของลาซาด้าบนสมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ หรือ ไอโอเอส

คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เราได้เห็นการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็วโดยธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไทย ได้ให้ความสนใจใน อีคอมเมิร์ซอย่างเพิ่มมากขึ้น โดยตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเราพบพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของนักช้อปชาวไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยหันมาสนใจในโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่คนไทยมีความคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยจำนวนมากหันมาช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น ลาซาด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้บริโภคทุกคน ในปัจจุบันเรามีผู้ค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มกว่า 8,400 และเราคาดว่าจะมีจำนวนผู้ค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต”

“ลาซาด้า ยังคงมุ่งเน้นไปที่การสรรหาสินค้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภค การขยายโครงสร้างทางโลจิสติกส์ รวมไปถึงการเปิดให้บริการชำระเงินรูปแบบใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย” คุณอเล็กแซนดรอ กล่าวเสริม

ในปี 2559 นี้ ลาซาด้าเตรียมเปิดให้บริการใหม่ เพื่อมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ทั้งผู้บริโภคและผู้ค้าออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่การเปิดตัวบริการสำคัญอย่างบริการชำระเงินออนไลน์ที่ช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์ง่ายขึ้นอย่าง helloPay บริการจัดส่งสินค้าด่วน และ Fulfilment Center สำหรับผู้ค้าออนไลน์ โดยลาซาด้าจะทำหน้าที่เป็นคลังเก็บสินค้า ให้บริการแพ็คและจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค เพื่อลดเวลาในการดำเนินการของผู้ค้าชาวไทย รวมไปถึงการนำฟีเจอร์ Shop in Shop มาใส่ไว้ในแอปพลิเคชันของลาซาด้า เพื่อให้แบรนด์สินค้าสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

ลาซาด้าประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาร์เก็ตเพลส เพื่อดึงดูดผู้ค้าให้เข้ามาร่วมกับลาซาด้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลาซาด้า มาร์เก็ตเพลส เป็นแพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางได้มีหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยลาซาด้าทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการแก่ผู้ค้าชาวไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรับรายการสั่งซื้อสินค้าไปจนถึงการจัดส่งถึงหน้าประตูผู้บริโภค รวมไปถึงการเข้าถึงศูนย์ข้อมูลของลาซาด้าโดยตรง เจ้าของธุรกิจจึงสามารถดูการวิเคราะห์โครงสร้างทางธุรกิจและรายงานผลประกอบการ เพื่อนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

ลาซาด้า กรุ๊ป เผยมูลค่าซื้อขายสินค้าโดยรวมประจำปีจากทั้งหกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าสูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท[1]

ปัจจุบัน ลาซาด้ากรุ๊ป ถือเป็นผู้นำด้านการช้อปปิ้งและแพลตฟอร์มพื้นที่ขายของออนไลน์ ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เติบโตอย่างมั่นคงขึ้นอีกปี พร้อมประกาศความสำเร็จในโอกาสครบรอบสี่ปี ด้วยมูลค่าซื้อขายสินค้าโดยรวมสูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท จากทั้งหกประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม

ความสำเร็จของลาซาด้า ได้รับแรงสนับสนุนมาจากสามปัจจัยหลัก ได้แก่ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้สมาร์ทโฟน มากขึ้น การมีสินค้ามากมายจากหลากหลายหมวดหมู่ให้ได้เลือกสรร และการให้บริการจัดส่งผ่านบริษัทในเครือ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ยังพบว่ายอดขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้บริโภคเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่การช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยมีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลาซาด้าผ่าน แอนดรอยด์ หรือ ไอโอเอส กว่า 30 ล้านครั้ง ในช่วงที่มีฟีเจอร์ใหม่ รวมไปถึงการมีนักช้อปออนไลน์หน้าใหม่เข้ามาช้อปปิ้งผ่านลาซาด้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยแรงดึงดูดจากการจัดโปรโมชันสุดพิเศษนั้นเอง

