RICOH ร่วมงาน Sign Asia Expo 2018 โชว์ศักยภาพงานพิมพ์สื่อโฆษณา

RICOH เล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จึงได้เข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า Sign Asia Expo 2018 บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sign Asia Expo 2018 ซึ่งจัดขึ้น ณ ฮอลล์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2561ที่ผ่านมา งานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจกลุ่มสื่อโฆษณา และป้ายประชาสัมพันธ์ โดยเปรียบเสมือนเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่สามารถหาได้ในตำรา แต่ได้มาร่วมแบ่งปันโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะความรู้ สร้างสรรค์ผลงานอันน่าประทับใจ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนในกลุ่มแวดวงเดียวกัน ซึ่งมีบริษัทต่าง ๆ กว่า 400 บริษัทเข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดย RICOH มุ่งหวังที่จะแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์คุณภาพของ RICOH ตอกย้ำมาตรฐานและร่วมยกระดับขีดความสามารถของสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการประชาสัมพันธ์ไปอีกขั้น

RICOH ร่วมงาน Sign Asia Expo 2018 โชว์ศักยภาพงานพิมพ์สื่อโฆษณา

RICOH ร่วมงาน Sign Asia Expo 2018 โชว์ศักยภาพงานพิมพ์สื่อโฆษณา

ภายในงาน Sign Asia Expo 2018 ครั้งนี้ RICOH ได้นำทุกท่านไปพบกับสุดยอดเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์สองรุ่น ได้แก่ RICOH Pro L4160 เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาความละเอียดสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวพิมพ์ RICOH GEN5 high-speed piezo และโหมด 7 สี ช่วยเพิ่มความสวยงามและโดดเด่นให้กับงานพิมพ์ และอีกหนึ่งรุ่น ได้แก่ RICOH Pro T7210 เครื่องพิมพ์แบบหน้ากว้าง Flatbed เพื่องานตกแต่งกับความสามารถในการพิมพ์ลงบนวัสดุที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง กระจก ไม้อัด อะคริลิก เหล็ก อลูมิเนียม ฯลฯ อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหมึก Decor UV ซึ่งจะทำให้งานพิมพ์มีความทนทานและยังคงความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ RICOH มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของงานพิมพ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความพึงพอใจสูงสุด

งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

ปริญญาด้านการตลาดที่คุณเพิ่งได้รับคือใบเบิกทางชั้นดีที่จะเปิดประตูพาคุณไปสู่ทางเลือกที่หลากหลายในตลาดแรงงานทุกวันนี้ ใครก็ตามที่มีทักษะทางด้านการตลาดที่ดี มักเป็นที่ต้องการขององค์กรหรือธุรกิจทั่วไปรวมถึง ฟรีแลนซ์ อย่างมาก สายงานทางด้านการตลาดมีมากมายหลายสาย แบ่งได้ตามความเชี่ยวชาญ ความถนัด ทักษะและบุคลิกภาพ หากคุณเป็นหนึ่งในเด็กการตลาดที่เพิ่งจบใหม่และยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานการตลาดสายใดแล้วล่ะก็ วันนี้ได้รวบรวม 7 สายงานการตลาดที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ทำเป็นคู่มือขนาดย่อที่จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าคุณเหมาะกับสายงานใด และสายงานนั้น ๆ มีขีดความต้องการในตลาดแรงงานในปัจจุบันสูงเพียงใดมาฝากกันค่ะ

งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

งานแนว Marketing ยุคใหม่กับคู่มือที่ทำความเข้าใจง่ายมากๆ

1. Social Media Marketing : งานการตลาดสายโซเชียลมีเดีย

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการใช้บล็อกและโซเชียลมีเดียรูปแบบต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, Pinterest ฯลฯ เพื่อการกระตุ้นการรับรู้และความสนใจในสินค้า บริการหรือแบรนด์นั้น ๆ และสร้างความผูกพันและความรู้สึกในแง่บวกให้เกิดขึ้นกับลูกค้า

– เหมาะกับ : คนที่มีบุคลิกเปิดเผย เป็นนักสื่อสารที่ดี เป็นผู้ใช้โซเชียลมีเดียและสมาร์ทโฟนตัวยง

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อดิจิทัลและอินเตอร์เน็ต ชำนาญในการสร้างเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ มีทักษะทางการตลาดออนไลน์ที่แข็งแกร่ง

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง การตลาดด้านโซเชียลมีเดียถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีอิทธิพลมากที่สุดในการสร้างแบรนด์หรือสร้างฐานลูกค้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน

2. Digital Marketing : งานการตลาดดิจิทัล

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลต่าง ๆ เช่น Internet, smartphone และ tablets, display advertising และสื่อดิจิทัลทั้งหลายในการโปรโมทสินค้าและบริการ

– เหมาะกับ : คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตและซื้อสินค้าบริการต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์เป็นประจำ รักในเทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลและชอบท่องเวป

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้สื่อดิจิตอลและอินเตอร์เน็ต มีความเข้าใจหลักพื้นฐานและการใช้งานด้านการตลาดดิจิทัล และมีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคออนไลน์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง เพราะการที่แบรนด์ปรากฏอยู่ทางออนไลน์จะเป็นตัวชี้วัดได้เบื้องต้นว่า แบรนด์นั้นมีความน่าเชื่อถือ

3. Corporate Communications : งานสื่อสารองค์กร

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการจัดการการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถทำจดหมายข่าวสารภายในองค์ก จดบันทึก ทำอีเมลประกาศข่าวสาร รวมถึงการสื่อสารนอกองค์กร โดยบทความบนเวปไซต์ โซเชียลมีเดีย ใช้ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ในการสร้างข่าวประชาสัมพันธ์ การที่ผู้บริหารขององค์กรไปร่วมงานอีเวนท์ต่าง ๆ และสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้

– เหมาะกับ : ผู้ที่ชอบติดต่อสื่อสาร คนบุคลิกเปิดเผย ชอบเข้าสังคม มีความมั่นใจในตนเอง

– ทักษะที่ควรมี : ความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาทั้งพูดและเขียน เป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อ เป็นนักสร้างคอนเทนท์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง องค์กรใหญ่ ๆ โดยมากจะมีแผนกสื่อสารองค์กรเพื่อบริหารจัดการการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรในหลาย ๆ ระดับ

4. Brand Management : งานบริหารแบรนด์สินค้า

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความสามารถในการจัดการภาพลักษณ์ขององค์กร การวางตำแหน่งของสินค้าและบริการ, การบริหารจัดการการเติบโตขององค์กรระหว่างสื่อและลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ

– เหมาะกับ : กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ ก็อปปี้ไรท์เตอร์ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด

– ทักษะที่ควรมี : มีความเข้าใจและมีประสบการณ์ในการสร้างแบรนด์และเชี่ยวชาญในทางปฏิบัติ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการสื่อสารระดับดีมาก

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยมากและองค์กรใหญ่ ๆ ต้องการทีมเก่ง ๆ ที่ช่วยบริหารจัดการภาพลักษณ์ขององค์กรเพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีที่มีต่อองค์กรของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

5. Copywriter : งานเขียนคำโฆษณา

– งานที่เกี่ยวข้อง : มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้าง “คำ” ที่เป็นจุดขายที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นและดึงดูดความสนใจเพื่อให้ได้กระแสและปฏิกิริยาตอบรับจากผู้รับสารได้ทันที

– เหมาะกับ : นักสื่อสารที่หลงใหลในการเขียน นักคิดที่สามารถอยู่ในใจของผู้รับสารได้

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการเขียนที่ยอดเยี่ยม เป็นนักคิดสารที่สร้างสรรค์ มีความเข้าใจศาสตร์ของการสื่อสารในยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง ก็อปปี้ไรท์เตอร์เก่ง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแบรนด์ในชั่วพริบตา เหมือนกับโลโก้แบรนด์ที่ใช่จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกแตกต่างที่มีต่อแบรนด์ได้