ลาซาด้า เป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มอบสินค้าให้เลือกสรรกว่า 16 ล้านชิ้น จากร้านค้าขนาดย่อม ขนาดกลาง หรือแม้กระทั่งแบรนด์สินค้าชั้นนำ รวมไปถึงการเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจแบบก้าวกระโดดถึง 900 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสที่หนึ่งถึงไตรมาสที่สี่ ภายหลังจากที่ลาซาด้าได้พัฒนามาร์เก็ตเพลสสำหรับผู้ค้าออนไลน์กว่า 40,000 คน

ในปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ลาซาด้ามีศูนย์กลางกระจายสินค้ากว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์กระจายสินค้าอีกมากกว่า 80 แห่ง และพันธมิตรทางโลจิสติกส์ในท้องถิ่นที่ร่วมมือกับลาซาด้า เอ็กซ์เพรสอีกกว่า 100 บริษัท โดยลาซาด้ามีความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่มากกว่าให้กับผู้ซื้อและผู้ค้าออนไลน์ทั่วทั่งภูมิภาค

วีซ่า เผยชาว Gen X คือแชมเปี้ยนขาช้อปแบบดิจิตอลตัวจริง

อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ผลการสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2558[1] โดยวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study 2015) เปิดเผยว่า “ Gen X (Generation X)” หรือ เจ็นเอ็กซ์ คือคลื่นลูกใหม่ในตลาดที่พร้อมจะลองใช้วีธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงและใช้จ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคผู้บริโภค ในขณะที่กลุ่มลูกค้า เจเนอเรชั่นวาย (Generation Y) หรือ เจ็นวาย ก็เข้าสู่วัยที่มีฐานะการเงินที่ดีขึ้น

วีซ่า เผยชาว Gen X คือแชมเปี้ยนขาช้อปแบบดิจิตอลตัวจริง

วีซ่า เผยชาว Gen X คือแชมเปี้ยนขาช้อปแบบดิจิตอลตัวจริง

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าการชำระเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภคชาวไทยยุค เจเนอเรชั่น เอ็กซ์ (เจ็นเอ็กซ์) [2] ยังคงไปได้ดี โดยหกในสิบ (59 เปอร์เซ็นต์) ของนักช้อปเจ็นเอ็กซ์ชาวไทยนิยมใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่าเงินสดเพราะปลอดภัยมากกว่า เมื่อเทียบกับสี่ในสิบ (42 เปอร์เซ็นต์) ของนักช้อปเจ็นวาย

การศึกษาทัศนคติผู้บริโภคในการชำระเงินของวีซ่านั้นได้จำแนกและเก็บข้อมูลแนวคิดที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทย[3] โดยการศึกษาฉบับนี้ให้คำนิยาม “เจเนอเรชั่น เอ็กซ์” ว่ากลุ่มคนอายุระหว่าง 35 – 60 ปี และ “เจเนอเรชั่น วาย” คือกลุ่มคนอายุ 18 – 34 ปี

“เราเล็งเห็นถึงเทรนด์ ‘เหล้าใหม่ในขวดเก่า’ ซึ่งเห็นได้ชัดจากที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอย่างเจ็นเอ็กซ์ ที่มีการเปิดรับและทดลองใช้ช่องทางดิจิตอลใหม่ๆ ในการชำระเงินอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มือถืออย่างสมาร์ทโฟนและ แท็บเล็ต ในบางกรณีมากกว่าเจ็นวายด้วยซ้ำ นอกจากนี้เราเล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มผู้บริโภคเจ็นวายที่มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางประชากรแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ดีทั้งสำหรับภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน” นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าว

ถึงแม้ว่าเงินสดยังคงเป็นวิธีการชำระเงินหลัก แต่การชำระเงินรูปแบบอื่นๆ นั้นเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผลการสำรวจได้แสดงให้เห็นว่า 66 เปอร์เซ็นต์ของคน เจ็นวาย และ 44 เปอร์เซ็นต์ของคนเจ็นเอ็กซ์ นิยมใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือในการช้อปปิ้งออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าการชำระเงินในรูปแบบใหม่ๆได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กลุ่มผู้บริโภคทั้งเจ็นเอ็กซ์และเจ็นวาย นิยมชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในจำนวนเท่าๆกันอยู่ที่ 81 เปอร์เซ็นต์และ 82 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ โดยให้เหตุผลว่าประหยัดเวลาและรวดเร็วกว่า (77 เปอร์เซ็นต์) เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มเจ็นเอ็กซ์ ให้ความสำคัญกับความง่ายในการจ่ายเงินออนไลน์มากกว่าเจ็นวาย (60 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับ 56 เปอร์เซ็นต์) และ คิดว่าสะดวกมากกว่าใช้เงินสด (60 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับ 55 เปอร์เซ็นต์)

สำหรับเทรนด์การชำระเงินรูปแบบใหม่ในอนาคต การชำระเงินผ่านมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกำลังเป็นที่น่าจับตามองในขณะนี้ การซื้อบัตรชมภาพยนต์ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับการนิยมมากที่สุดทั้งสำหรับผู้บริโภค เจ็นเอ็กซ์ (50 เปอร์เซ็นต์) และ เจ็นวาย (55 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยการสั่งซื้ออาหารแบบจัดส่งถึงที่อีก 51 เปอร์เซ็นต์ แต่กลุ่มที่ตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์มากกว่าคือกลุ่มผู้บริโภคเจ็นวาย (64 เปอร์เซ็นต์ เปรียนเทียบกับ 41 เปอร์เซ็นต์) อย่างไรก็ตามมากกว่า 54 เปอร์เซ็นต์ของคนยุค เจ็นเอ็กซ์ ซื้อบัตรเข้าชมคอนเสริต์และเทศกาลงานต่างๆผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมากกว่าคนยุคเจ็นวาย (43 เปอร์เซ็นต์)

การกลับมาซื้อซ้ำยังเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคกลุ่ม เจ็นเอ็กซ์ ชื่นชอบการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ตัวอย่างเช่น 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาเคยซื้อสินค้าผลิตภัณท์จำพวกความงามและเครื่องสำอางผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเท่านั้นหลังจากเริ่มชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพาแค่หนึ่งปี นอกจากนี้ทั้งผู้บริโภค เจ็นเอ็กซ์และเจ็นวาย สนใจที่จะซื้อสินค้าในร้านค้าแต่ชำระเงินผ่านอุปกรณ์พกพาจำพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต (67 เปอร์เซ็นต์ และ 59 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ)

เมื่อกล่าวถึงเทรนด์ที่กำลังมาแรง ณ ตอนนี้ ทั้งสองเจเนอเรชั่นให้ความสนใจในการชำระเงินผ่านอุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่ (wearables) เท่าๆกัน เจ็นเอ็กซ์ ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ และ เจ็นวาย ที่ 87 เปอร์เซ็นต์ สามประเภทสินค้าหลักที่พวกเขาสนใจในการซื้อผ่านเทคโนโลยี wearable คือ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม และบัตรชมภาพยนต์

เจ็นเอ็กซ์ อาจจะเป็นกลุ่มที่ “มีอายุ” แต่อย่าลืมว่านี่คือเจเนอเรชั่นที่ไม่รอช้าที่จะลองเทคโนโลยีใหม่ เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนรุ่นแรกที่ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเป็นกลุ่มคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นแสน เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่เท่า กระติกน้ำไปใช้ในบ้าน

“ถ้าเรามองความเปิดกว้างที่จะลองเทคโนโลยีใหม่ๆและกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มเจ็นเอ็กซ์แล้ว การที่เราจะจำกัดการบริการให้เหมาะแก่เด็กวัยรุ่นยุคมิลเลเนียลอย่างเดียวก็จะเป็นการตีกรอบให้ตัวเองมากไป วีซ่าได้ทำงานร่วมกับลูกค้ากลุ่มธนาคารและร้านค้าในการเพิ่มนวัตกรรมการชำระเงินอย่างต่อเนื่องและพร้อมนำความรู้ผนวกกับเครือข่ายวีซ่าที่มีอยู่ทั่วโลกมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ทุกคนสามารถจ่ายเงินและรับเงินได้อย่างดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม” นายสุริพงษ์ กล่าวปิดท้าย