6. E-Commerce : งานอีคอมเมิร์ซ

– งานที่เกี่ยวข้อง : สามารถให้ประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ที่ดีที่สุดกับลูกค้าได้

– เหมาะกับ : นักออกแบบเวปไซต์ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ นักพัฒนาโปรแกรม นักพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งานออนไลน์ (UX Designer) นักการตลาดดิจิทัล ก็อปปี้ไรท์เตอร์

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการเขียนและออกแบบโปรแกรมต่าง ๆ ที่ดี อินเทรนด์อยู่เสมอ รู้จักการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซขั้นพื้นฐาน มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคออนไลน์เป็นอย่างดี

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

7. Event Management : การจัดการงานอีเวนท์

– งานที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบ วางแผน และจัดการงานอีเวนท์ตามความต้องการของลูกค้า

– เหมาะกับ : นักเข้าสังคมตัวยงที่รู้ว่าอะไรอินเทรนด์ อะไรที่กำลังเป็นกระแสในยุคนี้ นักคิด นักเจรจา และนักวางแผน

– ทักษะที่ควรมี : มีทักษะการบริหารจัดการที่ดี มีความละเอียดในการวางแผน กว้างขวาง แก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

– ระดับความต้องการในตลาด : ความต้องการสูง โดยเฉพาะในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการสร้างความประทับใจที่น่าจดจำและสัมผัสได้กับลูกค้าผ่านทางงานอีเวนท์ เพื่อเพิ่มภาพจำในทางบวกให้กับแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและกระตุ้นยอดขาย

ข้อดีของการเป็นเด็กจบใหม่ก็คือ คุณสามารถเลือกสายงานตามความถนัดและมีทางเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือการหาประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด และพยายามลองทำงานที่หลากหลายเพื่อดูว่างานใดที่เอื้อต่อการแสดงความสามารถของคุณได้เต็มที่ โลกอยู่ในกำมือคุณแล้ว

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการมอบหมายให้ Acrosure ออกแบบและพัฒนาระบบ ทิพยประกันภัยเปิดตัว “Tip Gateway, powered by Acrosure” ซึ่งเป็นระบบ “Self-serve Insurance API Gateway” ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Insure with Partner” ชูจุดเด่นอยู่ที่การเปิดให้ Tech Startup เข้ามาเชื่อมต่อด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนของการทำงานได้เป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถออกแบบความคุ้มครองในรูปแบบใหม่ๆที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้ตามที่ต้องการ พร้อมเผยโฉมห้อง “TIP Inspiration Chamber (TIP IC)” ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น “Innovative Co-Working Space” เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมของสตาร์ทอัพ

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

ทิพยประกันภัยเปิดตัว โครงการ TIP Gateway ระบบเชื่อมต่อการทำงานกับ Startup

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจประกันภัยเป็นอย่างมาก การใช้กลยุทธ์ทำการตลาดจะต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลที่ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก รวมถึงทางบริษัทฯมีแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนทิพยประกันภัยให้ก้าวสู่การเป็น Digital Insurance Company อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ ประกอบกับปัจจุบันนี้ “สตาร์ทอัพ” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจประกันภัยเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนที่เป็นการขายกรมธรรม์และการให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย โดยทิพยประกันภัยได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงมีแผนที่จะสนับสนุนสตาร์ทอัพให้เป็นช่องทางใหม่ในการที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของทิพยประกันภัยในรูปแบบดิจิตอลได้จากทุกช่องทาง

ล่าสุด ทิพยประกันภัย ได้มอบหมายให้ Acrosure ทำการพัฒนาระบบ Insurance API Gateway ภายใต้ชื่อ TIP Gateway, powered by Acrosure เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับระบบประกันภัยเพื่อนำเสนอประกันให้กับลูกค้าได้จากระบบได้ทันที ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ง่าย มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว โดยทิพยประกันภัยถือเป็นบริษัทประกันรายแรกในโลก ที่เปิดให้บริการ Insurance API Gateway แบบ Self-Serve และพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านต่างๆให้กับสตาร์ทอัพทุกรายที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจร่วมกับทิพยประกันภัย

นอกจากนี้ทิพยประกันภัยยังเปิดตัวห้อง “TIP Inspiration Chamber (TIP IC)” ที่ถูกออกแบบมาด้วยคอนเซ็ปต์ Innovative Co-Working Space ภายในห้องเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย รองรับการใช้งานด้วยเทคโนโลยีต่างๆ โดยห้อง Inspiration Chamber ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ Tech Startup ได้เข้ามาใช้พื้นที่ในการบ่มเพาะความคิด รวมถึงพัฒนานวัตกรรม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพในมิติต่างๆ อาทิ Business Know-how และ Regulatory Requirement Support เป็นต้น เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการสร้างธุรกิจได้

ทางด้าน นายกิตติชัย จิรสุขานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Acrosure (อะโครชัวร์) จำกัด กล่าวว่า TIP Gateway, powered by Acrosure นี้เป็น Insurance API Gateway ที่มีเป้าหมายให้ธุรกิจสตาร์ทอัพ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเชื่อมต่อเพื่อสร้างแอปพลิเคชันให้บริการประกันในรูปแบบดิจิตอลได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ชุดคำสั่งยังถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีความปลอดภัยสูง และยังมีเครื่องมือที่จำเป็น อาทิ ระบบตรวจสอบข้อผิดพลาด ระบบรายงาน และส่งข้อมูลให้กับลูกค้าที่ครบครัน ซึ่งจะช่วยให้การเริ่มทำธุรกิจประกันเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

ระบบ TIP Gateway, powered by Acrosure พร้อมเป็น infrastructure ให้กับทุกสตาร์ทอัพที่ต้องการให้บริการประกันภัยหรือสร้างธุรกิจ InsurTech พร้อมช่วยออกแบบเงื่อนไขการประกันแบบใหม่ ๆ ให้ตรงตามความต้องการของแต่ละสตาร์ทอัพ โดยงานนี้ TIP Gateway ได้ทำการเปิดตัวความร่วมมือกับสตาร์ทอัพชั้นนำในไทย ได้แก่

– BUILK บริษัทด้านระบบบริหารธุรกิจก่อสร้าง ที่ทำให้ผู้รับเหมาสามารถซื้อประกันก่อสร้างได้จากภายในแอปพลิเคชั่น

– SHIPPOP บริษัทให้บริการส่งพัสดุ ที่ร่วมกับทิพยประกันภัยและ Acrosure ให้บริการประกันขนส่งสินค้าแบบรายเที่ยว ที่ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท

– Tourkrub ศูนย์รวมแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ให้บริการประกันท่องเที่ยวกับลูกค้าผ่านระบบของ Acrosure

– Drivemate ผู้ให้บริการรถเช่า ร่วมมือกับทิพยประกันภัยและ Acrosure ในการประกันรถให้กับผู้เช่า

 

– Cleverse เปิดตัวระบบซื้อผลิตภัณฑ์ของทิพยประกันภัย ผ่าน LINE ที่มีประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย ไม่ซ้ำซ้อน และอาศัย API ของ Acrosure ช่วยให้สามารถออกกรมธรรม์ได้ในทันที นายกิตติชัยกล่าว

TIP Gateway, powered by Acrosure นี้ถือเป็นการปฏิรูปธุรกิจประกันภัยครั้งสำคัญ และเป็นการเปิดโลกของการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจประกันภัยเข้ากับ Tech Startup ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ทิพยประกันภัยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance เต็มรูปแบบอย่างแท้จริง โดยผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acrosure.com

โปรแกรม Advanced Renamer เปลี่ยนชื่อ Files, Folders เยอะๆ ได้

เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีปัญหากับการเปลี่ยนชื่อโปรแกรม (Program) ไฟล์ (Files) โฟลเดอร์ (Folders) ครั้งละมากๆ บางทีเป็นร้อยๆ ไฟล์เลยก็ว่าได้ จะให้มาเปลี่ยนทีละอันก็ยังไงอยู่ วันนี้แอดมินมีโปรแกรมเปลี่ยนชื่อมาแนะนำ นั่นคือ โปรแกรม Advanced Renamer หน้าที่ของมันคือการเปลี่ยนชื่อไฟล์ โฟลเดอร์ แบบทีเดียวรวดหลายไฟล์โดยไม่ต้องมารีชื่อทีละอันให้ปวดหัวเลย ทั้งยังใช้งานง่ายไม่ต้องค่อยเรียนรู้การใช้งานใหม่ๆ ของมัน ทำให้มันมีความโดดเด่นในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ขึ้นมาทันทีเลย

โปรแกรม Advanced Renamer เปลี่ยนชื่อ Files, Folders เยอะๆ ได้

โปรแกรม Advanced Renamer เปลี่ยนชื่อ Files, Folders เยอะๆ ได้

พัฒนาโดยผู้พัฒนาชาวเดนมาร์ก (Denmark) เหมาะสำหรับการบริหารจัดการไฟล์ (File) และ (Folder) ต่างๆ ที่มีอยู่ในเครื่องให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์รูปถ่ายที่ไปถ่ายตอนไปเที่ยวมา ไปดูงานมา หรือแม้แต่ ไฟล์เพลง ไฟล์หนัง ที่เก็บสะสมเอาไว้ อยู่อย่างกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ ให้เป็นระเบียบได้ คุณสามารถกำหนดรูปแบบ (Pattern) ของไฟล์ที่ต้องการได้เอง คุณอาจจะใส่วันเวลา เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชื่อไฟล์ เพื่อง่ายต่อการค้นหาในอนาคต และ การจัดเรียงไฟล์ ได้ง่ายๆ แบบนี้เป็นต้น โดย โปรแกรมเปลี่ยนชื่อไฟล์ Advanced Renamer ตัวนี้ มีความสามารถในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ มากกว่า 14 รูปแบบ อาทิเช่น การเปลี่ยนชื่อไฟล์ เปลี่ยนคุณสมบัติ เปลี่ยนเวลาของไฟล์ ซึ่งทั้งหมดสามารถประมวลผลทีเดียวพร้อมๆ กัน (Batch Processing) ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมานั่งแก้ไข เปลี่ยนชื่อไฟล์ ทีละไฟล์

สนับสนุนภาษา Unicode ซึ่งได้ทุกภาษาทั่วโลก มีระบบพรีวิวตัวอย่างของชื่อไฟล์ใหม่เดี๋ยวนั้นทันที แบบเรียลไทม์ เปลี่ยนชื่อไฟล์ MP3 โดยอ้างอิงจาก ชื่อ ID3 Tag สามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์ โดยระบุเงื่อนไขเองได้ด้วย Regular Expressions ซึ่งเป็นเทคนิคการ เปลี่ยนชื่อไฟล์ ที่มีความยืดหยุ่นสูงมากๆ มีการแสดงภาพตัวอย่าง (Thumbnails) ภาพที่ต้องการ หรือ กำลังจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ สามารถเปลี่ยนชื่อคลิปวีดีโอ โดยใช้ข้อมูลจากชื่อวีดีโอ กำหนดเงื่อนไขเองได้อย่างลงตัว สามารถเปลี่ยนชื่อ ได้ทั้ง ชื่อไฟล์ และ ชื่อไฟล์เดอร์ สามารถ Undo สิ่งที่ทำไปแล้ว ย้อนหลังอันที่แล้วได้ตัวโปรแกรมนี้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแบบ Freeware มันรองรับการทำงานทั้งแบบ 32-bits และ 64-bits กับ Windows XP / Vista / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าพลิกประวัติศาสตร์บทใหม่ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในเครื่องเสียงสำหรับครึ่งปีหลังของปีธุรกิจ 2561 ภายใต้แนวคิด “Discovery New Realm of Music Expression” นำทัพโดยกลุ่มเครื่องเสียงไฮเรสออดิโอระดับเรือธง ไฮเอนด์ Signature Series รุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยหูฟัง และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดใกล้เคียงกับต้นฉบับการบันทึกเสียง พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มกลุ่มหูฟังในกลุ่ม In-Ear Stage Monitor ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน และนักดนตรีมืออาชีพ เพื่อการถ่ายทอดเสียงดนตรีบนเวทีแสดงสดได้อย่างเที่ยงตรง ตลอดจนหูฟังไฮเรสออดิโอแบบ Noise Cancelling ลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass พร้อมด้วยวอล์คแมนรุ่นใหม่ และลำโพง Sound Bar ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงคุณภาพสุดคมชัดให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นไป

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

เครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ Signature Series พร้อมเปิดตัวหูฟัง

มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนรักเสียงเพลงมาอย่างยาวนาน โซนี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดเสียงที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของนักฟังเพลงยุคใหม่อย่างตรงใจมาโดยตลอด และในวันนี้ โซนี่ได้ยกระดับนวัตกรรมการฟังเพลงให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอซีรี่ส์ระดับเรือธง “Signature Series” อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวเพิ่มอีก 2 รุ่น ประกอบด้วย หูฟังรุ่น IER-Z1R และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่น DMP-Z1 ให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของตลาดไฮเรสออดิโอที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นสุดยอดนวัตกรรมเครื่องเสียงที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่อันสุนทรีย์ของการฟังเสียงดนตรีคุณภาพสูง และในปีนี้โซนี่ยังได้ขยายไลน์หูฟังคุณภาพสูงในกลุ่ม In-ear Stage Monitor Headphones ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของโซนี่อิเลคทรอนิคส์และโซนี่มิวสิค ที่ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการปรับแต่งเสียงให้ได้คุณภาพเสียงที่คมชัด เที่ยงตรง ตามที่ผู้ผลิตเพลงต้องการอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ให้ทุกเส้นเสียงของดนตรีมีชีวิตชีวา สมจริงที่สุด และสร้างประสบการณ์พิเศษ มอบความสุขให้แก่คนรักเสียงเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสไตล์”

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องเสียงจากโซนี่ ประกอบด้วย

ผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio ในกลุ่ม Signature Series

นับเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอระดับพรีเมี่ยมซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นอย่างพิถิพิถันในทุกรายะเอียดด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโซนี่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Signature Series ประกอบด้วยหูฟัง IER-ZIR และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล DMP-Z1

• IER-Z1R – สุดยอดหูฟังแบบ In-ear ระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของตระกูล Signature Serise โดยจุดเด่นของ IER-Z1R นอกจากการเลือกใช้วัสดุเซอร์โคเนียมอัลลอยมาผลิตเป็นโครงสร้างหูฟังภายนอก ซึ่งมีความทนทานและหรูหราแล้ว นอกจากนี้ยังออกแบบให้ Face Plate สลักเป็นลาย Perlage ลักษณะเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรู พร้อมด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบ HD Hybrid Driver System ถึง 3 ไดร์เวอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยไดนามิก ไดร์เวอร์ขนาด 5 ม.ม.ซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยผลึกโพลีเมอร์เหลว ทำให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงที่กว้างถึง 3Hz-100,000 Hz ซึ่งเทียบชั้นได้กับหูฟังแบบครอบหูของโซนี่รุ่น MDR-Z1R เลยทีเดียว รวมถึงไดร์เวอร์ขนาด 12 ม.ม. ที่มีไดอะแฟรมทรงโดมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยเคลือบด้วยอลูมิเนียม และ Balanced Armature ที่มีไดอะแฟรมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยทำจากทองแดงเคลือบด้วยเงิน โดยทั้ง 3 ไดร์เวอร์ จะบรรจุอยู่ในโครงสร้าง Refined-Phase เพื่อให้เสียงที่ผสมผสานออกมี Phase Response ทั้งยังช่วยขจัดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย รวมทั้งมีสายสัญญาณขนาด 3.5 ม.ม. และสายสัญญาณแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าในเดือนธันวาคม 2561 ในราคา 69,990 บาท

• DMP-Z1 – เป็นสุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมภาคขยายเสียงสำหรับหูฟัง และยังเป็นเครื่องเล่นเพลงไฮเรสออดิโอรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเล่นเพลงทั่วไปเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การรองรับความละเอียดเสียงได้ถึงระดับไฮเรส ทั้งไฟล์ PCM ที่ความละเอียด 32 bit 384 kHz และ DSD ที่ความละเอียด 11.2 MHz ด้วยชิป AK4497EQ จาก Asahi Kasei จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานแบบ Dual DAC ต่อกับภาคขยายสำหรับหูฟังที่ใช้ชิป TPA6120A2 จาก Texas Instrument และมีตัวปรับความดังเสียงแบบอนาล็อกซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละช่องสัญญาณเสียงแบบ Balanced แต่ละช่องได้อย่างอิสระ เพื่อคงความบริสุทธิ์ของเสียงให้ได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกำลังขับหูฟังถึง 1,500 mW และใช้ระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Walkman Signature series แต่เพิ่มความสามารถทางด้านการประมวลเสียงใหม่ทั้ง DSD Remastering Engine ที่ทำการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลให้อยู่ในรูป DSD และยังมี Vinyl Processor ซึ่งจะจำลองลักษณะเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมี DSEE HX รุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกรูปแบบปรับแต่งที่เหมาะสมของเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติได้ ขณะที่โครงเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็น H-Shaped ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันสัญญาณรบกวน โดยมาพร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 256 GB และช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C และการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดปกติ และ 9 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง เปิดจอง Pre order รับสินค้าเดือนมกราคม 2562 ราคา 269,990 บาท

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor

เป็นครั้งแรกของโซนี่กับการพัฒนาหูฟังไฮเรสออดิโอ Stage Monitor ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น และไดร์เวอร์ขับเสียงตัวใหม่ที่โซนี่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงสำหรับงานแสดงสดบนเวทีหรือผลิตบทเพลงในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย IER-M9 และ IER-M7

· IER-M9 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการออกแบบ วิจัยและพัฒนาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง เสมือนได้รับฟังจากการแสดงดนตรีสดจากศิลปินนักร้องนักดนตรีหรือต้นฉบับบันทึกเสียงในสตูดิโอด้วย ไดร์เวอร์ Balanced Armature 5 ตัวที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย, Voice Coil เคลือบเงิน, ขั้วต่อเคลือบทองคำ ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงมีน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู มาพร้อมกับจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 39,990 บาท

· IER-M7 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature 4 ตัว ซึ่งที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู พร้อมจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 24,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Premium On-Ear Headphone

· MDR-Z7M2 – เป็นหูฟังสเตอริโอไฮเรสออดิโอแบบครอบหูระดับพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังแบบครอบหูในตระกูล Z7 ที่พัฒนาโดยนำเอาเทคโนโลยีจากความสำเร็จของหูฟัง Signature Series รุ่น MDR-Z1R ให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ไดอะแฟรมซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยอลูมิเนียม และควบคุมการขยับด้วยพลังแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมใช้แมกนีเซียมตรงบริเวณของส่วนโดมพร้อมปิดด้วยตะแกรงฉลุลายแบบโปร่งด้วยลวดลาย Fibonacci Pattern Grill ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความถี่สูงได้ถึง 100KHz ขณะที่ตัวหูฟังหุ้มหนังแท้ และแถบคาดศีรษะทำจากอลูมิเนียมอัลลอย จึงสวมใส่สบายและทนทาน มาพร้อมสายสัญญาณทั้งขนาด 3.5 ม.ม. และขนาด 4.4 ม.ม. พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 29,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Noise Canceling Headphone

· WH-1000XM3 – หูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดจากตระกูล 1000X โดยเป็นครั้งแรกของหูฟังโซนี่ที่มีการใส่อนาล็อกแอมป์เข้าไปเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Cancelling Processor QN1 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนและเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 40 ม.ม. และวงจรประมวลผลที่แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 4 เท่า รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LDAC แบบ 32 bit, aptX และ AAC พร้อมกับภาคขยายเสียงแบบแยกส่วน ที่สำคัญยังเปลี่ยนพอร์ตใหม่มาเป็น USB-C เพื่อให้ประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม. เมื่อมีการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนไปพร้อมกัน โดยมีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 13,990 บาท

· WI-C600N – หูฟังไร้สาย in ear แบบคล้องคอ ที่จะทำให้คนรักเสียงดนตรีได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงสุดโปรดไปพร้อมกับการออกกำลังยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอล Digital Noise Cancelling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนขณะเดินทางหรือทำงาน ทั้งยังถ่ายทอดเสียงที่ชัดใส ด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 6 ม.ม. ทำให้สวมใส่ฟังเพลงได้สบายตลอดวัน โดยแบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน 6.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด Bluetooth และ Noise Cancelling มีให้เลือก 3 สี คือ ดำ, ขาว และน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายในช่วงมกราคม 2562 ในราคา 4,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ลำโพงไร้สายตระกูล Extra Bass

SRS-XB01 – ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพาที่มาพร้อมขนาดกะทัดรัดในรูปทรงกลมมน และยังน้ำหนักเบาเพียง 160 กรัม เพื่อให้คุณพกพาเสียงเพลงไปกับการเดินทางทุกที่ได้อย่างสะดวก แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงเบสที่หนักแน่นและสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ EXTRA BASS และเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐานIPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไร้กังวลแม้ลำโพงคู่ใจจะเปียกน้ำ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรได้ตามความชื่นชอบในสไตล์คุณ รวมถึงมีไมโครโฟนในตัวเพื่อให้คุณสามารถรับสายจากสมาร์ทโฟนผ่านลำโพงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ ดำ, น้ำเงิน, ขาว, เขียว, เหลือง และชมพู เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 1,590 บาท

Life Space UX – Glass Sound Speakers

LSPX-S1 – ลำโพงแก้วไร้สายรุ่นแรกจากโซนี่ ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัยสอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล ขณะเดียวกันยังได้รับการออกแบบให้เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างภายในห้องด้วยหลอด ฟิลาเมนท์ LED หรือแม้กระทั่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้องก็สวยงามมีสไตล์เช่นกัน โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา (Advanced Vertical Drive Technology) สร้างสุนทรีย์ภาพทางเสียงให้รอบบ้าน ทั้งยังมาพร้อมซัฟวูฟเฟอร์และลำโพงทวีตเตอร์ ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส ฟังสบาย เต็มอรรถรส พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และแอพพลิเคชั่น Music Center ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง โดยพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 34,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูล Walkman®

Walkman® NW-A50 Series – เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอคุณภาพสูงซีรีย์ใหม่ของโซนี่ ที่มาพร้อมกับรูปทรงขนาดกะทัดรัด ส่วนโครงเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม พร้อมการออกแบบได้อย่างหรูหรามีสไตล์ ให้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีชั้นเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดมากมาย อาทิ S-Master HX™ digital amplifier ที่จะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา พ่วงด้วยเทคโนโลยี DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ แบบใหม่ ที่จะช่วยขยายรายละเอียดของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution แบบอัตโนมัติ พร้อมสุดยอดฟังก์ชั่น DAC ใช้ร่วมกับสมารท์โฟนหรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้เสียง, ไดมามิค, รายละเอียดเสียงและ Sound stage ที่ดีขึ้น นอกจากนี้มาพร้อมกับ Bluetooth Receiver สะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ รองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA เพื่อให้การคุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่ สามารถเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth, NFC และ Qualcomm® aptX™ HD รวมทั้ง LDAC Technology
Walkman® NW-A50 Series มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นประกอบด้วย Walkman® NW-A55 และ NW-A56HN ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB และ 32GB ตามลำดับ พร้อมช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเก็บคลังเพลงโปรดของคุณ สามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง และไฟล์ MP3 ได้นานถึง 45 ชั่วโมง โดยรุ่น NW-A56HN มาพร้อมหูฟัง Noise cancelling แบบอินเอียที่มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound Mode) สำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสขณะเดียวกันยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก แถมยังรองรับการเล่นไฟล์เพลงรูปแบบใหม่อย่าง MQA อีกด้วย ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาดำ Grayish Black, สีฟ้า Moonlight Blue, สีแดงTwilight Red, สีเขียวอ่อน Horizon Green, และสีทอง Pale Gold เข้าคู่กับหูฟัง H.ear ลงตัวกับสไตล์ที่เป็นคุณ ทยอยวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม โดยรุ่น NW-A55 วางจำหน่ายราคา 7,490 บาท และรุ่น NW-56HN ราคา 10,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Home Entertainment

· HT-S700RF นับเป็นโฮมเธียเตอร์ชุดแรกที่ออกแบบมาในรูปแบบของลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมลำโพงคู่หลังทรงสูงแบบ Tallboy ตัวโลหะฝาครอบ (Metal Grill) ออกแบบในรูปทรงเพชรเพิ่มความหรูหรา สามารถจัดวางได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเสียงระบบเซอร์ราวด์แบบ 5.1ch ผ่านระบบลำโพงอันทรงพลังขนาด 1000 วัตต์ พร้อม Subwoofer และเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำมากมาย อาทิ S-Master Amplifier ที่จะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์เต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่หนักแน่นและคมชัดสมจริงที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งการฟังเสียงเพลงสุดโปรดระดับพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มอรรถรส ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีผ่านเทคโนโลยี Bluetooth เพื่อให้คุณรับความบันเทิงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมเพลงสุดโปรดจาก Music Center App ได้มากมายจากทุกมุมห้องได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมี HDMI ที่ช่วยให้การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างง่ายดาย พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ราคายังไม่กำหนด

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง High Power Audio System

MHC-V21D – หนึ่งในสุดยอดชุดเครื่องเสียง V-Series ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ด้วยจุดเด่นในการออกแบบลำโพงแบบมุม ช่วยในการกระจายเสียงในระยะที่กว้างขึ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์แนวตั้งขนาดกะทัดรัด พร้อมที่จับเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพาไปจัดปาร์ตี้ได้ทุกที่ มีเครื่องเล่น DVD ในตัว รองรับการเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน HDMI ARC และยังมาพร้อมกับระบบ Party Chain แบบไร้สายช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มสีสันด้วยลูกเล่น DJ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Music Center บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย ซึ่งสินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในราคา 5,990 บาท
ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์

XAV-AX1000 – นวัตกรรมเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น apple car play รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขนาด 6.2 นิ้ว ที่มีความคมชัดและตอบสนองได้อย่าง ฉับไว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีทุกย่านความถี่ได้อย่างคมชัดและเบสทรงพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และ Dynamic Stage Organizer (DSO) รองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

XAV-AX3000 – เป็นเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์ ที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงขณะขับรถได้อย่างเต็มอรรถรสและสะดวกปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Andriod และ iOS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส ที่มีความบางและขนาดใหญ่ถึง 6.95 นิ้ว ให้ความคมชัดและตอบสนองได้อย่างฉับไว ทั้งยังสามารถสั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงมากมาย อาทิ EXTRA BASS และ Dynamic Stage Organizer (DSO) ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลากตามความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยกำลังขับเสียง 55 วัตต์ในตัว ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัดแม้จะเปิดเสียงดังก็ตาม รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

เชื่อว่าเหล่าเกมส์เมอร์ทั้งหลายต้องมีปัญหากับการเลือกจอเกมส์แบบที่ชอบแน่นอน เพราะคุณภาพกราฟฟิคเรื่องความละเอียดหน้าจอยังเป็นที่ถกเถีบงกันอยู่ว่าเล่นแบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบง่ายๆ 4K ต้องดีกว่าตามมาด้วยราคาที่รุนแรงพอสมควรทำให้ตลาดอยู่ในช่วงเติบโตกัน ทำให้ทางค่ายเกมส์ใหญ่อย่างสตีมได้มี ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K ซึ่งอะไรที่เป้นปัจจัยทำให้คนส่วนใหญ่เลือก 1080p มากกว่าเรื่องของราคาแล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง มาดูกันเลย

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ผลสำรวจบน Steam พบ เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้ภาพ 1080p มากกว่า 4K

ปัจจุบันความละเอียดหรือความคมชัดของภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราๆ มีอรรถรสและสนุกไปกับการเล่นเกมส์มากขึ้น และคงจะไม่กี่คนจริงๆ (ผู้เขียนกล้าคอนเฟิร์ม!) ที่จะไม่รู้จักหรือรันเกมส์ผ่าน Steam แพลตฟอร์ม/ร้านขายเกมส์ออนไลน์และแหล่งชุมชนขนาดยักษ์ ที่พวกเขายังทำตัวเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อเกมเมอร์สายพีซีที่ดี ด้วยการหมั่นทำแบบสอบถามต่างๆ ขึ้นเพื่อวัดและแสดงสถิติที่น่าสนใจทั้งหลาย และในครั้งนี้ เกี่ยวเนื่องกับจำนวนกราฟฟิกของความละเอียดภาพที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ปรับใช้กัน

โดยจากผลสำรวจนั้น พบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam จำนวนกว่า 63.72 % เล่นเกมส์ด้วยความละเอียดภาพ 1,920 x 1,080 (Full HD) รองลงมา 13.33 % ใช้ความละเอียด 1,366 x 768 (HD), 3.12 % เล่นที่ความละเอียด 2,560 x 1,440 (QHD) ในขณะที่อันดับสุดท้ายมีเพียงแค่ 1.14 % ใช้ความละเอียด 3,840 x 2,160 หรือ 4K นั่นเอง แต่กระนั่นเอง แม้เปอร์เซ็นต์ของความละเอียดหลังสุดอย่าง 4K จะมีน้อยมากๆ แต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และนักพัฒนาเกมส์ทั้งหลาย ต่างก็พยายามผลักดันและค่อยๆ ผลักดันให้เกมเมอร์ทั้งหลายสามารถเล่นเกมส์ที่มีภาพในระดับ 4K ได้ (อาทิ PlayStation 4 Pro เป็นต้น) นอกจากนี้อีกผลสำรวจที่แถมมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพวกเขาพบว่าเหล่าเกมเมอร์บน Steam ในจำนวน 12.50 % ยังคงใช้กราฟฟิกการ์ด GeForce GTX 1060 รองลงมา 9.59 % ใช้ GTX 1050 Ti มีเพียงแค่ 2.23 % เท่านั้นที่ติดตั้ง GTX 1080 และการสำรวจของเหล่านี้ของ Steam เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยวิเคราะห์ว่าเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายใช้อะไรเพื่อสนุกกับเกมส์ที่พวกเขาเล่นอีกด้วย

 

ที่มา : www.digitaltrends.com

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

โซฟอส (SOPHOS) (LSE: SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทาง เปิดตัว Sophos Intercept X for Server ซึ่งเป็นระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการเรียนรู้ภัยคุกคามแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยให้การปกป้องภัยจากโลกไซเบอร์ด้วยวิวัฒนาการการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงข่ายประสาทเทียมที่เป็นการจำลองมาจากสมองของมนุษย์ (Neural Network) ของ SOPHOSผ่านการฝึกฝนมาจากกลุ่มตัวอย่างหลายร้อยล้านตัวอย่างเพื่อค้นหาต้นตอของโค้ดที่เป็นอันตรายและป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งนี้ จากการวิจัยโดยศูนย์วิจัยของSOPHOS (SophosLabs) ระบุว่า ร้อยละ 75 ของมัลแวร์ที่พบในองค์กรมักจะมีลักษณะเฉพาะที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับโจมตีองค์กรนั้นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ามัลแวร์ส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Sophos Intercept X for Server

การสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ของ SOPHOS พบว่า สองในสามของผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกผ่านทางช่องโหว่ (anti-exploit) คืออะไร ทำให้องค์กรเหล่านั้นมีความเสี่ยงในการโดนโจรกรรมข้อมูลได้ เมื่ออาชญากรไซเบอร์เข้ามาอยู่ในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาสามารถใช้เทคนิคในการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายด้วยวิธีการเจาะเข้าไปยังช่องโหว่ที่พบของแต่ละเครื่องในองค์กร เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคล (personally-identifiable information หรือ PII), ข้อมูลธนาคาร, ภาษี, บัญชีเงินเดือน, บันทึกทางการเงินอื่นๆ, ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นกรรมสิทธิ์, แอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปขายได้บน Dark Web (เว็บไซต์ที่ตั้งใจ ปกปิดข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในเชิงผิดกฎหมาย) หรือใช้เพื่อการโจมตีประเภทอื่นๆ โดยหวังประโยชน์ทางการเงินเป็นต้น นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ยังอาจได้รับความเสียหายจาก ransomware และการใช้ทรัพยากรของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ในการโจมตีเป้าหมายอื่น การโจมตีที่เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจมากกว่าการโจมตีบนอุปกรณ์ปลายทาง เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้

Deep Learning Neural Network

  • ใช้ Deep Learning Neural Network (เครือข่ายประสาทเทียมเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก) จาก Intercept X เพื่อตรวจจับมัลแวร์และแอพพลิเคชั่นที่ไม่พึงประสงค์ใหม่ๆ และที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้
  • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบหาความพยายามของภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วในการตรวจสอบไฟล์ว่า เป็นไฟล์ที่ปลอดภัย หรือ เป็นไฟล์ที่ฝังโค้ดอันตรายเอาไว้

Active Adversary Mitigation

  • ป้องกันระบบจากอาชญากรไซเบอร์และเทคนิคที่ทำการแฝงตัว ที่มักจะชอบใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับกับระบบป้องกันไวรัสแบบเดิมๆ
  • Credential Theft Protection ช่วยป้องกันการขโมยพาสเวิร์ดจากหน่วยความจำของเครื่อง, registry และหน่วยจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
  • Code Cave Utilization ตรวจจับการปรากฏตัวของโค้ดที่เป็นอันตราย ที่ถูกนำไปใช้แฝงไปกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป

Exploit Protection

  • ป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกหาประโยชน์โดยการโจมตีจากช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จัก
  • ปกป้องระบบจาก exploit kit ทั้ง browser, plugin หรือ java-based แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ทำการอัพเดทเพื่อปิดกั้นช่องโหว่(unpatched)ก็ตาม

 

Master Boot-Record Protection

  • WipeGuard คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี Anti-ransomware ของ Intercept X ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระบบจาก ransomware หลากหลายชนิด หรือโค้ดที่เป็นอันตรายที่พุ่งเป้าไปที่การเข้ารหัส Master Boot-Record ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้

Root Cause Analysis

  • เทคโนโลยีการตรวจจับและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะให้รายละเอียดที่ช่วยเหลือในการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด สามารถทราบถึงการโจมตีนั้นเข้ามาได้อย่างไรและสร้างความเสียหายต่อส่วนใดบ้าง
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อไปหลังจากการวิเคราะห์การโจมตี เพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก

Cloud Workload Discovery for Server

  • ค้นหาและปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานบน public cloud ได้แก่ Microsoft Azure และ Amazon Web Services
  • ป้องกันความเสี่ยงจากการฉ้อฉลด้าน IT หรือทรัพย์สินที่ถูกลืม

คุณซูมิท บานซาล (Sumit Bansal) ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคอาเซียนและเกาหลีของ SOPHOS กล่าวว่า “บริษัทต่างๆ จัดเก็บข้อมูลสำคัญๆ ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาชญากรไซเบอร์ก็ทราบดี ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ถูกโจมตีและไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งองค์กรอาจได้รับผลกระทบ เมื่อถูกโจมตีแล้ว อาชญากรไซเบอร์สามารถเจาะลึกเข้าไปในเครือข่ายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น ลักลอบขโมยข้อมูลขององค์กรและใช้ข้อมูลที่ถูกโจรกรรมไปเพื่อทำการ spear-phishing หรือแม้กระทั่งขายต่อในราคาแพงบน Dark Web หรือเครือข่ายส่วนตัวของผู้ซื้อ”

นอกจากนี้ ผู้บุกรุกยังใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกเป็น Proxy เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายแทน และติดตั้ง Cryptominers บนกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรและในระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสามารถเข้ามาขโมยใช้ทรัพยกรเช่น CPU, RAM, ไฟฟ้าและทรัพยากรอื่นๆ ของบริษัท เพื่อใช้ในการขุดหา cryto-currencies โดยแรงจูงใจของอาชญากรไซเบอร์ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานจัดการเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรว่า มีข้อมูลอะไรที่สำคัญจัดเก็บไว้ภายในบ้าง หรือ เซิฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมายสามารถที่จะต่อยอดไปยังส่วนต่างๆเพิ่มเติมในองค์กรได้อย่างไร เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการก่ออาชญากรรมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกขั้นสูงที่ช่วยปกป้องระบบที่ไม่ได้รับการอัพเดทการโจมตีผ่านทางช่องโหว่  ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องคำนึงถึงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว

คุณซูมิท กล่าวอีกว่า “เซิร์ฟเวอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่มักถูกมองข้ามในกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางของหลายๆ บริษัท การป้องกันที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นในความสำเร็จของกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยเพื่อคลอบคลุมในทุกๆชั้นขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูล และเมื่อใช้ร่วมกันกับ Sophos Synchronized Security และการจัดการที่ง่ายดายจาก Sophos Central (Console) ของเรา ทำให้ Intercept X for Server เป็นส่วนเติมเต็มอันทรงพลังที่ช่วยปกป้องธุรกิจไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป”

ความจำเป็นในการป้องกันเซิร์ฟเวอร์มีอยู่ในองค์กรทุกขนาด โดยธุรกิจขนาดเล็กๆ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าองค์กรขนาดใหญ่กว่าที่มีทรัพยากรมากกว่า อย่างที่ คุณแฟรงค์ ดิคสัน (Frank Dickson) รองประธานฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยของ IDC กล่าวว่า “ตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากต้องมีการป้องกันในระดับเดียวกับขององค์กรขนาดใหญ่ แต่การป้องกันจะต้องใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าเสียดายที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมักถูกล่อลวงให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมและด้อยประสิทธิภาพในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อประหยัดต้นทุน ทำให้ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์สำหรับ SMB ต้องจัดหาระบบที่มีราคาน่าสนใจและเหมาะสมสำหรับแผนกไอทีที่มีขนาดเล็กหรือมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ”

ดิคสันกล่าวต่อว่า ด้วยแนวทางของSOPHOS “SOPHOSตอบโจทย์ด้านปัจจัยความสะดวกในการใช้งาน โดยการผนวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงบน Sophos Central ดังนั้นจึงมีแผงควบคุมเพียงหนึ่งเดียวให้ทั้งพาร์ทเนอร์และลูกค้าจัดการระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-Premise หรือในระบบคลาวด์

Intercept X for Server ซึ่งเป็นโซลูชั่นใหม่ของ Sophos จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของเซิร์ฟเวอร์ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Deep learning ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างชาญฉลาด, Anti-exploit เพื่อป้องกันการบุกรุก และเทคโนโลยีเด่นๆ ด้านอื่นๆ อีกทั้งเทคโนโลยี Anti-exploit สามารถครอบครองสิทธิสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น เพราะอาชญากรทางไซเบอร์มักใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ในการเจาะเข้าสู่ระบบ เนื่องจากในปัจจุบันมีชุดเครื่องมือเพื่อการบุกรุกที่พร้อมใช้และราคาไม่แพงขายใน Dark Web แม้แต่อาชญากรไซเบอร์ที่มีความชำนาญเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดการโจมตีที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ทำให้การปกป้องที่เฉพาะเจาะจงไปที่เซิร์ฟเวอร์และมีความทันสมัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

คุณไซมอน บาร์นส์ (Simon Barnes) หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของ Riverlite ใน St. Neots เมือง Cambridgeshire สหราชอาณาจักร และเป็นพาร์ทเนอร์ของ SOPHOS กล่าวว่า “SOPHOSเข้าใจว่าเซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องใช้เกณฑ์การรักษาความปลอดภัยเฉพาะของตนเอง เช่น คุณลักษณะการ lockdown ในโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบัน และความสามารถใหม่ในการค้นหาเวิร์คโหลดในระบบคลาวด์ ลูกค้าหลายรายของ Riverlite เป็นบริษัทที่ขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ซึ่งต้องการให้เราช่วยทำให้การติดตั้งและใช้งานระบบคลาวด์มีความปลอดภัยและปกป้องระบบจากการถูกบุกรุก การมีทรัพยากรในระบบคลาวด์หรือการโยกย้ายและใช้งานบน public cloud อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจใดก็ได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่บรรดา Managed Service Provider (MSP) ต้องมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมในการปกป้องเซิร์ฟเวอร์ที่ ‘มองไม่เห็น’ เหล่านี้ ซึ่งหลายๆ ครั้งมักถูกละเลยได้ง่ายจากกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยโดยรวม ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การรักษาความปลอดภัยของบริษัทมีจุดอ่อน หากเซิร์ฟเวอร์ใดๆ ที่ไม่ได้รับการป้องกันถูกโจมตีก็อาจสร้างความหายนะให้ธุรกิจทั้งหมด เราจึงยินดีที่จะอัพเกรดและเพิ่ม Intercept X for Server เพื่อการรักษาความปลอดภัยของลูกค้าของเรา”

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

แน่นอนว่าไม่มีองค์กรไหนหรือบริษัทใดที่จะมีแต่พนักงานคนเดิม ชุดเดิมอยู่ทำงานตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน ตามวงจรชีวิตการทำงานก็จะมีทั้ง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน และพนักงานแบบ ฟรีแลนซ์ ขึ้นอยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ ตอบโจทย์ของพนักงานได้มากน้อยแค่ไหน เพราะพนักงานแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าเมื่อมีพนักงานเก่าก็ต้องมีพนักงานใหม่ บางองค์กรอาจจะไม่มีปัญหา แต่ในหลาย ๆ องค์กรกลับเกิดปัญหาระหว่างพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ ความสำคัญของพนักงานส่วนไหนมากกว่า

ข้อดีของพนักงานใหม่

ช่วยแบ่งเบางาน เพราะเหตุผลหลักที่หลาย ๆ บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่ก็เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานภายในออฟฟิศนั่นเอง
ว่านอนสอนง่าย เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักใคร ย่อมไม่มีปากมีเสียง หรือไม่เป็นตัวตั้งตัวดีในการก่อปัญหากับคนอื่น ๆ แน่นอน
มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ หรือจะเป็นใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่นก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความคิดใหม่ ๆ ติดตัวมาเสมอ ส่วนหนึ่งด้วยความที่มาจากอีกองค์กรหนึ่ง มาจากอีกมุมองหนึ่งเลยเสมือนเป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ให้ทีมได้
กระตือรือร้น ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ย่อมมีไฟในการทำงานมากเป็นธรรมดา ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากน้องใหม่ในทีมจะสามารถทำงานได้เป็นตั้ง ๆ หรือสั่งอะไรก็สามารถทำให้ได้ทันที
เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เพราะด้วยความสด ความใหม่นั่นเองที่ทำให้พนักงานใหม่เปรียบเสมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ๆ และที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้ได้เร็วเสียด้วย
ข้อเสียของพนักงานใหม่

ประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์เลย ซึ่งเป็นข้อเสียที่มักจะพบได้บ่อย ๆ
เสียเวลาในการเทรน สำหรับน้อง ๆที่เพิ่งเรียนจบถือว่าต้องสอนกันยาวไหนจะการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบริษัท ไหนจะต้องเรียนรู้งานอีกกว่าจะสามารถทำงานได้เต็มที่จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม อย่างไรก็ต้องเสียเวลาในการปรับตัวกับองค์กรใหม่ เรียนรู้งานใหม่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งแม้จะเป็นงานในขอบเขตที่เหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจจะไม่เหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำไว้อยู่แล้ว ไหนจะค่าเทรนกว่าจะทำงานได้ดีอีก บริษัทก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย
ไม่แน่นอน บางครั้งฝ่ายบุคคลต้องประสบปัญหาพนักงานไม่มาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือตอบตกลงมาทำงานแล้วแต่ถึงเวลากลับไม่มาทำงาน หรือแม้แต่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ทน พอถึงระยะหนึ่งก็ลาออก ทำให้ต้องประกาศรับคนใหม่อีกแล้ว
ข้อดีของพนักงานเก่า

ทำให้งานราบรื่น ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์ ฉะนั้นจึงไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักแน่นอน
รู้งาน เพราะทำงานมานานสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้
รู้จักบริษัท รู้ประวัติความเป็นมาของบริษัท รู้ที่มาที่ไปและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร จึงสามารถปรับตัวให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด
มั่นคง ส่วนใหญ่พนักงานเก่ามักจะมีอายุงานนาน มักจะไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย
ข้อเสียของพนักงานเก่า

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า ทำให้บางครั้งตัวบริษัทไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกภายนอกได้ทัน ก็กลายเป็นองค์กรล้าสมัยไป
มีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่าทำให้พนักงานเก่ายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก จนปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
ความคิดไม่ค่อยสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งด้วยความที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ งานที่ออกมาจึงเป็นงานเดิม ๆ
หมดไฟ พนักงานเก่าหลาย ๆ คนเริ่มมีครอบครัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานน้อยลง บางคนทำงานหนักที่ออฟฟิศ กลับบ้านก็ต้องมาทำงานบ้าน ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว พอหัวตกถึงหมอนก็หลับเป็นตาย เช้าตื่นมาก็ไปทำงาน แล้วก็วนลูปอยู่อย่างนี้ทำให้ค่อย ๆ หมดไฟกับการทำงานไปในที่สุด
ตกลงใครสำคัญกว่ากัน?

มาถึงตรงนี้คงจะพอเล็งเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่ หรือพนักงานเก่าต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่าใครเป็นคนสำคัญเราขอตอบว่า “สำคัญเท่ากัน”

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแคมเปญ ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ (Super Brands Sale) ส่งหลากหลายสินค้าในราคาสุดพิเศษให้นักช้อปชาวไทยได้เลือกช้อปปิ้งตลอดสามวันเต็ม ระหว่างวันที่ 16 – 19 กรกฎาคมนี้ ที่ลาซมอลล์ (LazMall) อีกหนึ่งช่องทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่รวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงผู้ค้าที่ได้รับการรับรองไว้ด้วยกัน

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

Lazada ขนดีลสุดพิเศษ ส่งตรงจากแบรนด์ชั้นนำให้ช้อปตลอด 3 วันเต็ม

ระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคมนี้ นักช้อปสามารถเข้าไปค้นหาสินค้าที่ชื่นชอบ รวมถึงดีลและส่วนลดที่ลาซาด้าเตรียมไว้ให้ แล้วเลือกไว้ในรายการโปรดพร้อมใส่ในตระกร้าสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนช้อปจริง

ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้าได้ร่วมกับแบรนด์สินค้ามากกว่า 60 แบรนด์ เพื่อมอบดีลและโปรโมชั่นสุดเร้าใจสำหรับนักช้อป ซึ่งแคมเปญนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคมด้วย ซุปเปอร์ แฟลชเซลส์ ซึ่งมีดีลมากกว่า 150 ดีลจากแบรนด์ชั้นนำ และยังมีช่วงเวลาลดราคาสุดพิเศษ 2 ช่วงต่อวันตลอดสามวัน โดยแบรนด์จะนำสินค้ามาลดราคาเพิ่มอีก 5 – 15 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าของลาซาด้าได้ช้อปสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำในราคาที่ดีที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ นักช้อปยังมีโอกาสได้รับโค้ดส่วนลดจากแบรนด์ที่ร่วมแคมเปญ รวมถึง ดีลห้าดาว ที่คัดสรรจากสินค้าที่ได้เรทติ้งห้าดาว และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากลาซาด้าที่เดียวเท่านั้น

นักช้อปชาวไทย เตรียมพบกับดีลสุดพิเศษตลอดสามวัน อาทิ

ส่วนลดสูงสุด 50% จากเทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) และลดเพิ่มอีก 12% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ใช้โค้ดส่วนลด 15% เพื่อลดราคาสินค้าของซัมซุง (Samsung) โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ
ส่วนลดสูงสุด 50% จากสินค้าของลอรีอัล (L’Oreal) และลดเพิ่มเติมอีก 20% เมื่อใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดพิเศษ
ดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟลดสูงสุด 50% เมื่อซื้อสินค้าคจาก เบบี้ เลิฟ (Baby Love)
นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด กล่าวว่า “ซุปเปอร์ แบรนด์ เซลส์ ของลาซาด้ามีขนาดใหญ่ขึ้นทุกปี เพราะลาซาด้าตั้งใจที่จะมอบสินค้าราคาพิเศษที่สุดให้กับนักช้อปชาวไทย ด้วยการนำเอาสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ และผู้ค้าที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียวกัน ทั้งยังมีส่วนลด โปรโมชั่น และแฟลชเซลส์ที่มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าของเราได้ราคาที่ดีที่สุดตลอดทั้งแคมเปญนี้ ทั้งนี้เพราะเรามุ่งมั่นในการนำเอาสินค้าและโปรโมชั่นที่พิเศษที่สุดมามอบให้กับลูกค้า เพื่อตอบแทนทุกคนที่เชื่อใจในลาซาด้า”

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ผู้หญิงสวยเปรียบเสมือนดวงดาวที่เปล่งประกายงดงามท่ามกลางผู้คน และดึงดูดทุกสายตา ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่ใด ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและแฟชั่นอันเฉิดฉายก็ต้องมี แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า ส่งผลให้เธอเปี่ยมไปด้วยออร่าของความมั่นใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อทุกสิ่ง หลายคนคงอยากทราบว่า อะไรคือความลับที่ช่วยให้สาวสวยเหล่านี้มีรอยยิ้มที่สดใสและพร้อมตามเทรนด์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา วันนี้เราจะมาเปิดกระเป๋าของสาวสวยระดับนางฟ้ากันดีกว่า

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

แฟชั่นไอเทมติดกระเป๋า สำหรับสาวอินเทรนด์ที่ของมันต้องมี

ลิปสติก – แน่นอนว่า ‘ลิปสติก’ เป็นหนึ่งไอเทมที่สาวสวยทุกคนต้องพกออกจากบ้าน โดยแต่ละคนก็จะมีลิปสติกหลากหลายสี เพื่อให้เข้ากับการแต่งหน้าหรือลุคโดยรวม รวมถึงสถานการณ์หรือแม้แต่อารมณ์ในแต่ละวัน โดยสาวๆ ที่ต้องเข้าประชุมสำคัญ ควรทาลิปสติกสีแดงเพื่อเสริมความเป็นมืออาชีพ กระฉับกระเฉง และยังเหมาะกับชุดทำงานเกือบทุกลุค หรือหากไปเดทกับคนรู้ใจ สีชมพูแซลม่อนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่ช่วยเสริมความน่ารักอ่อนหวาน ซึ่งเข้ากับการแต่งหน้าแบบเมคอัพโนเมคอัพ แต่สำหรับวันทำงานที่แสนวุ่นวายจนไม่มีเวลาแต่งหน้า สีชมพูเบบี้พิงก์ก็ช่วยให้สาวๆ สวยสตรองสู้งาน และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

น้ำหอม – เพราะมนุษย์มักจำกลิ่นต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ประทับใจ แม้ลืมเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วก็ตาม ‘น้ำหอม’ จึงเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่ช่วยให้กลิ่นกายของสาวๆ มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบอย่างขาดไม่ได้ โดยต้องเลือกน้ำหอมที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับตนเอง เพื่อภาพลักษณ์ที่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำหอมที่ฉีดต้องไม่เยอะเกินไป โดยเฉพาะในฤดูร้อน ที่ความร้อนและกลิ่นเหงื่อมักปะปนกับกลิ่นน้ำหอมจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัด หรืออาจจะพกขวดขนาดเล็กไซส์ทดลองใช้ไว้ในกระเป๋าถือเพื่อแต้มเติมความหอมระหว่างวันอย่างพอดิบพอดีและยังความสะดวกในการพกพาอีกด้วย

หูฟัง – บางครั้งรอบตัวเราอาจมีเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายมากมาย แต่หญิงสาวที่ชาญฉลาดจะฝ่าฟันเรื่องราวเหล่านี้และผ่อนคลายตัวเองในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และอีกหนึ่งเคล็ดลับก็คือ การฟังเพลงที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ที่แค่เปิดเพลงที่ชอบ พร้อมกาแฟคาปูชิโน่ และหนังสือดีๆ สักเล่มก็วิเศษสุดแล้ว หรือหากใครที่รู้สึกเหนื่อยล้ากับงานประจำวัน ลองฟังเพลงที่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งช่วยปลุกพลังในตัวคุณสักพัก รับรองว่าไฟในตัวคุณจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งแน่นอน

กระติกน้ำ – จากเทรนด์สุขภาพที่กำลังแรงขึ้นในทุกขณะ แน่นอนว่า กิจกรรมออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของสาวๆ ที่ต้องการรักษารูปร่างอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือกระติกน้ำสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ (Sports Bottles) เพราะไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอย่างการออกไปวิ่งกลางแจ้งหรือเล่นโยคะ การจิบน้ำเรื่อยๆ ตลอดเวลา ก็ช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ และช่วยให้สาวๆ ฟิตปั๋งมีพลังในการออกกำลัง รักษาหุ่นสวยอย่างมั่นใจและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

สมาร์ทโฟน – สมาร์ทโฟนเป็นเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของคนยุคใหม่ เพราะทุกไลฟ์สไตล์ล้วนใช้สมาร์ทโฟนในการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การสื่อสารกับเพื่อนฝูง การเล่นเกม และการเชื่อมต่อกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุกและอินสตาแกรมเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจ ฯลฯ คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งสำคัญ แต่สาวสวยที่รู้จริงจะสนใจองค์ประกอบอื่นๆ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของสมาร์ทโฟน ที่ต้องสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่น ซึ่งสมาร์ทโฟนอย่างออเนอร์ 10 ที่มีฝาหลังสะท้อนแสงราวกับออโรร่า ทั้งในเฉดสีฟ้าแฟนท่อมบลูและสีเขียวแฟนท่อมกรีน ก็ช่วยเสริมความโดดเด่นให้ผู้เป็นเจ้าของ จนเรียกได้ว่าเป็นเสมือนแอกเซสซอรีสำคัญสำหรับหน้าร้อนนี้